“แจง ปุณณาสา” โฟนอิน! ถูกลากเอี่ยวคดีฉาวทนายดัง ยันแค่คนกลางส่งสารเรื่องเงิน 10 ล้าน รู้สึกเหมือนเป็นหมากในเกมใครก็ไม่รู้ ลั่นเสียใจ จับมือ “แจ๊ส ชวนชื่น” ร้องไห้ ประกาศจะไม่ยุ่งเรื่องใครอีก
ดรามาบานปลายไปถึง “แจง ปุณณาสา พรหมยศ” ภรรยา “แจ๊ส ชวนชื่น” ตลกชื่อดัง กับกรณี “ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล” ทนายชื่อดัง ถูกแฉลวนลามนักศึกษาอายุ 18 ปี มีการอ้างว่าพ่อของนักศึกษาเรียกเงินทนายแก้ว 10 ล้าน ผ่านทางแจง ซึ่งรู้จักเพราะแบ่งพื้นที่เช่าร่วมกันที่สยาม ภายหลังเป็นข่าว แจงได้ประกาศย้ายร้านทันที
ล่าสุด “แจง” ได้โฟนอินผ่านรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ (23 ม.ค.) เปิดใจถึงเรื่องราวที่อยู่ดีๆ ก็งานงอกใส่ตัวเอง
“สั้นๆ เลยนะคะ เรื่องของแจงเกิดขึ้นครั้งแรกที่พ่อผู้เสียหายติดต่อหนู วันที่ 29 ธ.ค. ทนายแก้วติดต่อหนูวันที่ 30 ธ.ค. พ่อติดต่อมาก่อน เขาเล่าเรื่องราว เปิดว่าคนนี้ทำอนาจาร แจงบอกแจงไม่รู้จักใคร เขาก็ยกหูโทร. เล่าดีเทลให้ฟัง หนูก็ตกใจ ว่าจริงเหรอพี่ พี่แจ้งความเขาหรือยัง แจงถามคำแรก เขาบอกยังไม่ได้แจ้งความ เขากลัวว่าพี่แก้วอาจมีคนใหญ่คนโตช่วยเขา แจงก็บอกว่าถ้ามีอะไรบอกหนูได้เลยนะ หนูจะคุยให้ เป็นคนกลางให้ไหม พี่คุยกันหรือยัง จากนั้นก็ตัดสายไป ไม่ได้คุยต่อ
ตื่นเช้ามาของวันที่ 30 พี่แก้วโทร.หาช่วงบ่ายโมง บอกว่าขอเบอร์ แจงบอกแจงไม่อยากคุย เพราะแจงรู้เรื่องราวแล้ว ถ้าจะคุยก็คุยผ่านแจงแล้วกัน เพราะแจ๊สไม่รู้เรื่อง แจงรับโทรศัพท์เขาก็เล่าดีเทลให้ฟัง สองฝ่ายมันไม่ตรงกัน ถ้าเรื่องไม่ตรงกัน ทำไมไม่คุยกัน ต้องคุยกันก่อน จะไปทางไหนก็ไปจัดการกัน เรื่องนี้แจงไม่อยากยุ่งเลยจริงๆ มันเป็นเรื่องเซนซิทีฟ แจงย้ำกับเขาทั้งสองคนตั้งแต่แรก
ถามว่าทำไมโทรศัพท์ให้พี่แก้ว หนึ่งแจงชอบพี่แก้วตรงที่เดินเข้ามาหาปัญหา และพร้อมที่จะสู้ปัญหา เราเป็นคนกลางที่พอจะรู้จักทั้งสองฝ่าย ก็พอที่จะอะลุ่มอล่วยอะไรกันไปบ้าง แต่จะบอกว่าเรื่องของหนูทั้งหมดจบวันนั้นเลย ไม่มีการต่อความยาวสาวความยืดไปถึงวันที่ 2 3 4 วันนั้นหนูโทร.ไปหาพ่อน้องบอกว่าพี่แก้วโทร.หาหนูค่ะ พี่ไปคุยกันไหมคะ พ่อของน้องบอกว่าเขายังโกรธอยู่ โกรธมาก โกรธทุกอย่าง แจงก็เข้าใจ
แจงก็บอกว่าหนูไปบอกพี่แก้วว่าตอนนี้เขาไม่พร้อมคุยนะคะ หรือพี่ว่ายังไงคะ หรือจะแสดงความรับผิดชอบอะไรกันยังไง แจงก็โทร.กลับไปหาทางพ่อน้องว่าพี่ หรือว่าจะให้เขาแสดงความรับผิดชอบอะไรยังไงดี เพื่อที่จะสบายใจและไปคุยกัน ถ้าไม่ตรงตามใจที่พี่ต้องการ พี่ก็ไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย หนูพุดแบบนี้นะคะ
เขาเลยพูดออกมาด้วยจำนวนเงินนั้น คือ 10 ล้าน หนูก็โทร.กลับไปหาทนายแก้ว แล้วบอกว่าพี่ เขาเรียกมาประมาณนี้ แต่พี่แก้วอย่าไปถือสาอะไรเขานะคะ เขาอาจจะโกรธหรือโมโหอยู่ เพราะครั้งแรกที่โทร.ไป เขายังโกรธอยู่และโกรธจริงๆ เราทำผิดเราแค่รับฟัง เราเสนอไป พี่แก้วบอกว่าเขามีแค่ 1 ล้าน แจงช่วยโทร.ไปแจ้งเขาหน่อยได้ไหม พ่อของน้องเลยบอกว่าถ้า 1 ล้านไม่ต้องมาคุยกับผมหรอกครับ เขาทำธุรกิจ เขาสามารถหาเองได้
แจงเลยบอกว่าเอางี้นะคะพี่ พี่ก็มีทนายและที่ปรึกษาส่วนตัว ซึ่งมีความน่าเชื่อถือมากกว่าหนู ฉะนั้นหลังจากนี้หนูจะไปเมืองนอก พี่ไปนัดคุยและสานต่อกันเอง พี่จะเอายังไงก็ว่ากันไปตามแบบที่พี่ว่ากัน หลังจากนี้ เรื่อง 5 ล้าน 2.5 ล้าน หนูไม่ได้รับรู้ เพราะหนูไม่ได้อยู่บนโต๊ะนั้น กรุณาให้ความเห็นใจหนูหน่อย หนูเข้ามาไม่ได้อยากยุ่งอะไรกับใคร สองฝั่งเข้ามาหาหนูเอง หนูเชื่อใจทั้งสองฝั่งเพราะคิดว่าทั้งสองฝั่งไว้ใจเรา เชื่อใจเรา เล่าให้เราฟังเป็นคนแรก
สิ่งที่หนูเสียใจมากที่สุดคืออะไรรู้ไหมคะ เมื่อวานหนูได้เห็นเฟซบุ๊กน้องเบนซ์ อาปาเช่ แล้วเรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ 26 ธ.ค. คุณได้ตกลงหรือคุยกันแล้ว แล้วเบนซ์ก็เจรจาแบบเดียวกับที่หนูบอก แต่ทำไมไม่ตัดสินอะไรกันเองตั้งแต่ครั้งนั้น เข้ามาบ้านหนูทำไม นี่คือคำถามของหนู แล้วก่อนเอาข่าวอะไรไปโพสต์ให้นักข่าวหรือใครฟัง ทำไมไม่ขออนุญาตหนูก่อน หนูเป็นแค่ตัวกลางที่พี่เอาปัญหาในบ้านพี่มาเล่าให้หนูฟัง แต่ตอนนี้ปัญหามาที่บ้านหนู มาที่ครอบครัวหนู ตรงนี้มันไม่ถูกต้อง
มันกลายเป็นว่าหนูเป็นคนเรียก 10 ล้านแทนพ่อของน้อง ทุกคนแค่อยากได้ความต้องการในสิ่งที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ได้แคร์คนที่ตัวเองเอาเรื่องมาเล่าให้ฟัง หนูรู้สึกว่าหนูเป็นหมากในเกมของใครก็ไม่รู้ แต่หนูเข้าไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตอนนี้ไม่กล้ารับโทรศัพท์ใครแล้วค่ะ
หนูนั่งจับมือแจ๊สเมื่อคืน นั่งร้องไห้ ด้วยความที่หนูเสียใจ ต่อไปนี้จะไม่ยุ่งกับเรื่องใครอีกแล้ว ไม่โทรศัพท์หรือรับรู้เรื่องใครอีกแล้วค่ะ แล้วหนูไม่ได้ฟังจากข่าวแรกนะคะ หนูฟังจากนักข่าวหลายๆ คนมาก่อน ตั้งแต่ข่าวยังไม่ออกเลยค่ะว่ามีชื่อหนูเข้าไปอยู่ในนั้น ส่วนแจ๊สเขาบอกไม่ต้องสนใจ ไม่ใช่เรื่องของเรา”


