เป็นปีที่ผู้วิเศษทั้งหลายสยองไปตามๆ กัน เพราะโดนเปิดโปงชนิดขุดยันเงา ถ้าเป็นของจริงและไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นก็คงไม่มีใครว่าอะไร แต่บางคนสุดแสบเพราะหากินกับความเชื่อความศรัทธาของคน แต่เบื้องหลังกลับหลอกเงินประชาชน แอบอ้างชื่อคนดังแสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง หนักถึงขั้นหากินกับวัดกับศาสนาก็มี อ้างว่าตัวเองหยั่งรู้อนาคตเห็นทะลุยันอดีตชาติ เห็นวิญญาณคุยกับผีสางนางไม้ได้หมด เรียกว่ามีทุกรูปแบบ
แต่คนที่โดนหนักสุดในปีนี้จนชื่อเสียงพังยับเยินคือ “อ.อุ๋ย ชนิษฐา สัตย์ซื่อ” ที่โดน “ต๊อด ปิติ - นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี” และ “มดดำ คชาภา ตันเจริญ” ฟ้องจนมีคดีความติดตัว อีกคนที่เละพอกันคือ “หมอปลาย พรายกระซิบ” ที่โดนสาปหนัก หลังทำนายเรื่องปัญหาสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชาผิดจนประชาชนแตกตื่นและเกิดความวิตกกังวล แต่ที่ทำเอาช็อกทั้งประเทศคงเป็นวีรกรรมของ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” หลังโดนจับยักยอกเงินวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี จนถูกลากไส้ไปถึงอดีต “หลวงพ่ออลงกต” สุดท้ายกอดคอกันโดนจับทั้งคู่
แฉแหลก “อ.อุ๋ย ชนิษฐา สัตย์ซื่อ” หมอดูที่ดารามาดูเยอะที่สุด
โด่งดังมาจากการเป็นหมอดู และแนะนำเรื่องการบูชาวัตถุมงคลองค์เทพต่างๆ ที่ศิลปินดาราแห่ไปใช้บริการเกือบทั้งวงการ แต่กลับมีเรื่องงามไส้เกิดขึ้น เมื่อมีผู้เสียหายออกมาเปิดเผยว่าโดน อ.อุ๋ย ฉ้อโกงเรื่องการซื้อขายองค์เทพเป็นหลักหลายล้าน ทำเอา อ.อุ๋ย นั่งไม่ติด ต้องออกมาชี้แจงว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องฉ้อโกง แต่เป็นเรื่องของลูกศิษย์ที่มีข้อพิพาทกันเกี่ยวกับเรื่องของซื้อขายองค์เทพ ไม่เคยแอบอ้างคนมีชื่อเสียง ไม่ได้หลอกให้บูชาองค์เทพ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคน
แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เพราะมีเพจชื่อดัง ออกมาแฉว่า อ.อุ๋ย ใช้ชื่อนางเอกตัวแม่ “นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี” ไปแอบอ้างหลอกลวงลูกศิษย์ โดยอ้างว่า นุ่นมาปรึกษาสามีไม่รักเลย แต่พอทำตามสิ่งที่ตนแนะนำ ได้บ้านหลังละ 120 ล้าน ได้เงินมาใช้เล่นๆ อีก 100 ล้าน งานนี้เจ้าตัวเลยโดน “ต๊อด ปิติ” และ “นุ่น วรนุช” ประกาศฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหายแบบจุกๆ เป็นจำนวนเงินสูงถึงคนละ 10 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 20 ล้าน เหตุพาดพิงสถาบันครอบครัวจนได้รับความเสียหาย
ด้าน “มดดำ คชาภา” ก็ประกาศตัดขาดกับ อ.อุ๋ย เพื่อนซี้ แถมลุยฟ้องอีกฝ่ายละเมิดความเป็นส่วนตัว โวยถูกแอบถ่าย เอาชื่อไปแอบอ้าง ได้ซึ่งทรัพย์สินคนอื่น สร้างความเสียหายด้านชื่อเสียงและหน้าที่การงาน พร้อมเรียก 10 ล้าน ชนิดไม่สนว่าเคยสนิทกันมาก่อน
ถูกสาปหนักอีกคนคือ “หมอปลาย พรายกระซิบ”
หมอดูชื่อดังผู้อ้างว่าสามารถสื่อสารกับ “ท่านยม” ได้ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าตัวได้ทำนายดวงในหลายๆ ด้าน ทั้งการเมือง บันเทิง และดวงเมือง กลายเป็นหมอดูที่หลายคนรู้จักและให้ความเชื่อถือ ไม่ว่าจะออกมาทำนายอะไรก็มักจะถูกสังคมจับตามอง แต่ครั้งล่าสุดทำเอาเจ้าตัวเกือบขิต หลังออกมาทำนายเมื่อครั้งพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชามีการสู้รบกันรอบแรกช่วงเดือนกรกฎาคม ว่าภายใน 1-2 วัน จะเกิดการปะทะกันอีกแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเกิดอาการแตกตื่น วิตกกังวล สร้างความเดือดร้อนใจต่อสังคม แต่สุดท้ายไม่ใช่เรื่องจริงอย่างที่เจ้าตัวทำนาย เป็นเหตุให้หมอปลายโดนถล่มเละจนหายหน้าไปพักใหญ่
หลังเก็บตัวเงียบงดออกสื่อหลายเดือน ล่าสุดก็เพิ่งเห็นหมอปลายปรากฎตัวในงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง พร้อมยอมรับว่าหลังทัวร์ลงหนักจนป่วยซึมเศร้า ลั่นจะระวังคำพูดมากขึ้น ยกมือไหว้ขอโทษสังคม วอนขอโอกาสกลับมาอีกครั้ง หลังจากนี้จะทำนายอะไรต้องคิดเยอะมากๆ ตนได้บทเรียน และให้ความระวังมากๆ จะดูให้แม่นขึ้น
อยากเลิกอาชีพหมอดู แต่เลิกไม่ได้ ยิ่งคิดจะเลิกยิ่งมีงานเข้ามาเยอะ เพราะว่าเราเกิดมาต้องทำหน้าที่แบบนี้ แต่อาจจะเน้นในเรื่องของการจับผีหรือการตั้งศาลมากขึ้น จริงๆ มันเป็นงานหลัก แต่คนส่วนใหญ่คิดว่าตนดูดวงเป็นหลัก ยืนยันไม่ใช่ผู้วิเศษ ปลายก็ยังเป็นหมอปลายปกติ ตนไม่เคยบอกว่าเป็นอะไรแบบนั้น เพราะฉะนั้นทางรายการเขาก็จะทราบอยู่แล้วว่าหมอปลายไม่ได้อยู่ในหมวดของผู้วิเศษ นี่คือคำชี้แจงจากหมอปลาย แน่นอนว่าบทเรียนครั้งนี้คงสะเทือนชื่อเสียงของเจ้าตัวไปอีกนาน
“หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” จากหมอดูสอนธรรม โดนคดียักยอกเงินวัดพระบาทน้ำพุ
“หมอบี นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล” หลังโดนจับยักยอกเงินวัดพระบาทน้ำพุ ทั้งยังถูกตั้งข้อสงสัยนำไปซื้อที่ดิน สร้างบ้าน ซื้อรถและของใช้ส่วนตัวหรือไม่? แถมซวยซ้ำเมื่ออดีตทีมงานออกมาแฉหมอบี ทำงานด้วยกัน 6 ปี ฟันธงไม่มีญาณสมผัส ภาพปราบผีที่แท้ครอปจากเน็ต หวังสร้างสตอรี่ให้ตัวเองดูน่าเชื่อถือ
ซึ่งเรื่องนี้แดงขึ้นมาหลังมีคนออกมาแฉ และร้องเรียนกับตำรวจว่า หมอบีมีพฤติการณ์ทุจริตเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุที่เจ้าตัวเปิดขอรับบริจาค โดยอ้างว่าตนจะเป็นสะพานบุญนำเงินที่ผู้ร่วมทำบุญไปส่งมอบให้กับวัดพระบาทน้ำพุ เพื่อที่หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จะได้นำไปใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ และตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ของทางวัด โดยหมอบีได้เปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชี “ใจฟ้าอาทรประชานาถ โดย นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล” ในการรับเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไป ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2562 ถึง ปี 2568 มีประชาชนบริจาคเงินเพื่อทำบุญให้วัดพระบาทน้ำพุ และบริจาคเงินทำบุญอื่นๆ มียอดเงินหมุนเวียนเข้าบัญชี ดังกล่าว จำนวน 300 กว่าล้านบาท
เรื่องมาโป๊ะเมื่อตำรวจตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ แล้วพบว่าหมอบี ไม่ได้นำเงินที่ได้จากการบริจาคไปมอบให้กับวัดพระบาทน้ำพุ ทั้งหมดทุกบาททุกสตางค์ตามที่กล่าวอ้าง โดยมีหลักฐานเชื่อว่านำเงินที่มีผู้บริจาคให้กับวัดพระบาทน้ำพุ ผ่านบัญชีธนาคารที่ตนเองเปิดมาไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว บางส่วนนำไปมอบให้กับอดีตหลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ
ยิ่งสาวยิ่งเจอ แต่ที่ช็อกกว่าก็คือตัวของหลวงพ่ออลงกต พระที่มีเมตตาธรรมสูงในสายตาของคนทั่วไป ซึ่งจากการรวบรวมหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับพบว่า หลวงพ่ออลงกตรับเงินจากหมอบีแต่กลับไม่นำเงินเข้าสู่ระบบของวัดพระบาทน้ำพุ แต่หลวงพ่ออลงกตได้ทุจริตเอาเงินที่รับมาทั้งหมดไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว เช่น นำไปให้บุคคลภายนอกกู้ยืม นำไปซื้อทรัพย์สินส่วนตัวโดยใส่ชื่อผู้อื่นถือครองไว้แทน เรียกว่าหลักฐานมัดแน่นจนดิ้นไม่หลุด ในที่สุดทั้งหมอบี และอดีตหลวงพ่ออลงกต ก็โดนจับเข้าคุกเรียบร้อยโรงเรียนกรรม เรื่องนี้ตกเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการสงฆ์ที่สั่นคลอนความศรัทธาเป็นอย่างมาก
ทั้งสองคนเจอข้อหาหนัก อดีตหลวงพ่ออลงกตถูกดำเนินคดีความผิดฐานทุจริตยักยอกเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานฟอกเงิน ส่วนหมอบีถูกดำเนินคดีฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และสนับสนุนการฟอกเงิน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่มีใครหนี้กรรมพ้น


