xs
xsm
sm
md
lg

ยุคทอง “ยูริไทย” จากม้านอกสายตา สู่เส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ปี 69

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จากม้านอกสายตา คอนเทนต์เฉพาะกลุ่ม ใครจะไปคาดคิดว่าวันนี้ ซีรีส์ ยูริ - เกิร์ลเลิฟ - แซฟฟิก กลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ในวันที่ละครไทยแบบเดิมเริ่มเข้าสู่ทางตัน

ในอดีต ซีรีส์ที่มีตัวเอกเป็นหญิงรักหญิง ถูกวางในฐานะคู่รอง เพื่อสร้างสีสัน หรือเป็นเพียงนิยายออนไลน์ที่อ่านกันในกลุ่มเล็กๆ ผู้ผลิตรายใหญ่เคยเชื่อว่า ฐานแฟนคลับผู้หญิง ซึ่งเป็นกลุ่มหลัก จะไม่ดูผู้หญิงรักกัน สปอนเซอร์และแบรนด์สินค้าในอดีต มักลังเลที่จะสนับสนุน เพราะกลัวภาพลักษณ์ที่มีขัดกับค่านิยมเดิม

แต่ในวันนี้ เกิร์ลเลิฟ ไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” แต่คือ “ทางหลัก” ที่ทุกช่องต้องมี ด้วยเหตุผลกำลังซื้อที่ทรงพลัง แฟนคลับเกิร์ลเลิฟ ขึ้นชื่อเรื่องความภักดี และพร้อมเปย์ สามารถทำให้สินค้าที่นักแสดงเป็นพรีเซ็นเตอร์ sold out ได้ในพริบตา รวมทั้งยอดขายบัตรแฟนมีตติ้ง คือรายได้หลักที่หล่อเลี้ยงค่ายผลิต แทนที่รายได้จากโฆษณาทางทีวีที่ลดลง

ช่อง 3 ช่อง 7HD และ GMMTV ขยับมาทำเกิร์ลเลิฟเต็มตัว อีกทั้งถูกวางเป็นเวลาไพรม์ไทม์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดของสถานี แม้แต่นางเอกระดับเอลิสต์ ไม่ลังเลที่จะเล่น GL เพราะรู้ว่านี่คือโอกาสในการขยายฐานแฟนคลับไปทั่วโลก

ในปี 2026 วงการซีรีส์ยูริของไทยเข้าสู่ยุคทองอย่างเต็มตัว ทุกช่องยักษ์ใหญ่ต่างเปิดตัวโปรเจกต์ “ฟอร์มยักษ์” เพื่อชิงฐานแฟนคลับทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับช่อง 3 การก้าวเข้าสู่ตลาดซีรีส์ยูริ ไม่ใช่แค่การตามกระแส แต่เป็นการ “ยกระดับ” ให้เป็นละครหลังข่าว ซึ่งในปี 2026 นี้ ช่อง 3 กลายเป็นสถานีฟรีทีวีที่ครองสัดส่วนการตลาด GL สูงที่สุดในกลุ่มผู้ชมระดับประเทศ
 
ใจซ่อนรัก ถือเป็นผู้เปิดประตูความสำเร็จ เป็นเรื่องที่สร้างประวัติการณ์ให้ช่อง 3 และแจ้งเกิดคู่ “หลิง-ออม” อย่างเป็นทางการ เป็นซีรีส์ GL เรื่องแรกของช่องที่ติดเทรนด์ X อันดับ 1 ของโลกในทุกตอนที่ออนแอร์ ทั้งคู่ต่อยอดในเรื่องที่สองคือ “เพียงเธอ (Only You)”

และ ในปี 2026 ช่อง 3 พร้อมส่งซีรีส์เรื่องที่ 3 ของ “หลิงหลิง คอง” และ “ออม กรณ์นภัส” คือ “วาดฝันวันวิวาห์” สร้างจากนิยายดังจากนามปากกา reallyb กับเรื่องราวความรักที่ต้องจบลงเพราะความขัดแย้งจากคนที่ขึ้นชื่อว่าแม่ พิธีวิวาห์ที่ถูกโอบล้อมด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และคำอวยพรเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ ในอนาคตยังมีอุปสรรคมากมายรอทั้งสองร่วมกันฝ่าฟันอยู่ โดยได้ “ป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์” มารังสรรค์ความสนุก

นอกจากนี้ช่อง 3 ยังเดินเครื่องเต็มสูบ ด้วย “Play Park รักไม่คาดฝัน” แสดงโดย “แทน ดวงแก้ว” และ “ญดา นริลญา”

“Fulfill รักเติมเต็ม” ซีรีส์แซฟฟิกที่เปิดฉากด้วยชีวิตหลังแต่งงาน แต่การแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นให้ได้กลับไปเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน และก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปด้วยกัน แสดงโดยได้ “อุ้ม อิษยา” และ “แบม สราลี”

และสำหรับ “ลีน่า ลลินา” และ “หมิว ณัชชา” ที่ผลงานเพิ่งลาจอไปได้ไม่นานกับ “รักสุดท้าย My Safe Zone The Series” ในปี 2026 ทั้งสองคนก็ยังมีผลงานซีรีส์ออกมาเซอร์ไพรส์คนดูให้ใจเต้นแรงต่อเนื่อง

GMMTV จัดหนัก 8 เรื่องรวด
ไลน์อัป GMMTV ในปี 2026 พร้อมเปิดตัวซีรีส์ GL มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ครอบคลุมทุกแนวตั้งแต่โรแมนติกไปจนถึงไซไฟ อาทิ 

-ระฟ้าหล่นสวรรค์ (Ditto) การกลับมาของคู่ขวัญ มิ้ลค์-เลิฟ ที่แฟนคลับรอคอย

-HER รักของเธอ นำโดย น้ำตาล-ฟิล์ม แนวโรแมนติกดรามาที่เน้นอารมณ์เข้มข้น

-ขนมปังชีสเนย (Bake Love Feeling) นำแสดงโดย วิว-มิ้ม แนวโรแมนติกคอมเมดี้ในบรรยากาศร้านเบเกอรี่

-คืนนั้นฉันมองเห็นดาวด้วยตาเปล่า (Wish Upon a Star) นำโดย ป่าน-ฟ้อนด์

-เงาใต้พระจันทร์ (Moon Shadow) นำแสดงโดย เอมี่-บอนนี่ (แนวลึกลับ/แฟนตาซี)

-ลัลล์ไม่ชอบไวน์ (Enemies with Benefits) นำแสดงโดย แจน-จิงจิง (แนวคู่กัด)

-ให้รักกังวานในใจ (Love’s Echoes) นำแสดงโดย จูน-มิวนิค

-Oxytocin จุนใจไอดาว นำแสดงโดย ต้นข้าว-ว่ายฟ้า
 
ช่อง 7HD จักรวาล 4 Elements และโปรเจกต์นางเอก
เมื่อต้านไม่ไหว ก็ต้องเข้าร่วม การทลายกรอบเดิมๆ ด้วยการลุกขึ้นมาผลิตซีรีส์แซฟฟิกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของช่อง 7 ออกสู่สายตาเรื่องแรกด้วยเรื่อง Dangerous Queen (คนโปรดของควีน) ผลงานสร้างและนำแสดงโดย “เหนือ ดิสรยา” ลูกสาวคนสวยของ “กบ ปภัสรา” แสดงคู่กับ “แตงกวา กษิดิศ” สะท้อนให้เห็นว่าช่อง 7 ยอมรับว่า GL คือตลาดกระแสหลัก ที่มีกำลังซื้อสูงและสามารถดึงดูดฐานผู้ชมกลุ่มใหม่เข้าสู่ช่องได้

โดยโปรเจกต์ยักษ์ที่น่าจับตาและถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของช่อง 7 ที่รวบรวมตัวท็อปของวงการยูริมาไว้ในโปรเจกต์เดียวถึง 4 เรื่อง 4 รสชาติ เป็นการร่วมมือกับค่าย Idol Factory และ NorthStar Entertainment กับโปรเจกต์ “4 Elements บ้านวาทินวณิช” ซึ่งประกอบไปด้วย

-วิวาห์ปฐพี (Earth Element) แสดงโดย แอปเปิ้ล ลาภิสรา และ มิ้ม ปัณฑิตา เรื่องราวของ “โรส” ทายาทไร่ที่ต้องกลับจากต่างประเทศมาสะสางปัญหาครอบครัว และต้องเข้าพิธีวิวาห์กับ "เอิร์ธ" เพื่อนสนิทเพื่อปกป้องมรดกและที่ดินจากกลุ่มอิทธิพลมืด เป็นเรื่องแรกที่ประเดิมจอ (เริ่มออนแอร์มกราคม 2026)

-นทีร้อยเล่ห์ (Water Element) นักแสดงนำ อิงฟ้า วราหะ และ ชาล็อต ออสติน แนว เชือดเฉือน / สืบสวน เรื่องราวของลูกสาวตระกูลโรงแรมยักษ์ใหญ่ที่ต้องแฝงตัวเข้าไปในบริษัทคู่แข่งเพื่อสืบความลับ แต่ดันไปตกหลุมรักเจ้าของบริษัทที่เป็นศัตรู คู่นี้ถือเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงฐานแฟนคลับ “อิงล็อต” มาสู่หน้าจอช่อง 7

-เสน่หาวาโย (Air Element) แสดงโดย ฟรีน สโรชา และ เบ็คกี้ รีเบคก้า แนวเรื่องโรแมนติกคอมเมดี้ / แอ็กชัน เรื่องราว “เจ้าหญิงบลู” ที่ต้องหนีการตามล่าทางการเมืองระหว่างมาเยือนไทย และได้พบกับ “ร้อยเอกวายุ” (บอดี้การ์ดสาว) ที่เข้ามาช่วยเหลือและพากันหลบหนีจนเกิดเป็นความรัก เป็นการคัมแบ็กที่แฟนคลับทั่วโลกจับตามองที่สุด

-โซ่รักอัคนี (Fire Element) แสดงโดย น้ำหนึ่ง กานต์ธีรา และ เนย กานต์ธีรา (น้ำหนึ่ง-เนย) แนวเรื่อง ร้อนแรง / พ่อแง่แม่งอน ทายาทตระกูลดังทางภาคใต้ที่ต้องมาเจอกับคู่ปรับสมัยเด็กที่ทั้งเก่งและแสบ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เหมือนน้ำมันกับไฟที่พร้อมจะแผดเผาหรือจุดประกายความรักที่เร่าร้อน
 
ทำไมต้อง 4 เรื่องนี้บนช่อง 7?
ยึดหัวหาดทุกกลุ่ม ช่อง 7 ดึงทั้ง ฟรีนเบค (อินเตอร์), อิงล็อต (มหาชน/นางงาม) และ แอปเปิ้ล-มิ้ม/น้ำหนึ่ง-เนย (ไอดอล/รุ่นใหม่) มารวมกันเพื่อกวาดเรตติ้งทุกกลุ่มเป้าหมาย การนำซีรีส์ยูริมาวางไว้ในคืน วันเสาร์ เวลา 20.30 น. (Prime Time) ซึ่งถือเป็นเวลาทอง คือการประกาศชัดเจนว่าช่อง 7 มั่นใจในคอนเทนต์นี้สูงมาก
 
นอกจากนี้ยังมีค่ายอิสระและ Streaming (WeTV / MGI) อาทิ Love on Hire (รับจ้างเลิกรา) นำโดย จูน-เอนจอย (WeTV Original), Frozen Valentine นำโดย นัตตี้-ญี่ปุ่น (แนวรุ่นพี่รุ่นน้องในวงการบันเทิง), Under Her Rules นำโดย มีน-เบบ (ค่าย Change2561) แนวบอสสาวกับเด็กฝึกงาน, Between Sighs โปรเจกต์อินเตอร์ของ คริสทีน-อแมนด้า (Reverse 4 You) ที่ร่วมทุนกับบราซิล ฯลฯ

ตัวท็อปผู้ทรงอิทธิพล
หากพูดถึง “ตัวท็อป” ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการซีรีส์ยูริ คู่ หลิงออม-ฟรีนเบค ถือเป็น “สินทรัพย์ทางการตลาด” ระดับพันล้านที่แบรนด์ระดับโลกให้การยอมรับ

“หลิงออม” สร้างสถิติกระโดดข้ามขั้น โดยเฉพาะในการไปร่วมงานระดับโลกอย่างปารีส แฟชั่น วีก ที่สามารถสร้างมูลค่าทางสื่อ (Media Impact Value) ได้สูงถึง 500 - 700 ล้านบาทต่อคน ส่งให้พวกเธอติดอันดับ Top Celebrities ของโลกในแง่การสร้างกระแสออนไลน์ เน้นภาพลักษณ์ที่ดูพรีเมียมและเข้าถึงง่าย แบรนด์อุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ (เช่น Smooth-E, Caltex, Ichitan) ทุ่มงบการตลาดรวมกว่า 200 ล้านบาท เพื่อดึงตัวไปเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพราะสามารถเจาะกลุ่ม Gen Z และกลุ่มผู้หญิง ที่มีกำลังซื้อสูงได้จริง จุดแข็งคือการมีค่ายยักษ์อย่างช่อง 3 เป็นแบ็กอัป ทำให้พวกเธอเข้าถึงตลาดแมสในไทยได้กว้างกว่าคู่ที่มาจากค่ายอิสระ
 
“ฟรีน-เบคกี้” คู่บุกเบิกซีรีส์ยูริเต็มรูปแบบ ถือเป็นผู้เปิดประตูให้อุตสาหกรรมซีรีส์ยูริในไทยแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการในฐานะซีรีส์ยาว กับซีรีส์ ทฤษฎีสีชมพู ในปี 2022 เป็นซีรีส์ GL เรื่องแรกของไทยที่ผลิตออกมาแบบเต็มตัว (ไม่ใช่คู่รองในซีรีส์วาย) และประสบความสำเร็จระดับปรากฏการณ์

สถิติจากงานระดับโลกอย่าง Cannes Film Festival และ Fashion Week (Valentino สำหรับฟรีน และ Chanel/L'Oréal สำหรับเบ็คกี้) แสดงให้เห็นว่าแต่ละคนสามารถสร้างมูลค่าทางสื่อได้สูงถึง 170 - 190 ล้านบาทต่อหนึ่งอีเวนต์ ยอดการเข้าถึงบนโซเชียลมีเดียในโปรเจกต์ใหญ่ เช่น งานเคานต์ดาวน์ หรือแคมเปญแบรนด์หรู พุ่งสูงเกิน 400 - 500 ล้านครั้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่แบรนด์ระดับโลกมองหา อีกทั้ง กระทรวงพาณิชย์เลือกฟรีนเบคเป็น “หัวหอก” ในการผลักดันสินค้าชุมชนและ SMEs ไทยสู่ตลาดโลกผ่านซีรีส์ “ปิ่นภักดิ์” มูลค่าของฟรีนเบคเท่ากับมูลค่าการส่งออก โดยใช้ซีรีส์เป็นหน้าร้านขายวัฒนธรรมและสินค้าไทยให้แฟนคลับทั่วโลก

การสิ้นสุดสัญญาต้นสังกัดเดิม สู่การเปิดค่ายเป็นของตัวเอง คาดการณ์ว่ารายได้หมุนเวียนจากพรีเซ็นเตอร์ งานอีเวนต์ และการขายลิขสิทธิ์ซีรีส์ รวมกันแตะระดับหลายร้อยล้านบาท

“อิงฟ้า-ชาล็อต” คู่ที่กำเนิดมาจากเวทีนางงาม แฟนคลับไม่ได้ติดตามแค่ในซีรีส์ แต่ติดตามชีวิตตั้งแต่การประกวด การฝ่าฟันอุปสรรค จนถึงความสำเร็จ ทำให้เกิดความรักที่แน่นแฟ้น อิงฟ้า-ชาล็อต คือบทพิสูจน์ว่านางงามไม่ได้มีไว้แค่เดินโชว์ แต่เป็นนักแสดงที่มีฝีมือและเป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินโฆษณาได้มหาศาล ทุกครั้งที่มีการจัดคอนเสิร์ตหรืออีเวนต์ บัตรจะ Sold Out ภายในไม่กี่นาที และยอดขายสินค้าที่ทั้งคู่เป็นพรีเซนเตอร์มักจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ยอดเอนเกจเมนต์ในโซเชียลมีเดียของอิงฟ้าและชาล็อตอยู่ในระดับ Global โดยอิงฟ้ามักจะติดอันดับผู้หญิงที่มีอิทธิพลบนโซเชียลระดับโลกอยู่เสมอ
 
อิงล็อตคือต้นแบบที่ทำให้เวทีนางงามทั่วโลกต้องหันมามองการสร้างคู่จิ้นบุกตลาดต่างประเทศ การไปทัวร์คอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งในสหรัฐอเมริกา, เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เป็นการขยายฐานแฟนคลับในระดับอินเตอร์อย่างเป็นระบบ
 
เมื่อนางเอกระดับ A-List ขยับมาเล่นแนว GL
“เก้า สุภัสสรา” นางเอกระดับ A-List ที่ขยับมาเล่นแนว GL เต็มตัวเป็นครั้งแรก เรื่อง Love Design รับ (รัก) ออกแบบ ประกบ “เจนเย่” หรือ “เจน รมิดา” เคมีที่ลงตัว ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่ GL ที่สร้างความฟินให้ เป็นซีรีส์ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโซเชียลมีเดีย (โดยเฉพาะใน X และ TikTok) เดิมทีเก้ามีฐานแฟนคลับผู้ชายเยอะมากอยู่แล้ว การที่เธอมาเล่น GL ทำให้สามารถกวาดฐานแฟนคลับผู้หญิงและกลุ่ม LGBTQ+ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

เจนเย่มีภาพลักษณ์ที่ดูนุ่มนวลแต่มีความลึกลับ เมื่อวางคู่กับเก้าที่มีความเฉี่ยว ทำให้เกิด “Contrast” ที่น่าดึงดูด เจนเย่มีฐานแฟนคลับในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แน่นมาก ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายในต่างประเทศตั้งแต่ยังถ่ายทำไม่เสร็จ

การจับคู่ เก้า-เจนเย่ ทำให้มีแบรนด์เครื่องสำอาง และแฟชั่นระดับไฮเอนต์รุมจองตัว เพราะทั้งคู่มีภาพลักษณ์ที่ดูแพงและมีความเป็นสากล รวมทั้งกำลังสร้างมาตรฐานใหม่ว่า “นางเอกแถวหน้า” ก็สามารถมาเล่นซีรีส์ยูริได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาพลักษณ์เดิม แต่กลับช่วยส่งเสริมให้ดูเป็นนักแสดงที่เปิดกว้างและมีมิติมากขึ้น
 
นี่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะจริงๆ แล้วซีรีส์ยูริยังมีมากกว่านี้ และอีกหลายเรื่องสร้างความแปลกใหม่ให้วงการ GL โดยอีกเรื่องที่น่าจับตาคือการเปิดตัว เดียร์น่า ฟลีโป และ โยชิ รินรดา เล่นซีรีส์ยูริด้วยกัน เป็นซีรีส์ไทยเรื่องแรกที่นักแสดงทรานส์รับบทนำ

วงการยูริไทยในวันนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “คู่จิ้นหน้าใหม่” อีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่ที่ “นักแสดงเบอร์ใหญ่” ทุกคนอยากเข้ามาพิสูจน์ฝีมือและขยายฐานแฟนคลับ

























กำลังโหลดความคิดเห็น