“แน็กกี้ - บลู รุ้งจรัส” ไลฟ์เคลียร์ดรามาโพสต์เลิก ตอนนี้ถอยคนละก้าว กลับมาเป็นพี่น้อง เผื่อจะใส่ใจกันมากขึ้น ย้ำไม่ได้แยกทางกัน ยังเป็นพ่อเป็นแม่ให้ลูก อยู่บ้านเดิม และทำงานด้วยกันเหมือนเดิม ขอโทษกันและกัน คนหนึ่งเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ คนหนึ่งก็ยอมจนทำให้เคยชิน
จากกรณีที่ “แน็กกี้ เดอะคอมเมเดี้ยน” หรือ “แน็กกี้ ลิเกฮีโร่” ออกมาโพสต์ข้อความเดือด บอกว่า “คุณลองเอานวล (ลูกสาว) ออกจากบ้านหลังนี้ดู แล้วคุณจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น” ก่อนจะโพสต์เพิ่มเติมว่า “สิ่งที่ดีที่สุดคือไม่มีกู” หลังภรรยา “บลู รุ้งจรัส” ผู้เป็นนางเอกคู่ขวัญ ประกาศยุติความสัมพันธ์กลางโซเชียล จนร้อนถึงพ่อบุญธรรม อย่าง “เอกชัย ศรีวิชัย” ต้องออกมาไลฟ์เดือด พร้อมกับ “นีโน่ สองเทพบุตรสุดที่รัก” พี่ชายแน็กกี้ และ บูล ลูกสะใภ้ โดยบอกให้แน็กกี้เอาหัวแม่เท้าคิดแล้วกลับมา ยังไงหลานก็ต้องอยู่กับปู่ ถ้ายังดื้ออยู่ โฉนดสักใบก็จะไม่ได้ ล่าสุด แน็กกี้ และ บลู ก็ได้ออกมาไลฟ์ติ๊กต๊อกคู่กัน เพื่อเคลียร์ทุกประเด็นที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว
โดยในไลฟ์แน็กกี้ให้บลูเป็นฝ่ายพูดก่อน เพราะถ้าตัวเองพูดแล้วมันดูไม่ดี เดี๋ยวโดนด่าอีก เลยอยากให้บลูเป็นฝ่ายนำพูด เพราะถ้าตัวเองพูดก่อนจะกลายเป็นเผด็จการ พูดเข้าข้างตัวเอง ซึ่งงานนี้ก่อนจะเข้าเรื่อง บลูก็ได้พูดขอบคุณ Fc ทุกคนที่อยู่ข้างๆ และให้กำลังใจในวันที่เกิดปัญหา พร้อมกับขอโทษถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่อยากให้เข้าใจกัน ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังและเสียใจ ตนเป็นศิลปิน แต่ก็เป็นคนหนึ่งที่มีหัวใจ มีความอดทน มีความรัก มีความโกรธ ขอให้ทุกคนเคารพในการตัดสินใจ แต่ไม่ขอให้เข้าใจ
บลู : “ต่อให้การโพสต์เป็นเพียงอารมณ์ แต่ถ้าคนที่อยู่รอบข้าง จะรู้ว่า 9 ปีที่อยู่ด้วยกันมา อดทนสุดๆ แล้ว ในการเล่นคู่กันในการทำงาน ก็มีกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดา แต่ยิ่งมาเป็นชีวิตคู่ตอนช่วงคบกัน ก็กระทบกระทั่งกันบ่อย เลยกระทบกันหลายด้าน ที่ไม่ใช่แค่เรื่องหึงหวง ณ วันนี้พอเป็นครอบครัวมันเซนซิทีฟ ขอบคุณพี่จ๊ะกับพี่บอลที่เป็นห่วง
พี่จ๊ะพูดกับบลูมาคำหนึ่ง ว่าทำไมที่ผ่านมาตอนที่คบกัน ตอนยังไม่มีลูก ทำไมบลูถึงยอมรับในตัวแน็กได้ แต่พอตอนนี้มีลูกแล้ว ทำไมถึงไม่อดทนกว่าเดิม ก็เป็นคำพูดที่กระแทกความรู้สึก ว่าทำไมบลูไม่อดทนมากกว่าเดิม แต่กลับเซนซิทีฟกว่าเดิม พอมีลูกบลูคิดมากกว่าเดิม และสิ่งที่เราต้องการมันมากกว่าเดิม
ที่ผ่านมาไม่เคยต้องการอะไรจากพี่แน็กเลย จะเป็นยังไงก็เป็นไป เรารู้ว่าเขาเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ พอมีลูกก็ไม่ได้บังคับให้เขาเปลี่ยน แต่คิดว่าเขาควรจะเปลี่ยน ซึ่งเขาก็ไม่ได้เปลี่ยน แต่บอกเลยว่าเขาเป็นพ่อที่ดี แค่เขาไม่ได้เลี้ยงลูก เขาเป็นแนวเอ็นเตอร์เทนลูก ก็เป็นภาพที่คิดในหัวอยู่แล้ว แล้วก็เป็นช้างเท้าหน้าของบ้าน
แต่ความสัมพันธ์เรื่องผัวเมีย ตอนเป็นพี่น้องกัน พี่แน็กดูแลบลูดีกว่า เลยรู้สึกสะสมมาเรื่อยๆ ทั้งคำพูด การกระทำ หรือการโพสต์ที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะคิดได้ แต่เลือกที่จะเงียบ เก็บ เพราะถ้าพูดปุ๊บจะทะเลาะกันทันที เลยมาถึงจุดที่บลูโพสต์ จะไม่ลงรายละเอียดสิ่งที่ทะเลาะกัน เพราะมันไม่น่าฟัง
วันนี้ก็อยากแจ้งให้ทราบ เราคุยกันแล้วเรื่องความสัมพันธ์ ว่าถอยคนละก้าว เพราะมันอาจจะดีขึ้น ไม่ได้โกรธหรือเกลียดกัน แต่ต้องรักษาซึ่งกันและไว้ ถ้ายังเป็นผัวเมียกัน และยังเป็นแบบนี้อยู่ คิดว่าวันหนึ่งมันจะร้าวฉานไปมากกว่านี้ ถ้าไปต่อวันหนึ่งบลูอาจจะเกลียดเขาก็ได้ เลยคิดว่างั้นถอยคนละก้าว แต่ความรักยังเหมือนเดิม ดีกว่าวันหนึ่งจะร้าวฉานจนแตกกันไปเลย เพราะบลูยังอยากอยู่กับสองเทพบุตรสุดที่รัก ไม่อยากมีปัญหา เพราะถ้ามีปัญหากัน ต่อให้พยายามทำงานเป็นพระนางคู่กัน มันไม่มีความสุข วันหนึ่งก็ต้องแยกย้าย
แต่ ณ วันนี้ยังรักอยู่ ก็ลองแบบนี้ดู อาจจะเป็นความสุขอีกแบบหนึ่ง หนูไม่ต้องมานั่งคาดหวังอะไรในตัวพี่ ว่าจะเหมือนเดิมไหม คำพูดนี้จะได้เจอไหม เพราะถ้าเราเป็นพี่น้องกันหรือเป็นคนอื่น มันอาจจะไม่ดูแคลนกันและให้เกียรติกันมากขึ้นก็ได้ แต่ยังรักเหมือนเดิม ไม่ไปไหน เลี้ยงลูกที่นี้ ดูแลลูกที่นี้ เชื่อเถอะทุกคนจะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง เพราะเราไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนแฟน เหมือนผัวเมียกันตั้งแต่แรก ปกติก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว
บลูเข้าใจพี่แน็ก และเต็มใจปกป้องพี่แน็กมาตลอด แต่วันนี้เราต้องปกป้องตัวเองด้วย วันนี้บลูไม่สามารถเปลี่ยนพี่แน็กได้ และพี่แน็กก็เปลี่ยนตัวเองไม่ได้ เพราะฉะนั้นบลูต้องเปลี่ยนตัวเอง เพื่อไม่ให้ตัวเองทุกข์ แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เล่นลิเกเหมือนเดิม ยังอยู่บ้านนี้เหมือนเดิม ไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือกดดันอะไร และจะไม่ทำให้ลูกต้องรู้สึกขาด แค่เราจะรู้กันสองคนในเรื่องสถานะเรา”
แน็กกี้ : “ขอออกตัวก่อน คำพูดผมอาจจะถ่อย สถุล ไม่ถูกใจคนฟัง แต่มันคือชีวิตคนคนหนึ่ง ขอถอดอีโก้ ความเป็นแน็ก ขอเอาคำว่าหัวหน้า คำว่าพ่อออกไปก่อน ขอย้อนไป 10 ปีที่แล้ว ที่เอาผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามา จนถึงตอนนี้ ขอขอบคุณจริงๆ จากใจที่อดทน (ยกมือไหว้) ขอบคุณที่เป็นกำแพงคอยปกป้องมาตลอด รู้ว่าสุดจริงๆ ขอบคุณที่อุ้มท้องเจ้านวลมา ถ้าไม่มีลูกเราอาจจะไปไหนต่อไหนแล้วก็ได้ ขอบคุณที่คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม
ในฐานะพ่อ ผมรักลูกสาวผมมาก วันนั้นมันเกิดเรื่องราวแค่ว่าจะมาเอาหัวใจผมไปจากที่นี่ ถ้ามองว่าเห็นแก่ตัว ก็ต้องขอโทษ เพราะผมก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมต้องการให้ลูกอยู่ที่นี่ แต่วันนี้คุยกันแล้วว่าลูกและเราจะไปในทิศทางไหน เพื่อผลประโยชน์ของลูกจะไม่สั่นคลอนในวันข้างหน้า ส่วนการดูแลน้องบลูที่มันเป็นอยู่ ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ผมไม่มี และสิ่งที่บลูต้องการมาโดยตลอด ผมทำให้บลูไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่รัก กูรักมึง แต่บลูต้องการแบบรักมากเลย หนูทำอะไรอยู่ คิดถึงนะ หนูต้องการผู้ชายแบบนั้น แต่กูไม่ได้เป็นแบบนั้นไง
แต่ในเมื่อคุณร่วมหัวจมท้ายกับผมที่เป็นผู้ชายแบบนี้ คุณก็ต้องเข้าใจบริบทหน้าที่ผม ผมดูคุณภาพชีวิตคุณเป็นหลัก ส่วนเรื่องความรักในรูปแบบนั้น ในวันข้างหน้าผมอาจจะเปลี่ยนได้ แค่วันนี้มันไม่ได้ เพราะผมเป็นอย่างนี้ไง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือคุณไม่อยากทนแล้ว ก็โอเค เราไม่ได้แยกทางกัน เราถอยคนละก้าว”
บลู : “เราผ่านกันมาหลายช่วงเวลามากๆ ทุกข์ สุข เรรวน คงเป็นเพราะหนูด้วย ต้องขอโทษที่หนูสร้างมาตรฐานให้พี่ ถ้าฉันงัดข้อกับเธอตั้งแต่แรกที่คบกัน ว่าอันนี้ไม่ได้นะ เราก็อาจจะทะเลาะกัน หรือไม่ได้คบกันเลยก็ได้ เพราะเธอเปลี่ยนตัวเองไม่ได้ แต่นี่เราเลือกที่จะโอเคพี่ หนูยอมรับพี่ได้หมด หนูอยู่ข้างพี่ เป็นกำลังใจให้พี่ เลยกลายเป็นเรายอมรับตัวเขาสุดๆ ไปโดยปริยาย สร้างความเคยชินให้เขา จนวันนี้เป็นครอบครัวแล้ว ต้องคิดให้หนักแล้ว ถ้าคุณเปลี่ยนไม่ได้ เราก็ต้องเปลี่ยน เพื่อมีความสุขกับคุณ คุณไม่รู้หรอกว่าเราเลี้ยงลูกมาเรื่องเครียด แล้วมีเรื่องคุณอีก มีคุณแล้วเหมือนไม่มี มันจะมีทำไม เราคิดอย่างนี้”
แน็กกี้ : “ขอสรุปเรื่องเลย สังคมจะตราหน้าผมแบบไหนแล้วแต่ อย่างน้อยเรื่องราวของผม ก็ทำให้คนเข้ามารักผู้หญิงคนนี้ มาเห็นความดี ความน่ารักของเขา มาเห็นลูกสาวของผม แต่สิ่งที่ผมต้องโพรเทคก็คือคนรักผมก็มี ที่ผมไม่ออกมาพูดอะไร เพราะยิ่งพูดยิ่งแย่ ยิ่งโดนด่า รอมาพูดวันที่อยู่กับน้อง เพื่อให้โดนด่าจริงๆ ไม่ได้ด่าแบบมโนกันไปเอง”
บลู : “ทุกคนไม่ต้องห่วงเรื่องนวลผ่องนะคะ เรื่องลูกยังเหมือนเดิม ยังมีพ่อแม่ที่รักเขา มีลุงที่รักเขา ทุกคนรักเขาหมด เขาจะเกิดมาด้วยความรัก และจะมีความสุข เรายังเป็นพ่อแม่ให้เขา แค่ถอยกันคนละก้าวเพื่อรักษาใจตัวเอง สรุปความสัมพันธ์เราก็เป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน มันไม่ใช่เรื่องที่อภัยไม่ได้ แต่มันเป็นการเก็บสะสมมาเรื่อยๆ ณ วันนี้คิดแล้วว่าการถอยคนละก้าว กลับมาเป็นคู่จิ้นกัน ให้ทุกคนสนับสนุนเรา ไม่ต้องเป็นผัวเมียกันหรอก จะได้ไม่ต้องมาคิดเยอะ คิดมาก มีปัญหากัน มันก็อาจจะเป็นความสุขอีกแบบหนึ่งก็ได้”
แน็กกี้ : “เราออกมาไลฟ์เพื่อให้คนที่รักเราเขาได้รู้ ว่างานยังดำเนินต่อไป ลิเกคืออาชีพที่จะวางรากฐานให้ลูก สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องระหว่างผมกับบลู ที่บลูโพสต์เลิกเพราะเขาทนไม่ไหวกับสิ่งที่ผ่านมา มันไม่ใช่ความผิดของเขา ผมขอโทษจริงๆ มันเป็นความผิดของผม ที่ไม่ได้ปรับเปลี่ยน ถามว่ามีโอกาสกลับมาเป็นผัวเมียไหม วันนี้บอกเลยว่าไม่ แต่ในอนาคตถ้าลูกโต 3-4 ขวบ เขาอาจจะเป็นกาวใจให้พ่อกับแม่เป็นเหมือนเดิมก็ได้ มันเป็นเรื่องอนาคต ตอนนี้สิ่งที่เจอมันเป็นเรื่องใหม่ ผมขอเป็นพี่น้องกัน เราไม่ได้แยกทางกัน”
งานนี้ก่อนจบไลฟ์ แน็กได้มีการขอหอมแก้มบลู บอกว่าเป็นการหอมขอโทษ แต่บลูไม่ให้ พร้อมบอกว่าตอนเป็นแฟนให้หอมไม่หอม ซึ่งแน็กกี้ได้ให้เหตุผลว่าตอนเป็นแฟนมันเขิน แต่เป็นพี่น้องไม่เขิน
บลู : “ทุกคนฟังแล้วเป็นไง ตอนเป็นผัวเมียจะทำอะไรเขิน แต่พอเป็นคนอื่น อาจจะดีกว่าเดิมก็ได้ เขาอาจจะมาดูแลบลูมากกว่าเดิมก็ได้ แต่จะไม่ดูแลก็ไม่เป็นไร เพราะดูแลตัวเองมาตลอดอยู่แล้ว ตอนนั้นเขาจะให้หอม ทำยึกยัก ความอายความเขินของคุณมันทำให้ฉันรู้สึก พอมาเป็นอย่างนี้แล้วจะมาหอม ไม่ต้อง”


