xs
xsm
sm
md
lg

“มัดหมี่-ดาต้า” ให้ปากคำเพิ่มคดีโกง 58 ล้าน สภาพจิตใจดีขึ้นมาก รับยังมีเหยื่อติดในสำนักลวงโลก!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“มัดหมี่-ดาต้า” ให้ปากคำเพิ่มคดี 58 ล้าน สภาพจิตใจดีขึ้นมาก เผยยังมีเหยื่อติดในสำนักลวงโลก วอนรัฐออกกฎคุมผู้วิเศษ หวังบทเรียนเจ็บปวดครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้สังคม

หลังจากที่ “มัดหมี่ พิมดาว พานิชสมัย” และ “ดาต้า ดรัลชรัส ศุขีวิริยะ” ผู้เสียหายอีกคนที่โดน “อาจารย์ต้น” ที่อ้างตัวเป็นผู้วิเศษ รวมถึง “ไฮโซต้น” หลอกให้สูญเงินและทรัพย์สินของทั้งสองคนรวมกว่า 58 ล้านบาท ได้ไปออกรายการโหนกระแส เปิดใจถึงเรื่องราวทั้งหมด และได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้วิเศษและไฮโซต้นไว้แล้วนั้น ล่าสุดวันนี้ (15 ม.ค.) ทั้งสองคนรวมถึงทีมทนายความก็ได้เข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่กองบังคับการปราบปราบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยว่าทุกวันนี้สบายใจขึ้นที่เห็นคดีคืบหน้าไปมากแล้ว

มัดหมี่ : “เราก็มีการให้ข้อมูลเรื่องข้อเท็จจริงเพิ่มเติมค่ะ เพื่อที่จะให้ทุกๆ อย่างแน่นขึ้นในส่วนของข้อเท็จจริงต่างๆ ที่ยังมีหลงเหลืออยู่บ้าง”

ดาต้า : “พอดีมีหลักฐานเพิ่มเติมเข้ามาด้วย ก็เลยขอเพิ่มเติมเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องหลักฐานใหม่นี้ค่ะ”

ทนาย : “คือเป็นหลักฐานที่ได้ยื่นไปแล้ว แต่มีการให้ถ้อยคำเพื่อให้พยานหลักฐานมีความชัดเจนมากขึ้น เป็นการสอบเพิ่มเติมเพื่อให้สำนวนชัดเจนขึ้น วันนี้ก็มาในเรื่องของคดีฉ้อโกงประชาชน และน่าจะมีเรื่องของการฉ้อโกงเป็นปกติธุระ เพราะมันมีการฉ้อโกงที่มากกว่า 1 ครั้ง แต่คงต้องขอคุยกับทางตำรวจก่อน และคิดว่าหลังจากวันนี้คงจะมีสเต็ปที่ค่อนข้างคืบหน้ามากขึ้น ก็ขอให้สอบเพิ่มเสร็จก่อนครับ”

มัดหมี่ : “ก็พูดตรงๆ ว่าตอนนี้เรารู้สึกสบายใจ อบอุ่นใจมากขึ้นที่เราได้มีโอกาสมาที่นี่ เพราะเรามีโอกาสให้ข้อเท็จจริงด้วย และทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เป็นความจริงที่เราพูดไปหมดแล้ว และรอในส่วนกระบวนการขั้นต่อไปค่ะ เรื่องของความยุติธรรมและสิ่งที่เราเคยพบ เคยเจอเป็นประสบการชีวิต มันจะช่วยใครอีกหลายชีวิตในมุมเรา พูดตรงๆ ว่ามนุษย์เรามีทั้งความเข้มแข็งและความอ่อนแออยู่ในตัว ซึ่ง ณ เวลานั้นเป็นช่วงที่เราอ่อนแอ เป็นช่วงที่สภาวะร่างกาย จิตใจของเราอ่อนแอ เราต้องการหาที่พึ่ง แต่ ณ ตอนนั้นเรามีโอกาสได้ไปพบจิตแพทย์ มีทั้งไปปฏิบัติธรรมต่างๆ มาแล้ว แต่การที่เราเข้าไปตรงนั้น เพราะเราโดนอวิชาครอบงำและความไม่รู้ เราก็ยอมรับตรงๆ เลย

ในส่วนของนักเลงคีย์บอร์ดหรือการที่คนได้เขียนมาหรือคอมเมนต์ เราก็ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นค่ะ และเราก็ไม่สามารถห้ามความคิดใครได้ ส่วนในเรื่องของกำลังใจ ความเป็นจริงต่างๆ ที่เขาให้เราก็เยอะมาก เราเลยรู้สึกว่ามันเป็นความโชคดีเหมือนกันในสิ่งๆ นี้ คือในมรสุมชีวิตที่เคยผ่านมา มันมีโอกาสเสมอ มัดหมี่ก็เพิ่งมีโอกาสไปพักผ่อนที่เขาใหญ่ ออฟไลน์โซเชียลมีเดีย พอกลับมาก็มีสิ่งดีๆ เรื่องดีๆ ติดต่อเข้ามาเยอะมากเลย มีสิ่งดีๆ ในชีวิต เรื่องงาน เรื่องศิลปะ เรื่องอะไรต่างๆ คิดว่าทุกๆ อย่างมันเป็นโอกาสได้ค่ะ

ณ วันนี้มัดหมี่พูดตรงๆ ว่าเรื่องมันผ่านมานานแล้ว และตอนนี้คดีคืบหน้าขึ้น และเรามีโอกาสได้ไปออกรายการ ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับมัดหมี่หลายคนเป็นห่วงมากเลย ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ เพราะว่าสภาวะจิตใจทุกอย่างดีและไม่ได้เป็นซึมเศร้า ไม่ได้เป็นโรคเครียดแล้ว

เรามีวิธีการจัดการกับอารมณ์ตัวเองมากขึ้นมาก เรามีโอกาสได้ไปเรียนเกี่ยวกับจิตวิทยามากขึ้น เรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับอารมณ์มนุษย์ต่างๆ มันทำให้เราต่อยอดชีวิตเราดีขึ้นหลังจากที่เราออกมาแล้วจากตรงนั้น ถามว่าฮึกเหิมขึ้นไหม คือเราก็ใช้ชีวิตในแต่ละวันของเราให้มันดีที่สุดค่ะ วันนึงอาจจะมีความรู้สึกอ่อนแอบ้าง วันนึงอาจจะเข้มแข็งบ้างมันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ และแต่ก่อนที่เราเข้าไปเพราะเราอยากจะเข้มแข็ง อยากจะมีความสว่างให้กับคนอื่นเสมอ แต่มันเป็นช่วงที่เราอ่อนแอจริงๆ และเราก็โดนชักจูงไปตอนนั้น แต่ตอนนี้เราออกมาแล้ว เราก็ยืนเข้มแข็งได้ด้วยตัวเองค่ะ”

ดาต้า : “ก็รู้สึกว่าเราเข้มแข็งขึ้นเยอะมากๆ เลยค่ะ เพราะมันได้สอนบทเรียนอะไรเราหลายๆ อย่าง และเราก็อยากจะเป็นกำลังใจให้กับคนที่อาจจะอยู่ในช่วงที่ดิ่ง ดาวน์อะไรต่างๆ ในชีวิต ทุกคนบนโลกไม่ว่าจะฐานะเท่าไหร่อะไรยังไง ทุกคนมีความทุกข์อยู่แล้ว มันไม่มีใครบนโลกที่เกิดมาแล้วไม่มีความทุกข์ ไม่ว่าจะยากดีมีจนอะไร สุดท้ายแล้วสิ่งที่มนุษย์มีเหมือนกันก็คือความทุกข์ และทุกคนก็ต้องการที่จะหาทางแก้ หาทางออก เพราะฉะนั้นก็อยากจะเป็นกำลังใจให้ทุกคน และให้ทุกคนมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น เพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่ต้องไปพึ่งใครข้างนอก และถ้าใครก็ตามที่จะมาบอกว่าให้เราเชื่อที่เขาพูด เราจะต้องเอ๊ะ เพราะเราเคยเจอมาแล้ว สุดท้ายแล้วคำตอบทุกอย่างมันก็อยู่กับใจเราเอง และอยากจะให้กำลังใจตัวเองในทุกๆ วัน เราจะได้ใช้ชีวิตต่อได้อย่างมีความสุขในทุกๆ วัน”

เผยมีคนติดต่อผ่านช่องทาง DM ว่ามีญาติๆ ยังติดอยู่ในสถานที่นั้น
มัดหมี่ : “หลังออกรายการทางเขาก็ไม่ได้มีติดต่อมาค่ะ”

ดาต้า : “แต่จะมีบางคนที่ติดต่อมานะคะ อย่างเช่นคนที่สามียังติดอยู่ในนั้น และยังเชื่อ หรือยังออกมาไม่ได้ บางคนภรรยาก็ติดอยู่ในนั้นยังออกมาไม่ได้ ก็จะมีส่งมาแบบนี้ในเชิงว่าทำยังไงดี เราก็บอกว่าให้ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง ดูตามข้อเท็จจริงไปมันจะได้ปลอดภัยที่สุด ความจริงมันเป็นสิ่งไม่ตาย แต่ก็ไม่ทราบว่าคนที่ยังเชื่ออยู่เขามีฟีดแบ็กยังไงกับเรา เพราะเขาก็ไม่ได้ติดต่อมาเลย จะมีแต่คนที่ญาติๆ ยังติดอยู่ที่ติดต่อมาหาเรา คำแนะนำหลักๆ ก็คือให้ไปดูข่าวค่ะ ได้แค่นั้น เพราะเราได้พูดทั้งหมดไปแล้วในข่าวหรือในรายการที่เราไปออก ทั้งโหนกระแสและพุทธทอล์ก ก็เป็นข้อเท็จจริงที่เราได้พูดค่ะ แต่ทางนั้นเขาก็จะพยายามไม่ให้ดูข่าว พยายามไม่ให้ติดต่อกับพวกเราด้วย คือบล็อกพวกเราหมดเลย ใครที่ออกมาจะถูกบล็อกหมด”

ทนาย : “ในส่วนของคู่กรณีต้องขอแจ้งไว้ก่อนว่าตอนนี้คาดว่ากระบวนการนับแต่วันนี้เป็นต้นไปน่าจะเป็นทางผมนะครับ และข้อมูลที่ให้ในวันนี้คาดว่าน่าจะเพิ่มเติมในส่วนของผู้กระทำความผิดด้วย ก็ต้องดูว่าทางพนักงานสอบสวนจะประเมินโทษยังไงบ้าง น่าจะมีการสอบเพิ่มสำหรับพยานหลักฐาน เดี๋ยวขอให้ข้อมูลวันหลังดีกว่าครับ แต่ตอนนี้เราไม่ทราบว่าเขายังอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศนะครับ เรื่องนี้ก็กำลังหารือกับพนักงานสอบสวนอยู่ ผมคิดว่าหลักจากนี้น่าจะได้ข้อมูลเรื่องนี้เพิ่ม”

มัดหมี่ : “เปอร์เซ็นต์ที่จะได้เงินคืน เรายังไม่ได้ถามเลย ตอนนี้สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือสิ่งที่เราให้การไป ข้อเท็จจริงต่างๆ และมันเป็นอุทาหรณ์และธรรมทานให้ทุกคนที่เราเองก็เคยชวนคนไปด้วย เพราะเราคิดว่าที่นี่ดี แต่ว่า ณ วันนี้ถามว่าเราอยากได้คืนไหม เราก็อยากได้คืนนะ พูดตรงๆ แต่สุดท้ายแล้วให้เป็นเรื่องของกระบวนการกฎหมาย แต่ท้ายสุดแล้วถ้ายังมีเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำอยู่ มิจฉาชีพที่ออกมาหลายรูปแบบ เราแค่มองว่าไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในสังคมไทย ถ้าได้เงินคืนก็ดีค่ะ”

ดาต้า : “ส่วนเรื่องที่ดิน ดาต้ายังไม่ได้คุยกับเจ้าพนักงานนะคะ แต่เท่าที่เห็นทนายแก้ว (ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล) แจ้งวันนั้นก็บอกว่าดูเป็นไปได้สูง เท่าที่คุยกับทนายหลายๆ คนก็ดูว่ามีความเป็นไปได้อยู่ ทุกอย่างเราก็ให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายค่ะ ไม่รู้ว่าจะไปฟันธงได้หรือเปล่า แต่สุดท้ายถ้าได้คืนมันก็ดีอยู่แล้วค่ะ ตอนนี้เท่าที่ทราบก็ยังเปิดทำการอยู่นะคะ แต่ถามว่าทำไมมีข่าวแล้วเขายังเปิดได้อยู่ คือเราก็ค่อนข้างรู้สไตล์เขาก็เลยไม่ได้งงมากค่ะ (หัวเราะ) เรามองว่าเขาก็พยายามหาเงินแหละ แต่ถามว่าอยากให้มีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบไหม ก็คงเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องของตำรวจไป

มันก็เป็นอุทาหรณ์ให้กับสังคมนะ เพราะหลายๆ คนก็ติดต่อเราเข้ามา ก็อาจจะมีทั้งคนที่เคยโดนในรูปแบบเดียวกัน เหมือนโดนชักจูงทำบุญ แล้วสุดท้ายมันไปจบในรูปแบบเดียวกัน แต่อาจจะไม่ได้มาจากสำนักเดียวกันกับเรา แต่มันทำให้เราได้รับรู้เยอะมากว่ามันมีเรื่องนี้ในสังคมเยอะมากๆ เลย ซึ่งอาจจะไม่ได้มีใครได้ออกมาพูด เพราะอาจจะกลัวว่าถ้าพูดแล้วมันจะถูกโจมตีในทางที่แย่หรือเปล่า โง่หรือเปล่า ซึ่งเราก็คิดแต่แรกแล้วว่าก็ต้องเจอนะคะ แต่เรามองว่าไม่เป็นไร ถือว่าที่ผ่านมาแล้วก็คือบทเรียน และอย่างน้อยถ้าบทเรียนเราตรงนี้มันได้สร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนอื่นๆ ในสังคม มันก็ดีแล้ว และถ้าเป็นไปได้ถ้าความเจ็บปวดของเราในครั้งนี้

ถ้าต่อไปมันจะถูกผลักดันในสังคมให้มันเกิดการตรวจสอบเกี่ยวกับกรณีการทำบุญต่างๆ หรือผู้วิเศษต่างๆ มากขึ้น ให้มันมีใบรับรองมีอะไรขึ้นมา มันก็จะเป็นสิ่งที่เรารู้สึกดีใจมากๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะว่าที่ต่างประเทศเขาก็จะมีกัน ใครที่จะมาทำอาชีพเหล่านี้เขาจะต้องมีใบ มีเรียน มีสอนเป็นเรื่องเป็นราว มีใบรับรอง ถ้าไม่มีใบรับรองก็ไม่สามารถทำอาชีพนี้ได้ เพราะฉะนั้นเราก็มีความหวังลึกๆ เหมือนกันถ้าเป็นไปได้ว่าหากเคสของเราออกมาแบบนี้ เป็นอุทาหรณ์แบบนี้ ในอนาคตมันอาจจะช่วยให้ประเทศไทยเราได้มีใบรับรองแบบนั้นบ้าง เพื่อที่ว่าคนในอนาคตจะได้ประสบปัญหาเหล่านี้น้อยลง เพราะว่าจากใน DM ก็คือ DM แตกมากค่ะ ก็เลยทราบว่าคนในสังคมก็โดนเยอะ”









กำลังโหลดความคิดเห็น