“ญดา นริลญา” บู๊ครั้งแรกในภาพยนตร์ Omukade เสียงชมบู๊ได้ระดับ “จีจ้า ญาณิน” เผยปีนี้อยู่ในจุดที่เลือกได้แล้วจึงรับงานที่ท้าทายตัวเอง แต่ก็แลกมาด้วยสุขภาพทรุด การแสดงมีผลกับคุณภาพชีวิต พบป่วยไทรอยด์เป็นพิษ แต่ก็ยังรู้สึกคุ้มค่าเพราะรักในงานแสดง
เปิดศักราชใหม่ “ญดา นริลญา กุลมงคลเพชร” ก็เปิดตัวด้วยงานภาพยนตร์บู๊แอ็กชั่นเรื่องแรกในชีวิต Omukade หนังแนวผจญภัย ในบท ซานอสาวชาติพันธุ์ ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ต้องเข้มแข็งและสู้ชีวิตเพื่อเอาตัวรอด เรื่องนี้มีความยากและท้าทายอยู่ไม่น้อย เพราะนอกจากต้องร่วมงานกับนักแสดง 3 ชาติ ญี่ปุ่น-พม่า-อังกฤษ ญดายังต้องบู๊แทนการพูด แต่ถึงจะเป็นเรื่องแรก ญดาก็ได้รับคำชมจากผู้กำกับ นักแสดงบู๊ว่าบู๊ได้สูสีระดับ “จีจ้า ญาณิน”
“โอมุคาเดะ ก็จะเป็นหนังแนวผจญภัยที่เจอกับสัตว์ประหลาดที่เป็นตำนานจริงๆ ที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ เป็นการเล่าเรื่องสัตว์ประหลาดญี่ปุ่นที่มีอยู่ในตำนาน มันหน้าตาแบบไหน แล้วความเหี้ยมโหดชั่วร้ายของมันมียังไงบ้างก็ถูกหยิบยกมาในเรื่องนี้ มีคนถามว่าแล้วสัตว์ประหลาดญี่ปุ่นมันอิมพอร์ตมาอยู่ในไทยยังไง คือเมืองไทยก็มีสัตว์หลาดแบบเดียวกัน มีตำนานคล้ายๆ กันกับของไทย ชื่อว่า ตะบองพลำ เป็นตะขาบยักษ์ สัตว์ยุคดึกดำบรรพ์อะไรแบบนี้ ถามว่ามีจริงไหมมันก็อาจจะมีจริงๆ เพียงแต่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ในเชิงวิทยาศาสตร์หรือเปล่าไม่แน่ใจ
ในเรื่องเราไปสู้กับสัตว์ค่ะ เหมือนเราไปรบกวนในที่ของเขา คนมีความจำเป็นที่จะต้องไปในที่นั้นคือพาเชลยหนีแล้วมันไม่มีพื้นที่อื่นแล้วนกจากที่นี่ที่เดียว ก็ต้องผ่านไปในถ้ำนี้ที่เข้าคนเข้าไปก็มักจะไม่ได้กลับออกมา ก็เป็นแนวบู๊ แอคชั่น ผจญภัย แฟนตาซี ก็เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับบ้านเรา น่าจะถูกใจคนไทย เรื่องนี้ถูกกำกับทั้งภาพและผู้กำกับเป็นคนไทย แล้วเราก็รู้สึกว่าอยากจะหาอะไรที่พยายามจะให้มันรีเลทกับสิ่งที่คนไทยเชื่อ จริตคนไทย ก็จะมีความสยองขวัญหน่อย มีเลือดๆ มีความลุ้นระทึก แบบหนังสยองขวัญ หนังผี แต่ไม่ใช่ผีค่ะ เป็นสัตว์ประหลาดที่กินคน ทำคนตายได้จริงๆ"
รับบทอะไรใหม่ๆ เป็นคนชาติพันธ์ุ ร่วมงานกับนักแสดง 3 ประเทศ ญี่ปุ่น-พม่า-อังกฤษ
“ในเรื่องญดารับบทเป็นคนชาติพันธ์ุที่อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ตรงพื้นที่นั้น แล้วเราชำนาญการในพื้นที่ที่จะพาเชลยหนี เราเติบโตมาการใช้ชีวิตอยู่ในป่าด้วยการล่าสัตว์ เหมือนคนที่อยู่คนยุคกันเลย อยู่กันคนละพื้นที่ เราไม่คิดว่าเกิดมาครั้งนึงเราจะทำได้ คือต้องเล่นให้ได้ ทำให้ได้
จริงๆ ตอนแรกต้องพูดภาษาเมียนมาทั้งเรื่อง แต่ด้วยความที่เรามีระยะเวลาค่อนข้างน้อยก็เลยตัดสินใจกับผู้กำกับว่าขอเป็นภาษาไทยแล้วกัน แต่ว่าเราถ่ายทำกับนักแสดงหลายชาติมากเลยค่ะ ทั้งพม่า ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น อย่าง พม่าก็เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงมากในเมียนมาค่ะ ชื่อพี่เดาง์ เขามีคนติดตามในเฟซบุ๊ก 2 ล้านคนค่ะ ไปถ่ายทำที่ไหนก็มีคนกรี๊ดเขา เราไปถ่ายที่กาญจนบุรี ในเรื่องก็จะเป็นคนที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน เคยรู้จักกัน แต่เราเป็นคนพาเชลยฝรั่งหนี
ส่วนคนอังกฤษในเรื่องก็คือนักแสดงก็เป็นคนอังกฤษเลย พูดไทยไม่ได้ ในเรื่องก็จะมีล่ามของแต่ละคนอย่างพี่เดาง์เขาก็บอกเลยว่าขอมีล่ามที่เป็นคนแปลเมียนมาแล้วก็ไทย เพราะว่าเขาอยากเข้าใจตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง มันเป็นภาษาอื่นเขาไม่เข้าใจขนาดนั้น แล้วก็มีเรียวตะคนญี่ปุ่นก็มีล่ามคนญี่ปุ่นหมือนกัน แก๊งทหารญี่ปุ่นบางคนพูดไทยไม่ได้เลย ก็ต้องมีล่าม คนอังกฤษทีมงานเราพูดได้ก็สื่อสารกับเขาได้เข้าใจค่ะ ทุกคนในเรื่องต่างก็พูดภาษาของตัวเอง
โชคดีที่เขาเอานักแสดงมืออาชีพมาอยู่แล้ว มันก็เลยทำให้ทุกคนมีความมืออาชีพในการทำงาน ไม่ต้องคุยซ้ำซ้อนหลายขั้นตอน แค่พูดแล้วแปลเป็นภาษาเขา เขาเข้าใจได้เลย เขาทำงานมีประสบการณ์มากกว่าเรากันด้วยซ้ำ เราก็แอบเก็บเกี่ยวเทคนิคการแสดงจากเขาที่มีความสมจริงเป็นธรรมชาติกันมาก ก็ได้มาคนละนิดละหน่อย”
เรื่องแรกแสดงแอ็กชั่น ได้รับคำชมบู๊ได้ระดับเดียวกับ “จีจ้า ญาณิน”
“นอกจากแอ็กชั่นมีใช้อาวุธด้วยค่ะ ใช้ดาบ ใช้ความยืดหยุ่นของร่างกาย มีตีลังกาม้วนหน้าม้วนหลัง บู๊แอ็กชั่นแทนไดอะล็อกพูดไปประมาณ 10 นาที ก็ต้องไปเวิร์กช็อปกับซ้อมคิวบู๊เยอะมาก หลายวัน
ญดาไม่เคยแอ็กชั่นเลยค่ะ เราจะถนัดสายอินเนอร์มากกว่า แต่ว่าพอมันมาแนวบู๊แอ็กชั่นนี่คือเรื่องแรกเลย ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้ด้วย แต่ว่าก็ผ่านมาแล้ว เหนื่อยมากค่ะตอนนั้น
ตอนแรกก็ถอดใจกลางทาง ท้อใจมาก รู้สึกว่ามันเหนื่อยมาก บอกผู้กำกับว่าหนูไม่ไหวแล้ว แต่ว่าพอมาดูเพลย์แบ๊กหลังกล้อง อ้าว..ดีเฉยเลย ก็เลยรู้สึกว่าเท่ดี บู๊หนักมากแบบที่ผู้กำกับบอกว่า นี่ระดับพี่จีจ้า (จีจ้า ญาณิน) เลยนะ ทีมงานในกองผู้ชายร่างกายกำยำทุกคนว้าว ตบมือให้ว่าบู๊เก่งจัง ก็สนุกดีนะ ทำได้แต่ว่าอาจจะยัง”
ปีนี้ทุกงานที่รับคัดมาอย่างดีแล้ว เพราะไม่อยากให้คนมีภาพจำซ้ำจากปีก่อนๆ แนวสยองขวัญปฎิเสธไปเยอะ ปีนี้ขอพักก่อน
“จากนอก Omukade ก็จะมีซีรีส์ยูริ และซีรีส์พีเรียด ก็ต้องดูว่าแต่ละเรื่องฟีตแบ็กจะออกมาเป็นยังไง ก็เป็นจังหวะที่งานเข้ามาในแบบที่เราสามารถเลือกรับได้ ทุกเรื่องก็คัด ก็เลือกมาดีแล้ว คือเอาจริงๆ มีเข้ามาเยอะมาก ที่เลือกไว้ถือว่ารับน้อยมากแล้ว ก็เรื่องทำงานกับเรื่องที่เรารู้สึกว่าคนดูจะได้เห็นความแตกต่างของเราจริงๆ ไม่อยากให้ผลงานที่กำลังจะออกสู่สายตาผู้ชมในปีนี้มันไปซ้ำกับปีก่อนๆ เลย อยากให้เขาได้เห็นอะไรใหม่ๆ ในตัวเราไปเรื่อยๆ
ปฎิเสธไปเยอะเลยค่ะ พวกแนวสยองขวัญ หนังผีขอพักก่อน งานสยองขวัญที่เราเล่นไว้มันเป็นภาพที่คนจำว่าเราเป็นผีแล้วมันโอเค เราเลยไม่อยากเล่นเป็นผีที่มันไปซ้ำกับบทเดิมแล้ว มันไม่ท้าทายเราแล้ว ภาพจำญดาตอนร่างทรงคือ คนกินหมา สืบสันดานก็จำว่าฆ่าคน ปีนี้ก็อยากให้คนจำความยูริ น่ารักใสๆ บ้าง”
ปรับตัวกับการเป็นดาราในพ.ศ.ที่อยู่ให้อยู่ถูกที่ถูกเวลา ด้วยการยึดคุณภาพของงานเป็นหลัก
“เรายึดที่คุณภาพการทำงาน ญดาอยู่ในวงการนี้เข้าปีที่ 13 แล้ว แต่เพิ่งจะมาเป็นที่รู้จักจริงๆเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วนี่เอง ก็อยากจะรักษาพื้นที่ชื่อเสียงของเราตรงนี้ไว้ให้อยู่ได้นาน ญดาไม่ได้แข่งกับใคร เรายืนในจุดของเรา และเราต้องมั่นคงในจุดที่เราอยู่ด้วย เรามีแพสชั่นกับการแสดง อยากจะยืนอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ อยากจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในการแสดง คนจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ในตัวเรา ว่าเราดีขึ้นเรื่อยๆ
มันอาจจะเป็นช่วงจังหวะกำไรชีวิต เป็นผลบุญจากที่ผ่านมาที่เราทุ่มเทเป็น 10 ปี เราสั่งสมประสบการณ์มาเยอะมาก เราเคยทำงานเยอะ ได้เงินน้อย แต่เราก็ยังคงทุ่มเทกับมันในช่วงหนึ่งของชีวิตเป็น10 ปี วันนี้ญดาอยู่ในช่วงจังหวะที่คนรู้จักเรา ยอมรับในการทำงาน ยอมรับในฝีมือของเราไปแล้ว เป็นโชคดีของเราที่ไม่คิดล้มเลิก ไม่คิดยอมแพ้กับมันไปก่อน ก็ขอบคุณตัวเองอยู่ทุกวันที่ไม่ล้มเลิกไปเสียก่อน
ส่วนบางคนที่อาจจะรู้สึกว่างานแสดงน้อยลง จริงๆ แล้วก็ไม่ได้น้อยลงนะ แต่นักแสดงน่าจะเยอะขึ้น งานแสดงยังมีอยู่ เพียงแต่การแข่งขันสูงขึ้น มีคนเกิดใหม่ขึ้นมาเยอะมาก ญดามีความฝันมาตั้งแต่เด็กอยากที่จะเป็นนักแสดง ตอนเข้ามาแรกๆ ก็ผิดหวังเยอะมาก ร้องไห้มาเยอะ กว่าจะมาอยู่ในจุดที่คนยอมรับ วันนี้มันเหมือนฝันเป็นจริง สิ่งที่เราทุ่มเท พยายามมาตลอดมันเห็นผลนะ วันนี้มันออกดอกออกผลให้เรา แต่เราก็ไม่ประมาท ปีนี้ญดาก็จะทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร เราเห็นอยู่แล้วว่างานในวงการบันเทิง เข้ามาแล้วก็จะหายไปตามกาลเวลา ตัวญดาเองมั่นใจว่าเราจะอยู่ตรงนี้ไปอีกนานๆ อีก 20 ปีข้างหน้าเราก็จะยังอยู่ตรงนี้ ไม่ว่าจะบทไหนเราก็เล่นได้ เพราะจิตวิญญาณของเราคือการแสดง”
การแสดงมีผลกับคุณภาพชีวิตแต่ก็ยังรู้สึกคุ้ม พบปัญหาสุขภาพรุมเร้า ไทรอยด์เป็นพิษ
“จากนี้ก็จะมีลิมิตในการรับงาน ด้วยปัญหาสุขภาพ เพิ่งตรวจเจอว่าเป็นไทรอยด์เป็นพิษแบบผอม ซึ่งเราเป็นหอบหืดอยู่แล้ว เหมือนเราใช้ร่างกายมาหนักมาก เลยอาจจะต้องถอยมาดูแลตัวเองบ้าง มันมีหลากหลายปัจจัยมากที่ทำให้เกิด จากงานก็มีส่วน กินนอนไม่เป็นเวลา นอนน้อย กินอาหารไม่ครบ ใช้อารมณ์ความรู้สึกเยอะ ภาวะเครียด กดดัน ไทรอยด์มันเป็นเรื่องของฮอร์โมน มันผลิตออกมามากเกินไป มันก็ส่งผลได้ พันธุกรรมก็เป็นได้
ก็มาทราบความผิดปกติจากนาฬิกาสุขภาพว่าทำไมเวลาเรานอนหัวใจเต้น 120 นั่งอยู่เฉยๆ ก็ร้อยกว่า มันผิดปกติมากก็เลยไปตรวจ ความที่เราเป็นหอบหืด เราก็คิดว่าที่เราปกติมาจากโรคประจำตัวของเรา แต่สุดท้ายไม่ใช่ (การเป็นนักแสดงก็มีผลกับชีวิตอยู่เหมือนกัน?) ใช่ แต่ก็คุ้มค่ะ เพราะเรารักมัน มันเป็นอาชีพเป็นส่วนหนึ่งของเราไปแล้ว แต่เราก็ต้องทำแบบมีลิมิต เราต้องรู้ตัวเองว่าเราจะต้องรับงานแบบไหนยังไงเพื่อไม่ให้ไปเป็นภาระคนอื่น”


