“ฝ้าย พีรญา” ทุ่ม 7 หลัก เรียนทำผมที่ไทย-อังกฤษ ก่อนเปิดร้านทำผมหรูใจกลางเมือง ควบตำแหน่งช่างเอง อย่าเพิ่งเรียกซ้อ แค่วัยรุ่นสร้างตัว ประกาศกร้าวพร้อมใช้กฎหมายจัดการคนปล่อยเฟกนิวส์ ลั่นอดทนมานาน ไม่รับคำขอโทษ
ทั้งเป็นเจ้าของธุรกิจ และเป็นช่างตัดผมเอง สำหรับ “ฝ้าย พีรญา มะลิซ้อน”ที่ลงทุนไปเรียนถึงการตัดผมถึงอังกฤษ เพื่อเปิดธุรกิจร้านทำผม KHANTHONG STUDIO ณ โครงการพิมาน 49 สุขุมวิท 49 งานนี้ทุ่มเงินถึง 7 หลัก เพื่อเลือกทำเลใจกลางเมือง ฝ้ายยอมรับว่าวันนี้ภูมิใจมาก อย่าเพิ่งเรียกซ้อฝ้าย เพราะเป็นวัยรุ่นสร้างตัว
“KHANTHONG STUDIO ชื่อร้านมาจากนามสกุลของคุณย่า ซึ่งเป็นบุคคลอันเป็นที่รักมากๆ ของฝ้าย และตอนนี้คุณย่าก็ได้ไปเป็นนางฟ้าแล้ว ฝ้ายเชื่อว่าตอนนี้ย่าน่าจะกำลังนั่งยิ้มและภูมิใจที่ได้เห็นความสำเร็จของหลานสาวคนนี้
ธุรกิจร้านทำผมนี้จริงๆ แล้วเป็นธุรกิจที่ก่อนหน้านี้ฝ้ายเคยเปิดมาก่อน แต่ครั้งนี้เป็นการกลับมาทำด้วยตัวเอง 100% อย่างเต็มรูปแบบ ฝ้ายมีการไปเรียนด้านการทำผมทั้งในประเทศไทยและประเทศอังกฤษ รวมถึงในช่วงนั้นยังมีงานถ่ายซีรีส์ไปพร้อมๆ กัน มีการทักท้วงกับตัวเองอยู่บ้าง แต่เมื่อทุกอย่างลงตัว จึงตัดสินใจเปิดร้านจริงๆ ตอนนั้นก็คิดเหมือนกันว่าจะทำได้ไหม แต่วันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ ฝ้ายเป็นช่างตัดผมที่สามารถแสดงได้นิดหน่อย เป็นช่างตัดผมมีมง
ฝ้ายเองก็ชอบงานนี้มาก เพราะเป็นคนรักศิลปะ และรู้สึกว่าการตัดผมเป็นเหมือนการเปลี่ยนพู่กันมาเป็นกรรไกร เพื่อสร้างงานศิลปะบนเส้นผม เหตุผลที่เลือกไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ เพราะเป็นสถาบันที่สอนในระดับโลก ทำให้รู้สึกอยากไปเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ อยากเห็นความเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล ความเป็นมืออาชีพและเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อนำมาปรับใช้กับร้านของตัวเอง ซึ่งถามว่าคุ้มค่าหรือไม่ ต้องบอกว่าคุ้มค่ามาก ได้ประสบการณ์อย่างมหาศาล แม้จะเป็นคอร์สแอดวานซ์ระยะสั้น ไม่ได้เรียนนาน แต่ก็รู้สึกภูมิใจมากที่วันนี้ได้มาเปิดร้านเป็นของตัวเอง”
ทุ่ม 7 หลักเลือกทำเลใจกลางเมือง
“7หลัก หากใครอยากมาอุดหนุนร้าน สามารถเริ่มต้นจองคิวกับช่างภายในร้านได้เลย แต่สำหรับการจองคิวกับฝ้ายเองในฐานะอาร์ติสต์ดีไซน์ ทางเพจจะแจ้งรายละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากตอนนี้ฝ้ายยังมีงานถ่ายซีรีส์ควบคู่ไปด้วย ต้องมีการแบ่งเวลาให้ชัดเจน ฝ้ายพยายามเข้าร้านให้ได้ตลอด เช่น หากวันจันทร์ถึงพุธถ่ายซีรีส์ วันพฤหัส ศุกร์ และเสาร์ ก็จะเข้าร้าน แต่ส่วนใหญ่จะรับลูกค้าที่บุ๊กเข้ามา”
ทำคนเดียวเพราะไม่อยากวุ่นวาย
“เพราะไม่อยากวุ่นวาย และไม่อยากมีปัญหากับใคร การตัดสินใจทุกอย่างจะได้ง่ายและชัดเจนขึ้น (เรียกว่าซ้อฝ้ายได้ยัง?) ยังเป็นวัยรุ่นสร้างตัวเล็ก ๆ อยู่ อย่าเพิ่งเรียกซ้อ เราก็คาดหวัง แต่สิ่งที่คาดหวังมากที่สุดคือการที่ลูกค้าเข้ามาแล้วประทับใจมีความสุขกับการทำผม และกลับมาใช้บริการซ้ำ นั่นคือความสุขของช่างและเป็นแรงผลักดันให้ฝ้ายพัฒนาตัวเอง บุคลากร และมาตรฐานของร้านต่อไป
ส่วนในเรื่องราคา ทางเพจจะแจ้งรายละเอียดราคาตัดกับฝ้ายอีกครั้ง โดยจะแบ่งเป็นระดับอาร์ติสต์และราคามาตรฐานทั่วไป แม้ร้านจะตกแต่งอย่างสวยงาม แต่ราคายังคงเป็นมาตรฐานที่จับต้องได้ เช่น ทรีตเมนต์เริ่มต้นที่ 1,500 บาทใช้ผลิตภัณฑ์นำเข้าและออร์แกนิกทั้งหมด เพื่อรองรับลูกค้าที่มีหนังศีรษะเซนซิทีฟ
ลูกค้าสามารถเข้ามาปรึกษาก่อนได้ หากต้องการสีผมที่จัดมากๆ ก็ต้องเข้าใจเรื่องความแห้งเสีย เพราะแม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ก็ยังมีส่วนผสมของเคมีเล็กน้อย 1-2% ซึ่งทางร้านจะแจ้งให้ลูกค้าทราบอย่างตรงไปตรงมา ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนำเข้าจากญี่ปุ่นและอิตาลี และแชมพูที่ใช้กับลูกค้าในร้านเป็นเกรดเดียวกับที่นำมาจำหน่ายหน้าร้านไม่มีการแยกเกรด”
รับภูมิใจ อยากมอบบริการที่ดีที่สุดให้ลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ
“ภูมิใจ อยากมอบบริการที่ดีที่สุดทั้งกับลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมรักษามาตรฐานร้านและคุณภาพการบริการให้ดีที่สุด แต่แม้อาชีพช่างตัดผมจะสามารถเป็นอาชีพหลักได้ แต่ฝ้ายยังมีงานอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย ทั้งงานแสดงซีรีส์ และแบรนด์เสื้อผ้าที่กำลังจะออกคอลเลกชันใหม่ในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน”
ยังเป็นวัยรุ่นสร้างตัว
“เป็นวัยรุ่นสร้างตัว ฝ้ายเชื่อว่าคนเราสามารถรักและทำหลายอาชีพไปพร้อมกันได้ ก็ไม่เร่งรีบอะไรเน้นทำเท่าที่มีศักยภาพ ฝ้ายไม่ได้รู้สึกเครียดกับการจัดสรรเวลา เพราะโชคดีที่มีบุคลากรในทุกด้านที่เป็นมืออาชีพสามารถวางใจและมอบหมายงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งร้านทำผมหรือฝั่งงานแสดง ทำให้ฝ้ายไม่รู้สึกกดดัน และมีความเชื่อมั่นในทีมงานที่ดูแลอยู่ทั้งหมด”
จบซีรีส์ พร้อมออนทัวร์ พร้อมคู่หูคนใหม่
“กำลังจะมีซีรีส์ พอจบซีรีส์ก็จะเริ่มออนทัวร์แถบลาตินอเมริกา และที่จีน ตอนทัวร์ก็คาดว่าจะมีคู่แล้วไม่ได้ไปเดี่ยว ไฟนอลเปิดตัวคู่น่าจะปลายเดือนนี้ หลังจากเปิดแคสไปแล้วรอบแรก รอบที่ 2 ปลายปลายมกราคมน่าจะได้ไฟนอลกัน ตอนนี้ฝ้ายแขวนส้นสูงแล้วค่ะ”
พร้อมใช้กฎหมายจัดการ หากถูกสร้างเฟกนิวส์
“ฝ้ายไม่ได้อยากฟ้องร้องใคร อยากให้จบกันด้วยดีแต่ถ้าไม่หยุดก็ต้องใช้กฎหมาย อย่ามาใช้ความใจดีของฝ้ายแล้วคุณจะมาพูดอะไรก็ได้ จะสาดเสียเทเสียใส่ใครก็ได้ บางทีบางอย่างไม่ได้รู้ความจริงแล้วเอามาพูดลอยๆ หรือสร้างเฟกนิวส์ให้คนอื่นเข้าใจผิด มันเกินไปหน่อย การชื่นชอบ คลั่งไคล้ศิลปินคุณทำได้ ไม่ผิด แต่อย่ามาพูดสาดเสียเทเสียใส่คนอื่น มันไม่โอเค
ก็มีหยุดไปบ้าง และก็มีที่ยังไม่หยุด ฝ้ายไม่ได้สนใจ เขาไม่ได้มีสิทธิ์มีส่วนในชีวิตฝ้าย ถ้าไม่เป็นคอมเมนต์ที่สร้างสรรค์ ติเพื่อก่อก็ไม่รู้จะฟังไปทำไม ก็ให้ทีมทนายจัดการไปเลย ฝ้ายขอโฟกัสแต่แฟนๆ ที่ให้กำลังใจเรา เดินไปด้วยกัน คอยติเพื่อก่อเราดีกว่า ส่วนใหญ่แฟนคลับฝ่ายจริงๆ เขาน่ารักมากๆ แต่บางคนก็จะมีบางมุมของเขา ก็ขอโฟกัสคนที่ให้กำลังใจเราดีกว่า”
ไม่ยอมให้ใครใส่ร้าย คนทำต้องได้รับผลการกระทำ บอกใจดีและอดทนมานานแล้ว
“แล้วฝ้ายไม่รับคำขอโทษ ไม่รับกระเช้า ไม่รับเงินสด ฝ้ายว่าบางทีเขาก็ต้องรับผลของการกระทำเนอะ ถ้ามาขอโทษก็ยินดีรับฟังค่ะ แต่ก็ต้องไปรับผลของการกระทำของคุณ ฝ้ายใจดีมาเยอะมากแล้ว คิดว่าฝ้ายยังไงก็ได้ จะทำอะไรกับฝ้ายก็ได้ ฝ้ายไม่ตอบโต้หรอก ปีนี้ 2026 อดทนได้เท่าที่อดทนค่ะ ว่ากันไปตามระเบียบ จะไม่ยอมให้ใครมาพูดสาดเสียเทเสียกับอะไรที่มันไร้สาระอีกแล้ว ที่ผ่านมารู้สึกว่าตัวเองประคองความรู้สึกของหลายคนมามากแล้ว เขาใช้ความใจดีของเราในทางที่ผิดเกินไป
ก็โล่งใจที่ใช้ทีมกฎหมายค่ะ ฝ้ายไม่ใช่คนใจร้ายนะคะ ที่มีอยู่ตอนนี้ก็เป็นสิบราย แต่ละคนพูดอะไรก็ไม่รู้ ฝ้ายอยู่ใกล้ใครก็หาว่าไปโน่นไปนี่กับคนนั้น เรื่องของเรื่องมันจะไม่เกิดเหตุการณ์นี้เลยถ้าคนรอบข้างฝ้ายไม่ได้รับผลกระทบมันลามไปถึงคนรอบข้าง การทำงานได้รับผลกระทบ ไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ เลยรู้สึกว่ามันเกินไปแล้วนะ มันทำให้เราลำบากในการทำงาน”


