กลายเป็นดรามาเต็มโซเชียลที่มีออกมาทั้งภาพนิ่งและคลิปวิดีโอกับงานแต่งงานของนักร้องหมอลำ “แพรวพราว แสงทอง”และพระเอกลิเก “ซัน วงศธร สมศรี” หรือ “ซัน ไมค์ทองคำ”กับช็อตที่ซันจุ๊บปากน้อง นาริตะ ลูกสาวแพรวพราว ทำถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมาย จนชาวเน็ตต้องแท็กหาพ่อตัวจริง “บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์”ให้ออกมาปกป้องสิทธิ์ของลูกสาวที่ถูกละเมิด ซึ่งบิ๊กก็ออกมาโพสต์ว่า “xวยยยยยย ปาก ลูกกู สั สสสส”
หลังจากวิจารณ์กันสะพัด “ทนายพัฒน์ เมียหลวง 2026” ก็ได้โพสต์ถึงกรณีนี้ว่า… “วอนโซเชียลอย่าโพสต์ภาพเด็กที่จุ๊บปากกับคนอื่น ถึงแม้ไม่ให้เกียรติตัวพ่อแม่ ก็ควรให้เกียรติเด็ก ขอบคุณครับ เป็นห่วง” และ “พ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยงวัยเด็กจุ๊บปากกัน ผมมองว่าไม่ผิดกฎหมาย เพราะไม่มีเจตนาไม่ดี แต่มันอาจไม่เหมาะสม”
ฟากชาวเน็ตเสียงแตกบ้างก็แอนตี้มองว่าเรื่องนี้ไม่ปกติ บ้างก็มองเป็นเรื่องน่ารักคิดมากกันไปเอง…
ไม่เข้าข้างใครนะ ผู้ชายเป็นใคร ถึงจุ๊บปากนาริตะ แม้แต่พ่อเขาเองเขาก็ระวังตัว ไม่สมควรทำเลยจุ๊บปาก , ทำแบบนี้ไม่เหมาะสมถึงอย่างไรก็ไม่ใช่พ่อแท้ๆ วิธีแสดงความรักต่อเด็กผู้หญิงมีเยอะแยะ เว้นแต่จะเลือกมาปฏิบัติต่อสาธารณไหม ไม่ควรจุ๊บปากเด็กนะ , หอมแก้มน้องก็พอแล้วค่ะ , เราก็แฟนคลับแพรวนะ แต่เรื่องนี้ไม่ควรจริงๆ ไม่ควรทำ แค่หอมแก้มน่าจะดีกว่า ยิ่งลูกสาว ทำอะไรต้องระวัง
ก็น่ารักดีค่ะ , งงมากคะเป็นภาพที่ดูน่ารักออก ถือแบบสังคมยุโรปกันบ้างสิคะ การวางตัวจุ๊บคนทึ่นี่หรือเด็กๆ เป็นการให้ความรักเอ็นดูนะคะ คนไทยน่าจะมองผ่านบ้างคะ🥰🇩🇪 , มองแล้วแสดงด้วยความบริสุทธิ์ใจ , ไม่ได้น่าเกลียดอะไรมากมายอคติเขาเลี้ยงดูแลลูกตัวเอง , ผิดตรงที่คนคิดมากเกินไปจริงๆ..เอ็นดูอบอุ่นมากกว่าค่ะ
คนเป็นแม่ต้องแยกแยะลูกกับผัวใหม่ มันใช่ไหมที่ให้ผู้ชายคนที่เป็นผัวตัวเองไปจุ๊บปากลูกสาว น้องเขายังเป็นเด็กอยู่ แม้เขาก็โตแล้วก็ไม่สมควร เอาจริงๆ นะคิดไม่เป็นทำตามใจตัวเองคิดว่าตัวเองเป็นแม่คำว่าแม่มันยิ่งใหญ่นะจะบอกให้ คุณพิจารณาตัวเองให้ดีก็แล้วกันสังคมไทยเป็นอย่างไรก็รู้อยู่ไม่ใช่ฝรั่ง
ซึ่งในงานแต่งงาน แพรวพราว-ซัน ได้เผยถึงสาเหตุที่ทำให้แพรวพราวเปิดใจให้ซันเข้ามาในชีวิตเพราะว่าซันรักลูกของตน ในขณะที่ซันเองก็เผยว่าที่ผ่านมาดูแลลูกของแพรวพราวทั้งสองคนมาตลอด ลั่นลูกแพรวพราวก็เหมือนลูกตน และแพรวพราวเป็นแม่ที่ดี
แพรวพราว : “ที่ผ่านมาเราเล่นตัว เรามีลูกติด มีภาระมากมาย เขายังวัยรุ่น แต่เขาพูดคำนึงว่าถ้าวันนึง ถ้าวันนึงถ้าเราได้รู้จักกันมากกว่านี้ เขาพูดถึงเด็ก พูดถึงนาริตะ โตเกียว เราก็เลยรู้สึกว่าเขาให้ความสำคัญกับลูกเรา เขาบอกว่าถ้าวันไหนเธอไม่ว่างหรือเธอไม่อยู่ บอกได้นะ เดี๋ยวไปรับไปส่งลูกเธอไปโรงเรียนให้ก็ได้ มันดูอบอุ่น เขาให้กำลังใจเราตลอดและเขาก็ให้ความสำคัญกับลูกเราตลอด ซึ่งลูกเป็นดวงใจของเรา ก็ไม่คิดว่าใครที่เข้ามาเขาจะมารักลูกเรา คนที่เข้ามาเขาอาจจะรักเรา แต่เขาอาจจะไม่รักลูกเราก็ได้ แต่ดูเขาใส่ใจ เราก็เลยลองเปิดใจให้เขา”
ซัน : “สำหรับผมตอนนี้เราคือครอบครัวเดียวกัน การที่เราจะอยู่ใช้ชีวิตกับเขา เราก็ต้องรักลูกเขาด้วย ผมอยู่กับนาริตะ-โตเกียว รักเขา เล่นกับเขา ดูแเลเขาในทุกๆ วันเพราะเราอยู่ด้วยกันทุกวัน พ่อแม่ของผมก็รักนาริตะ-โตเกียว สุดท้ายอนาคตถ้าเราสองคนจะมีสมาชิก มีน้องเพิ่มเข้ามาอีก ความรักที่ผมจะมีให้กับครอบครัวต้องมีนาริตะ-โตเกียวแน่นอน ผมรักเขาโดยที่ผมไม่มีกำแพง เหมือนแรกๆ อยู่แล้ว เราก็เกริ่นกับนาริตะ-โตเกียวไว้มาตลอดว่าเดี๋ยวพวกหนูจะมีน้องนะ เราอยากให้เขารู้ว่าเราจะไม่มีการแบ่งแยก คนอื่นจะคิดยังไงผมไม่รู้ มุมผม ผมได้ปฎิบัติต่อนาริตะ-โตเกียวในทุกๆ วันให้ทุกคนได้เห็น ก็มีบกพร่องบ้าง ดีบ้างปะปนกันไป แต่สุดท้ายแล้วลูกแพรวก็เหมือนลูกผม และแพรวเป็นผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูกได้ดีมากๆ”
แพรวพราว : “อยากขอบคุณซันที่เขารักลูกเรา ลูกเป็นดวงใจของเราแต่เมื่อเขาเข้ามาในชีวิตเรา เขาเปิดใจอ้าแขนกอดเด็กทั้งสองคน ทำเหมือนที่เราทำ เขาดูแลลูกเราเหมือนที่เราดูแล ก็ขอบคุณที่เขารักดวงใจของแพรว”


