เปิดใจ “ต้อ มารุต” ผู้กำกับชั้นครูในวัย 70 ที่งานยังชุก เผยเคล็ดลับปรับตัวให้ทันเทคโนโลยีและไม่หยุดเรียนรู้จากเด็กรุ่นใหม่ ออกตัวไม่แก่ ไม่เกษียณง่ายๆ
ต้องยกให้เป็นผู้กำกับชั้นครูแล้วจริงๆ สำหรับ “ต้อ มารุต สาโรวาท” ที่ตอนนี้แม้จะอายุ 70 ปีแล้ว แต่งานกำกับก็ไม่เคยขาด เรียกได้ว่ายังเป็นที่ต้องการของผู้จัดทั้งหนังและซีรีส์อยู่เสมอ โดยเจ้าตัวก็ยอมรับว่าต้องปรับตัวเองเหมือนกัน เพราะตนมาจากยุคอนาล็อก พอตอนนี้เปลี่ยนเป็นยุคดิจิทัล ก็ต้องปรับตัวเองตามให้ทันยุคทันสมัย
“เพิ่งเสร็จสิ้นของทางโมโนออริจินัลไปกับซีรีส์ยาวที่มีชื่อว่า มหกรรมมนุษย์ น่าจะเป็นซีรีส์ยาวเรื่องท้ายๆ แล้ว เพราะต่อไปซีรีส์จะสั้นลง 16 ep. จบ จริงๆ พอมายุคนี้ก็ปรับตัวเยอะมาก ปรับตัวไปตามเทคโนโลยี จริงๆ เราเคยคุยกับเพื่อนที่อยู่ในวงการที่งานเขาเริ่มไม่ค่อยมี รวมถึงลูกศิษย์ที่เราไปสอน บอกเขาว่าการปรับตัวตามเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญ อย่าปฏิเสธเด็ดขาด ที่สำคัญคือคิดเรื่องให้ดีแล้วกัน เพราะเรื่องดีมันจะอยู่ยาวจนข้ามพ้นกรอบของเทคโนโลยีไป
ตอนนี้เป็น 4K อีกหน่อยจะเป็น 6K 8K เจอระบบที่ก้าวหน้าทันสมัยขึ้น นั่นคือเครื่องไม้เครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวก แต่ท้ายสุดมันกลับมาที่เรื่องมนุษย์หมดเลย อย่างเรื่องที่ดูเก่าที่สุดทำไมยังมาเล่าในคนรุ่นนี้ได้ ทั้งที่เป็นเรื่องที่เราเพิ่งเริ่มต้นทำงานด้วยซ้ำ แต่มันกลับมาอีกครั้ง เพียงแต่เปลี่ยนวิธีเล่าในฟอร์แมตซีรีส์ที่เด็กรุ่นนี้รับได้ รับง่าย ไม่ยาวเกินไป หรือถ้ายาวเกินไปก็ทอนเป็น 8 ตอน 12 ตอน บางทีในเรื่องยาวเป็นชั่วโมงถูกย่อให้เหลือแค่ 3-5 นาทีลงติ๊กต๊อกลงยูทิวบ์โดนใจพวกเขาได้ เราเลยได้ข้อพิสูจน์อันหนึ่งว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนไปเราต้องตามให้ทัน ขณะที่เราต้องมาแข่งกันตรงเนื้อเรื่องต่างหาก”
ภูมิใจที่ 70 แล้วยังมีงานให้ทำ
“ผลกระทบคืองานน้อยลง แต่เรายังโชคดีที่มีงานอยู่ สิ่งที่ภูมิใจอย่างหนึ่งคืออายุ 70 แล้ว แต่ยังมีงาน บางทีมีคนติดต่อมาเราก็ถามว่าไม่เอาคนอื่นเหรอ เอาเด็กรุ่นใหม่หรือคนที่มีชื่อเสียงกว่าเราไหม แต่เขาก็เชื่อมั่นว่าอันนี้เราจะทำได้ดีมาก บอกว่าเราคือตัวเลือกแรกเลย พอได้ยินแบบนั้นมันดีใจมากที่ยังได้รับความไว้วางใจอยู่ในวงการ เหมือนว่าเรายังอยู่ในทางเลือก ยังอยู่ในกระแสอยู่ นั่นเป็นเพราะว่าเราปรับตัวตามทันด้วยแหละ”
ดีใจที่คนยกให้เป็นระดับครู
“ดีใจมากที่บอกว่าเป็นระดับครูแล้ว เราอยู่มาตั้งแต่อนาล็อกจนมาเป็นดิจิทัล ทำตั้งแต่ทีวีเป็นของสำคัญในแต่ละบ้าน จนตอนนี้มีทีวีไว้เฉยๆ เพราะคนมาดูในจอมือกันหมดแล้ว เราอุตส่าห์ทำฉากอลังการมากแต่มาดูกันจอเท่านี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะทำชุ่ยๆ นะ เราก็ยังคงรักษาความละเอียดที่อยู่ในเฟรมใหญ่ ไม่ว่ามันจะอยู่ในฟอร์แมตไหนต้องทำให้ดีที่สุดไว้ก่อน คนทำต้องคิดเยอะ ว่าในความระยะเวลาสั้นมันสามารถใส่อะไรที่คนดูจะไม่สไลด์ทิ้งไป ต้องให้เขาหยุดดูให้ได้ ตอนแรก 1 นาทีต้องเอาให้อยู่ แต่เดี๋ยวนี้ 10 วินาทีแรกถ้าเอาไม่อยู่ก็ไปเลยนะ สมัยนี้เขาแข่งกันขนาดนี้”
ยังไม่คิดเกษียณ ยิ่งได้ทำงานกับเด็กรุ่นใหม่ๆ ยิ่งได้แง่มุมใหม่ๆ
“ถอยไปเมื่อ 10 ที่แล้วเราก็บอกว่าเกษียณแล้วนะ ไม่ทำแล้วนะ ผ่านมาถึงวันนี้เรายังทำอยู่ ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เพราะคิดว่าถ้าเราเลิกทำคงแก่ทันที การที่นั่งอยู่กับบ้านสบายๆ ไม่ต้องขบคิดแก้ปัญหาอะไร แบบนั้นเราอาจจะแก่เร็วเป็นไปได้ว่าการแอ็กทีฟและใช้ความคิดตลอดทำให้เราไม่แก่ไง มนุษย์ไม่ใช่สัตว์ที่ถูกสร้างมาให้อยู่นิ่งๆ เฉยๆ แต่ให้เราขยับและคิดเพื่อให้ใช้สมองตลอดเวลา ขอบคุณมากๆ ที่บอกว่าเรายังเป็นไอดอลให้กับคนรุ่นใหม่ได้ ข้อสำคัญคือเราได้ทำงานกับคนอีกรุ่นหนึ่งด้วย ช่วง 4-5 ปีหลังมานี้เราทำงานในโครงการเยาวชน บางทีเราคิดว่าอันนี้เราทำแบบนี้มาเป็นแพตเทิร์นซ้ำแล้ว ลองเปลี่ยนความคิดใหม่ให้เด็กรุ่นใหม่เสนอไอเดียดู เราก็จะได้แง่มุมใหม่ๆ ขึ้นมา แล้วพอทำงานกับเด็กรุ่นใหม่เราก็จะไม่แก่ ตามทันเขาและให้เกียรติไอเดียเขาด้วย”


