“ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก” ประกาศโสดแบบเลิศๆ ในปี 2026 ลั่นงานรุ่งรักไม่ยุ่ง! แต่ก็สงสัย สวยตลอดเวลาทำไมไม่มีใครเข้ามา พร้อมแชร์ทริปแสงเหนือจากนักท่องเที่ยวสู่ผู้ประสบภัย โอดเป็นกรรมที่ต้องลำบาก
สดใสอยู่ตลอดเวลาจริงๆ สำหรับนางเอกสาว “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” ล่าสุดมาร่วมงานเปิดตัว “TWINKLE TWINKLE EVENT” ครั้งแรกในประเทศไทย ณ Fashion Hall ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เจ้าตัวถือโอกาสอัปเดตชีวิตในปี 2026 ทั้งเรื่องงาน ความรัก การปลูกผัก และเป็นผู้ประสบภัย
“สิ่งที่ได้ไปต่อในปี 2026 กองซีรีส์ได้ไปต่อแน่นอน น้องหมา การปลูกผัก ส่วนความโสดก็ไปต่อกันยาวๆ เลย ก็ไม่โสดแล้วมักจะไม่มีงาน ตอนนี้มีงานก็ไม่มีใครเข้ามาเลย มีความรักแล้วงานมันไม่เลิศ ตอนนี้งานเลิศ ปีนี้รู้สึกว่าทุกอย่างมันควรจะไปควบคู่กันได้ แต่ก็ไม่เหงาหรอก มีมันก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็นไร ก็แล้วแต่พรหมลิขิตไง เขาอาจจะกลัวเราเลยไม่กล้าเข้ามา เราอาจจะดูบ้าๆ บอๆ นี่คิดว่าตัวเองสวยอยู่ตลอดเวลาเลย ทำไมถึงไม่มีใครเข้ามานะ คนที่จะเข้ามาก็จำเป็นจะต้องเข้ากับเพื่อนเราให้ได้ด้วย เพื่อนก็สำคัญ คนในชีวิตเราเฟิร์นว่าสำคัญ ถ้ามีจริงๆ ก็อยากจะให้ทุกคนเข้ากันได้ มีความสุข”
จาก “ตกหลุมอากาศ” สู่ “เกษตรกรมือใหม่”
“ก็เริ่มต้นเองหมดเลย ตอนนี้ก็ได้กินข้าวโพดที่ปลูกเองแล้ว ก็มีเวลารดน้ำต้นไม้นะคะ ใส่ปุ๋ย ทำใบ ทำดิน ตอนนี้กำลังพัฒนาตัวเองในเรื่องของการทำเกษตรอยู่ ถามว่ามันจุดประกายยังไง มีอยู่วันนึงนั่งเครื่องบินแล้วตกหลุมอากาศ มาคิดกับตัวเองว่าถ้าเราเสียชีวิตมันมีอะไรที่เรารู้สึกว่ายังไม่ได้ทำบ้าง ก็รู้สึกว่าเรายังไม่ได้ลองปลูกผักเลย ก็เลยเริ่มมาปลูกผัก หมาคิดว่าเดี๋ยวก็คงมีคนช่วยเลี้ยง แต่ยังไม่ได้ลองปลูกผักเลย ก็อยากจะลองปลูกผักกินเองดู เราไม่ได้กลัวว่าเราจะเสียชีวิตนะ แค่คิดว่าถ้าไปตอนนี้จะเสียดายอะไรบ้างนะ เราอยากปลูกผัก โอเคก็เลยเริ่ม
ถามว่าเราปลูกเก่งไหม ขึ้นครึ่งนึงตายครึ่งนึง ก็เรียนรู้จากความผิดพลาดไปค่ะ ก็เรียนผิดเรียนถูกเอง มีการไปศึกษาด้วย จะฟังคลิปปุ๋ยไหนใครว่าดี เราก็มีหมด ตอนนี้ก็ปลูกมะเขือเทศ ฟักทอง ผักกวางตุ้ง ผักคอส ผักเคล แรดิช เห็ด ถั่วฝักยาว”
รีวิวเป็นผู้ประสบภัยทริปแสงเหนือ เป็นกรรมที่ต้องลำบาก
“หนาวมาก ทุลักทุเลมาก เกือบกลับมาไม่ได้ คนอื่นเขาเดินทาง 1-2 วันไปถึง ทริปเราใช้เวลา 3 วันกว่าก็ยังไม่ถึงเพราะพายุเข้า เขาน่าจะอยากไล่เราออกจากประเทศแต่เรายังจะดึงดันจะไป พายุลงถึงขนาดที่ว่าขับรถมองไม่เห็นทาง ลมพัดแรงมาก เจอพายุหิมะ คืออุปสรรคเยอะมาก บ้านที่จองไว้อยู่บนเนินสูง พายุหิมะเข้าขับขึ้นไปไม่ได้ เราต้องลงจากรถแล้วขนกระเป๋ากันขึ้นไปเอง จนทุกอย่างกระเป๋า เสบียงเดินขึ้นเขาไปไกลมากท่ามกลางพายุ จะมีลื่นล้ม เข่าแตก
ก็ทุลักทุเล แต่ก็ฟูลฟีลที่ได้เห็นแสงเหนือ ต้องเช็กหลายๆ อย่าง ต้องรอ แต่ก็สมกับที่ทุ่มเทเพราะมันสวยมากๆ ให้ไปอีกก็ไปค่ะ อยากไปอีก เฟิร์นเป็นพวกมาตรฐานทุลักทุเลอยู่แล้ว ไปไหนจะต้องมีเรื่องอะไรสักอย่าง ก็เลยชิน อาจจะเป็นพื้นดวง และกรรมของเราที่ต้องลำบาก ส่วนทริปต่อไป อยากไปอัฟริกาใต้ เพราะเป็นฝันของเพื่อน ความตั้งใจคือจะไปในที่ๆ กลุ่มเราอยากไปให้ครบ”


