อดีตนักแสดงสาวดิสนีย์เปิดโปงโลกเบื้องหลัง “กลุ่มแม่เซเลบ” ที่ภายนอกดูอบอุ่น แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยการกีดกัน เล่นพรรคเล่นพวก และดราม่าที่ทำร้ายหัวใจผู้หญิงด้วยกันเอง
แอชลีย์ เฟรนช์ อดีตนักแสดงเด็กและนักธุรกิจหญิง เล่าในบทความไวรัลว่า หลังจากกลายเป็นแม่ เธอโหยหาการมี “หมู่บ้าน” หรือกลุ่มเพื่อนแม่ที่คอยพยุงกันในช่วงชีวิตใหม่ เธอได้เข้าร่วมกลุ่มแม่มือใหม่ซึ่งเต็มไปด้วยผู้หญิงเก่ง มีชื่อเสียง และประสบความสำเร็จ
ในช่วงแรก ทุกอย่างดูเหมือนฝันสวย — แม่ ๆ คุยกันเรื่องลูก เรื่องงาน และชีวิตเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน
“ตอนนั้นฉันมั่นใจว่าฉันเจอหมู่บ้านของฉันแล้ว” เธอบอก
แต่ไม่นาน ความรู้สึกอบอุ่นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา แอชลีย์เริ่มถูกกันออกจากกิจกรรม ถูกไม่เชิญไปดินเนอร์ หรือแม้แต่ถูกจัดให้นั่งแยกในงานเลี้ยงราวกับเป็น “คนนอก” เธอรู้เรื่องการนัดรวมกลุ่มของคนอื่นจากอินสตาแกรม ไม่ใช่จากคำชวนตรง ๆ
บรรยากาศเริ่มเหมือนห้องเรียนมัธยมที่มีเด็กยอดนิยมและเด็กที่ถูกมองข้าม อย่างที่เธออธิบายว่า “จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กไฮสคูลที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
งที่ทำให้เธอเจ็บปวดที่สุด คือการตระหนักว่ากลุ่มนี้มี “แพตเทิร์น” ของการเลือกใครสักคนมาเป็นเหยื่อ ในช่วงแรกเป็นแม่อีกคนหนึ่ง และในที่สุดก็ตกมาที่เธอ
ไม่มีการเผชิญหน้า ไม่มีคำอธิบาย มีแต่การเมินเฉยและข้ออ้าง “มันเหมือนกลุ่มนี้ต้องมีใครสักคนที่ถูกกันออก และตอนนั้นคนนั้นคือฉัน”
แอชลีย์ยอมรับว่าประสบการณ์นี้กระทบจิตใจอย่างรุนแรง เธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองเหมือนสมัยวัยรุ่นว่า “ฉันไม่ดีพอหรือเปล่า” แต่ครั้งนี้เธอไม่ใช่เด็กมัธยมอีกต่อไป เธอเป็นแม่ และเธอเชื่อว่าต้องสอนลูกให้ยืนหยัดเพื่อตัวเอง
“ถ้าเราสอนลูกให้พูดเมื่อถูกทำร้ายความรู้สึก แล้วทำไมฉันจะเงียบเองได้”
สุดท้าย เธอส่งข้อความตรงไปยังกลุ่มแม่ว่า “นี่มันไฮสคูลเกินไปสำหรับฉัน และฉันไม่อยากมีส่วนร่วมอีกต่อไป”
ผลลัพธ์ไม่ได้สวยงาม บางคนพยายามกลบเกลื่อน บางคนส่งดอกไม้แล้วหายเงียบ บางคนอ้างว่าคิดว่าเธอถูกเชิญแล้วอยู่แล้ว แต่ไม่มีใครถามว่าเธออยู่ที่ไหนจริง ๆ
แอชลีย์ย้ำว่า เธอไม่ได้มองทุกคนเป็นคนเลว แต่โครงสร้างความสัมพันธ์ในกลุ่มมัน “ท็อกซิก” สำหรับเธอ และการออกมาพูดทำให้แม่คนอื่น ๆ จำนวนมากส่งข้อความมาขอบคุณ เพราะพวกเธอเองก็เคยเจ็บจากกลุ่มที่ควรจะเป็นที่พึ่ง “คุณสมควรมีคนรอบตัวที่ชอบคุณจริง ๆ ไม่ใช่แค่ดูเหมือนสนุกด้วยกันบนอินสตาแกรม”
หลังบทความของแอชลีย์ เฟรนช์ ถูกเผยแพร่ออกมา โลกโซเชียลของฮอลลีวูดก็สั่นสะเทือนทันที แม้เธอจะไม่เอ่ยชื่อใคร แต่คนในแวดวงต่างเข้าใจตรงกันว่า เรื่องนี้ “ไม่ใช่นิยาย” และมีบุคคลจริงอยู่เบื้องหลัง
หนึ่งในคนแรกที่ออกมาแสดงท่าที คือ แมทธิว โคมา สามีของนักแสดงและคุณแม่คนดัง ฮิลารี ดัฟฟ์ ซึ่งโพสต์ข้อความเสียดสีบนอินสตาแกรมในลักษณะเย้ยหยันบทความของแอชลีย์ ว่ามันเป็นการ “หมกมุ่นกับตัวเองมากเกินไป” มากกว่าจะเป็นเรื่องของการเลี้ยงลูก ท่าทีนี้ถูกตีความในทันทีว่าเป็นการ “ป้องกันคนในกลุ่ม”
แม้โพสต์จะถูกลบไปในเวลาต่อมา แต่ความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้ว เพราะมันยิ่งตอกย้ำว่าบทความของแอชลีย์ “ไปโดนใครบางคนเข้าอย่างจัง”
อีกคนที่ถูกดึงเข้าไปในกระแสคือ เมแกน เทรนเนอร์ นักร้องชื่อดังและคุณแม่ ซึ่งเคยมีภาพร่วมกับแอชลีย์และกลุ่มแม่เซเลบมาก่อน เธอโพสต์คลิป TikTok ใช้เพลง “Still Don’t Care” พร้อมท่าทีไม่สนใจดราม่า
แม้จะดูเหมือนไม่พูดอะไรตรง ๆ แต่การเลือก “โพสต์แบบไม่แยแส” ก็ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณว่า เธอรู้ว่ากำลังถูกพูดถึง และเลือกจะไม่ให้ค่า
ทันทีที่บทความถูกเผยแพร่ แฟน ๆ และสื่อบันเทิงเริ่มย้อนดูภาพในอดีตของแอชลีย์กับกลุ่มเพื่อนแม่คนดัง และพบรูปที่เธอเคยใช้เวลาร่วมกับ ฮิลารี ดัฟฟ์, แมนดี้ มัวร์ และ เมแกน เทรนเนอร์ เป็นต้น
ในฐานะ “แก๊งแม่” ที่เคยนัดเจอกันบ่อย ถ่ายรูปคู่ลูก ๆ และมีปฏิสัมพันธ์บนโซเชียลอย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่ความสัมพันธ์เหล่านั้นจะค่อย ๆ เงียบหายไป


