xs
xsm
sm
md
lg

“ปุยฝ้าย” เผยเหตุผลเปลี่ยนใจมีลูก สามีออกปากถ้าท้องแทนได้ก็ท้องแทนแล้ว เล่าฝันเห็นเจ้าแม่กวนอิมพันมือหลังใส่ตัวอ่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ใช้ชีวิตสามีภรรยาอยู่ด้วยกันมา 4 ปี โดยตั้งใจแน่วแน่ว่าจะใช้ชีวิตกันสองคนผัวเมีย ไม่ขอมีลูก แต่ล่าสุด “ปุยฝ้าย ภัทณชา” หรือ “ปุยฝ้าย AF” ควงคู่กับสามี “ตาม เธียรวิชญ์”มาเล่าถึงการเปลี่ยนความคิด ว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงอยากมีลูก พร้อมเล่าถึงกระบวนการการฝากไข่จนถึงการฝังตัวอ่อน ในรายการ “คุยแซ่บโชว์”

ความรู้สึกตอนนี้เป็นยังไง ที่รู้ว่ากำลังท้อง?
ตาม : “ตื่นเต้นนะครับ กำลังจะเป็นคุณพ่อป้ายแดง”

ปุยฝ้าย : “คือความรู้สึกมันเปลี่ยนไป ซึ่งได้อัปเดตกับพี่ๆ ไปว่าฝ้ายกำลังเตรียมตัวอยู่นะ และมันกังวลตั้งแต่ตอนที่เราใส่ตัวอ่อน เราก็ได้ยินหลายคนพูดมาว่า มันจะติดยากนะ แต่ฝ้ายก็พยายามจะไม่กดดันตัวเอง แต่มันก็งง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็ว

ตอนเราไปเราก็ไปตัวเปล่า แต่พอไปถึงโรงพยาบาล เขาใส่ตัวอ่อนให้เรา เราก็ต้องมีอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องดูแล ช่วง 7 วันแรกที่ใส่ เราร้องไห้ เหมือนเรากำลังงง ปกติเราจะทำน้ำพริกอยู่ที่โรงงาน แต่พอเราอยู่บ้านคนเดียว เราถามตัวเองว่าเราเป็นโรคจิตหรือเปล่า ถามว่าเรากำลังอยากมีลูกจริงไหม ทำไมฉันสับสนแบบนี้ พอโทร.ปรึกษาหมอ หมอก็บอกว่าเดี๋ยวลดยาให้ เพราะยาที่ให้เรานั้น พอเราทานเข้าไปแล้ว จะทำให้อารมณ์สวิง

ในทุกๆ ครั้งที่เราไปตรวจ มันก็มีสัญชาตญาณความเป็นแม่ มันดีใจที่เรามีเขา และล่าสุดก็เพิ่งไปฝากครรภ์มา คุณหมอบอกว่าให้ควบคุมอาหาร เพราะน้ำหนักคุณแม่เริ่มเยอะขึ้นแล้ว”

ทำไมอยู่ดีดีความคิดถึงเปลี่ยนจากการไม่มีจนตอนนี้อยากมีน้อง?
ปุยฝ้าย : “เราเชื่อแล้วว่าความคิดของมนุษย์มันเปลี่ยนเนื่องด้วยสถานการณ์ วันนึงถ้าเราเจอผู้ชายที่เราจะรู้สึกว่าเขาจะเป็นพ่อของลูกได้ มันทำให้เราเกิดความปลอดภัย และก่อนหน้านี้ที่เราปฎิบัติธรรมมา เราก็รู้สึกว่าเราไม่อยากมีลูก เพราะเราไม่อยากมีห่วง ตอนนั้นเราคิดว่า ฉันมีลูก ฉันต้องให้เขาอีกหรอ เพราะกลัวว่าถ้ามีลูก เราจะรักเขาเกินไป เราจะห่วงเขาเกินไป

พอเรามีสติ เราก็คิดว่าสิ่งที่เราปฏิบัติธรรมมาคือเราสอบตกใช่ไหม มันทำให้เรารู้สึกว่า เราอยากจะทดสอบตัวเองในบทบาทความเป็นแม่ มันเลยกลายเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต”

ตาม : “ตอนแรกเลยเราตื่นเต้น ที่เขาพร้อมจะเป็นแม่ ไม่คิดว่าเขาจะยอมที่จะมีลูก ไม่รู้จะพูดยังไงเลย”

ปุยฝ้าย : “ตอนแรกๆ ที่เราใส่ตัวอ่อน แล้วเราอารมณ์สวิง เขามาโดนตัวเรา เรายังบอกเลยว่าอย่ามาโดน คือเราข้ามจากวิธีธรรมชาติ ไปปรึกษาแพทย์เลย ด้วยเราสองคนอายุเยอะแล้ว อีกอย่างเราสองคนทำงานอย่างบ้าคลั่ง อย่างฝ้ายก็มีความเครียดสูง แล้ววันที่เราไปตรวจ ความสมบูรณ์ของร่างกาย เราทั้งคู่ไม่ได้สมบูรณ์นัก ก็เลยคิดว่าถ้าเป็นธรรมชาติ ลูกเราอาจจะออกมาไม่สมบูรณ์ ซึ่งถามว่าถ้าให้เขาโชว์ฝีมือ แล้วถ้ามันติดขึ้นมา กลัวลูกออกมาไม่สมบูรณ์ แล้วถ้าพอเขาเกิดขึ้นมาแล้วมีภาวะบางสิ่งบางอย่าง แล้วเราอาจจะรับภาวะนั้นไม่ได้ เลยทำให้คิดว่าการมีลูกของเราอยากจะให้เขาออกมาให้สมบูรณ์ที่สุด เราจึงเลือกทางนี้ เพราะว่ารู้สึกว่าเป็นทางที่ปลอดภัย”

แล้วเราเริ่มกระบวนการการกระตุ้นไข่ ตอนไหน?
ปุยฝ้าย : “ตอนที่เราเล่นละครเวทีเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว เราก็เลยต้องจิ้มกระตุ้นไข่ตั้งแต่ตอนนั้น เขาก็เลยบอกว่าเราแต่งงานกันแล้ว ก็เลยทำตัวอ่อนเลยดีกว่า ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แล้วหลังจากเล่นละครเวทีเสร็จ และในช่วงเดือนตุลาคมเราจึงไปใส่ตัวอ่อน ทุกอย่างตามเวลาเป๊ะ และเขาก็อยู่จริงๆ โดยที่ไม่ต้องเริ่มทำใหม่”

ตอนฉีดตัวอ่อนเข้าไป ในตอนนั้นไม่มีปฏิกิริยาอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง?
ตาม : “จากเมื่อก่อนคุยเรื่องนี้ได้ แต่พอมาคุยหลังจากที่ฉีดตัวอ่อนเข้าไปแล้ว เราก็เลยงงว่า ทำไมเปลี่ยนไป แต่ตอนกระตุ้นไข่เขาก็โอเค แต่มันก็มีหลายพีเรียด”

ปุยฝ้าย : “ก่อนหน้านี้ เราเป็นคนห้าวมาก แต่พอกระตุ้นไข่เราเปลี่ยนเป็นคนพูดจาละมุนละม่อมมากขึ้น อ้อนเขา”

ตาม : “เราก็ขนลุกขึ้นมาทันที ซึ่งเวอร์ชั่นนี้ก็ดูแปลกๆ มันไม่ค่อยชิน”

ปุยฝ้าย : “คุณหมอท่านก็ไม่ได้ห้ามอะไรมาก แต่เขาก็บอกว่า ให้เราค่อยๆ ระวัง เนื่องจากเราเป็นคนไฮเปอร์ ซึ่งเราก็ใช้ชีวิตปกติ เขาห้ามขึ้นลงบันได แต่เราก็ขึ้นลง แล้วพอเราใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านคนเดียว เราก็ไม่รู้ทำอะไร ก็เลยทำกับข้าว ซึ่งอยู่ดีๆก็เลือดออก ก็คุยกับหมอ หมอถามว่ายืนนานไหม เราก็บอกว่าไม่นานนะ แค่ 40 นาทีเอง หมอก็บอกว่านานเกินไป เพราะเราเพิ่งใส่ คุณหมอก็เลยส่งยามาให้กิน และให้นอนราบ พอเรารู้สึกว่าปกติ ก็ลุกขึ้นมาถูพื้นให้ซะหน่อย”

ตาม : “มันห่วง เราก็พูดตรงๆ เลยว่าจากนี้ไปเราขอนะ บอกว่าอยากทำอะไรรอหน่อยเดี๋ยวเรากลับบ้านมา เดี๋ยวเราทำให้ แต่ด้วยความฝ้าย ถามว่าเราดุไหม ผมพูดครั้งเดียว แล้วแต่นะ เพราะว่าสุดท้ายที่ต้องรับผล คือตัวเรานะ ถ้ารับได้ ก็โอเค”

ปุยฝ้าย : “อย่างเวลาที่เรานั่งทำผม เขาก็บอกว่าทำไมฝ้ายถึงไม่ใส่แมสก์เพราะว่ามันมีสเปรย์ อย่างวันนั้นที่มันมีเลือด มันก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัวมาก เพราะว่าตัวอ่อนดันแข็งแรงมาก นางมุดไปที่ผนังมดลูก จนไปโดนเส้นเลือดฝอย เพราะว่าตอนที่เราไปตรวจล่าสุด ค่าฮอร์โมนขึ้นสูงมาก หมายถึงว่าเขาเกาะที่ผนังแน่นมาก เพราะเลือดออก 3 รอบ”

ตาม : “คือไม่รู้ว่าจะพูดอะไรแล้ว ก็อยากให้เขาได้คิด ว่าตัวเราเองก็ทำเต็มที่แล้ว ออกไปทำงาน ถูบ้านเราก็ทำแทน ทำงานบ้านทุกอย่างโดยไม่ต้องรอใคร ให้เขาได้เห็น ก็เลยเหลืออย่างสุดท้ายเราก็เลยบอกเขาไปว่า ถ้าท้องแทนได้ก็จะท้องแทนให้”

ปุยฝ้าย : “เขาก็บอกว่าถ้าเขาเป็นคนที่โดนใส่ตัวอ่อนเอง เขาจะดูแลตัวเองได้ดีกว่าที่ฝ้ายดูแลตัวเองได้ในตอนนี้”

ตาม : “แล้วรู้สึกยังไง”

ปุยฝ้าย : “ก็ดีสิ ก็ลองท้องดู แต่เลือดมันไม่ได้เยอะมาก แต่พอมันออกมานิดนึงแล้วเราก็ถ่ายรูปให้หมอดู”

หลังจากผ่านการเลือดออกมาแล้ว 3 รอบแล้ว พอมันติดแล้วรู้สึกยังไงบ้าง?
ปุยฝ้าย : “สำหรับตัวฝ้าย ความสับสนที่รู้สึกว่าอยากมีหรือไม่มี แต่พอเรารู้ว่าเขาติด มันทำให้เราเคลียร์ความรู้สึกเหล่านั้นออกไปจากหัวได้ มันดีใจมาก และรู้สึกรับไม่ได้ถ้าเขาจะต้องเป็นอะไรไป ยิ่งรู้สึกว่าเราอยากจะดูแลเขาดีที่สุด”

ตาม : “เรารู้ว่าติดแล้ว เราเตรียมหาเครื่องปั๊มนม โรงเรียนลูกอยู่ที่ไหน”

ที่ไม่ใช่ใส่เข้าไปเยอะ เพราะว่ากลัวจะติดแฝด เพราะฝ่ายสามีเราก็เป็นแฝด?
ปุยฝ้าย : “คือบางท่านก็จะใส่ไปเผื่อไว้ ปลอดภัยสักหนึ่ง แต่อีกหนึ่งอาจจะไม่ปลอดภัย คือ คุณหมอเขาไม่ใส่ให้ฝ้าย เพราะว่าพี่ตามเขาเป็นแฝดแท้ คือถ้าใส่ไปแล้วสอง แล้วอยู่ดีๆ เขาแตกเป็นสาม มันจะวุ่น เพราะว่าถ้าใส่หนึ่ง อาจจะมีโอกาสที่เขาแตกออกมาอีกหนึ่งก็ได้ สรุปเขาไม่แบ่ง เขาอยู่คนเดียวเลย”

แล้วความแพ้ท้องเป็นยังไงบ้าง?
ปุยฝ้าย : “แซบมาก กินได้ทุกอย่าง ไม่ค่อยอาเจียนเลย ก็ถือว่าโชคดีมาก แต่เราได้ไวมาก แต่พอได้กลิ่นหอมกระเทียม มันเวียนหัว และเลเวลสองก็เหม็นผัว นั่งดูทีวีข้างๆ กัน นั่งใกล้ๆ กัน แล้วได้กลิ่นเขา เราเวียนหัว เราก็เลยเขยิบออกมานิดนึง เราก็เลยอ้างไปว่าน้ำหอมที่ฉีดมามันกลิ่นอะไร เราก็ค่อยๆ พยายามบอกเขา”

เรื่องเพศ?
ปุยฝ้าย : “เราไม่ได้เลือกเพศ เพราะว่าถ้าเราได้ผู้ชาย เราก็ต้องอยากได้ผู้หญิงอีก และเราก็อยากลุ้น เลยอยากให้เป็นธรรมชาติที่สุด เราก็บอกไปเลยว่าไม่ขอทราบเพศ แล้วตอนที่ใส่ตัวอ่อนลง เราก็ให้คุณหมอเลือกตัวที่สมบูรณ์และแข็งแรงที่สุด”

ตาม : “ลึกๆ แล้วผมอยากได้ลูกสาว แต่ปุยฝ้ายอยากได้ลูกผู้ชาย สุดท้ายแล้วเราก็ให้ลูกเลือกเองว่าจะมาเกิดในเพศไหน”

ปุยฝ้าย : “ที่เราอยากได้ลูกชาย เพราะว่าเราเป็นลูกคนเดียว ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้อยู่กับพ่อ เราก็เลยรู้สึกว่าอยากได้ผู้ชายมาอยู่ด้วย มันจะทำให้เรารู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เราอยากให้ลูกชายคนโตเอาไว้ดูแลน้อง เพราะแผนเราคิดแล้วว่าเราอยากมีมากกว่าหนึ่ง แต่ก็ต้องขอดูคนแรก รอให้เขาเกิดก่อน ต้องรอดูตอนท้องโตว่าตอนนั้นฟิวลิ่งมันเป็นยังไง แล้วเสาร์หน้าก็จะได้เฉลยเราว่าจะได้ลูกสาวหรือลูกชาย”

เห็นว่าลูกในท้อง น่าจะเป็นลูกของเจ้าแม่กวนอิม?
ปุยฝ้าย : “ตอนที่เราใส่ตัวอ่อนได้2วัน เราก็ฝันถึงเจ้าแม่กวนอิม 1000 มือ คือฝ้ายไม่ใช่สายเทพจีน เราไม่ได้บูชาท่านเป็นพิเศษ เราบูชาท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งในฝันบอกว่าให้เรากินมัง7วัน เราก็กิน และเราก็ไปตามหาเจ้าแม่กวนอิมที่เราเห็นในฝัน ก็ไปเจอที่วิหารห้าแม่ทัพสวรรค์ ซึ่งเราก็รู้สึกว่าเหมือนท่านให้เราทำความสะอาดร่างกาย ก่อนที่เขาจะมาจุติ

แล้วท่านก็ทักว่าลูกของเราเป็นผู้ชาย แล้วเขาก็บอกว่าให้ไปดูเด็กผู้ชายที่อยู่ข้างข้างเจ้าแม่กวนอิมถือพัดอยู่ เขาก็บอกว่าลูกฝ้ายจะหน้าตาแบบนี้เลย ซึ่งเป็นความฝันใหญ่ที่เราฝัน ตอนแรกทุกคนก็จะทายว่าเป็นผู้ชาย แต่ตอนนี้คนก็เริ่มเปลี่ยนว่ามันเป็นผู้หญิง เขาบอกว่าคุณแม่สวย”

ล่าสุดเห็นว่าจะซื้อบ้านราคา 10 ล้าน?
ปุยฝ้าย : “คือราคาก็ตามกำลังเรา เผื่อปู่ย่าตายายมาอยู่ด้วย เพราะว่าบ้านหลังนี้ก็ไม่ได้ตัดสินใจนาน เราเป็นคนที่ถ้าตัดสินใจอะไรแล้ว เราจะมุ่งมั่นทันที เพราะดูแล้วมันจะคุ้มค่า ซึ่งบ้านมีทั้งหมด3ชั้น เขามีลิฟท์ให้เลย เข้าอยู่เดือนกุมภาพันธ์ ในส่วนโรงงานเราก็เพิ่งขยายออกไปอีก”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/UUgBQn4mwnw?si=5bj4_dw6F7Kn25kK













กำลังโหลดความคิดเห็น