xs
xsm
sm
md
lg

โพลฟันธง "บรู๊คลิน" ไม่รอดถ้าไร้ "เบ็คแฮม"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กลายเป็นข่าวระดับโลก หลัง "บรู๊คลิน" ลูกชายคนโตของ "เดวิด" และ "วิกตอเรีย เบ็คแฮม" โพสต์อินสตาแกรมร่ายยาวซัดพ่อแม่ว่าควบคุมจนทำลายชีวิตตนเองเพียงเพราะต้องการรักษาชื่อเสียงและผลประโยชน์

แถมยังใช้น้องๆ และสื่อเป็นเครื่องมือใส่ความทำให้คนอื่นๆ เข้าใจว่าตนมีปัญหาเพราะถูกภรรยา "นิโคล่า เพล์ทซ" ปั่นหัวพร้อมยืนยันไม่กลับไปคืนดีครอบครัวแน่นอน

งานนี้แม้จะมีหลายคนที่เห็นใจเจ้าตัวที่ต้องถูกพ่อแม่บงการการชีวิตมาตลอด แต่อีกหลายคนก็เข้าใจหัวอกของเบ็คแฮมและวิกตอเรียรวมถึงไม่เชื่อเรื่องที่เขาบอกเสียเท่าไหร่

โดยเฉพาะเหตุการณ์ในงานแต่งงาน ทั้งเรื่องชุดเจ้าสาวที่เขาบอกว่ามารดาฝ่ายหญิงเป็นคนออกแบบแต่กลับถูกแม่สั่งยกเลิก ทั้งเรื่องเต้นรำที่แม่ขึ้นไปเต้นแทนเมีย ซึ่งดูเหมือนละครแม่ผัวกับลูกสะใภ้เอามากๆ

ชาวเน็ตคนหนึ่งระบุว่ามันเป็นอะไรที่เด็กน้อยมากหากเขาจะตัดพ่อตัดแม่แค่เพราะเรื่องชุดงานแต่ง พร้อมจับผิดว่าชุดที่ "นิโคล่า เพล์ทซ" ใส่วันนั้นว่าเป็นแบรนด์ Valentino ที่สวยมากและอาจจะต้องใช้เวลาตัดชุดเก็บรายละเอียดนานกว่า 1 ปีแถมยังพอดีกับหุ่นเจ้าตัวเป๊ะ มันจะเป็นไปได้หรือที่ชุดดังกล่าวจะเป็นเพียงชุดฉุกเฉินที่เอามาแทนชุดหลักที่ถูก(แม่สั่ง)แคนเซิ่ลเพียงวันเดียว

ยังมีเรื่องที่เจ้าตัวบอกว่าน้องๆ ตกเป็นเครื่องมือของพ่อแม่ แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าลูกๆ คนอื่นๆ นั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย แถมยังเป็น “ครูซ เบ็คแฮม” ลูกชายคนเล็กวัย 20 ปีเสียด้วยซ้ำที่ออกมาระบุว่าพี่ชายต่างหากที่เป็นคนบล็อกและทิ้งทุกคนในครอบครัว

ปัจจุบัน "บรู๊คลิน" อายุ 26 แล้ว อาชีพหลักก็คือการเป็นอินฟลูด้านอาหาร และขายซอสชื่อ cloud23 ซึ่งในไอจีของเขานั้นก็มีคนติดตามมากกว่า 16 ล้านคนเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่ต่างมองเหมือนกันว่าปัจจุบันที่เขามีสินทรัพย์กว่า 10 ล้านเหรียญ มีชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งได้การได้เมียรวยนั้น ทุกอย่างล้วนมาจากพ่อแม่ทำไว้ทั้งนั้น โดยที่ตัวเขาเองยังไม่ได้สร้างหรือประสบความสำเร็จอะไรเลย

ฉะนั้นกับเรื่องที่เขาบอกว่าพ่อแม่เคยยื่นข้อเสนอให้เขาเซ็นสัญญาไม่ใช้ "Beckham" ถ้าเขาคิดจะแยกไปใช้ชีวิตและทำมาหากินกับเมียโดยไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวทั้งที่เป็นสิทธิ์ที่ตนควรได้หลายคนจึงมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะมันคือแบรนด์ทำมาหากินของครอบครัว ใครกันจะไปรู้ว่าในอนาคตเจ้าตัวกับเมียจะเอาไปทำปู้ยี้ปู้ยำอะไรบ้างยิ่งในสถานการณ์ที่ไม่ลงรอยกันเช่นนี้

ส่วนที่หลายคนมองว่าเรื่องราวทั้งหมดมันบานปลายก็เพราะเขาได้เมียรวยก็เลยรู้สึกว่าไม่จำเป็นจะต้องง้อพ่อง้อแม่แล้ว มันก็คงไม่ได้แตกต่างไปจากสถานการณ์เมื่อครั้งเบ็คแฮมได้วิกตอเรียเป็นแฟนสักเท่าไหร่

ในสื่ออังกฤษเองมีเรื่องเล่าขำๆ ว่า ครั้งหนึ่ง "เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน" อดีตผู้จัดการทีมแมนยูฯ เคยถูกถามว่าถ้าเขามีกระสุนนัดนึงจะเลือกใช้กับใคร ระหว่าง "วิกตอเรีย" หรือ "อาแซน เวนเกอร์" ผู้จัดการทีมอาร์เซนอลในฐานะคู่ปรับตัวฉกาจ ทางเซอร์อเล็กซ์ได้ตอบกลับไปว่า "ผมขอกระสุน 2 นัดเลยได้มั้ย?"

เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจก็คือหลังข่าวออกมาเว็บไซต์ข่าว "เดลี เมล" ได้ทำโพลในหัวข้อที่ว่า "คุณคิดว่าบรู๊คลินจะประสบความสำเร็จหรือไม่ถ้าไม่ได้ใช้นามสกุลเบ็คแฮม" ปรากฏว่าผลโหวตถึง 90% บอกว่าทำไม่ได้ มีเพียง 10% เท่านั้นที่เชื่อว่าเขาทำได้

สุดท้ายไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่นับจากนี้ไปทุกอย่างมันคือความท้าทายที่ "บรู๊คลิน" ต้องเจอและต้องพิสูจน์ให้ทั้ง "เดวิด" และ "วิกตอเรีย" ได้เห็นว่า ระเบิดลูกใหญ่ที่ถูกทิ้งในครั้งนี้มันมาจากมือของลูก(ผู้)ชายที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งไม่ใช่ลูกแหง่ของพ่อแม่อีกต่อไปแล้ว



กำลังโหลดความคิดเห็น