“ลิลลี่ เหงียน” ร้องไห้ขอความเมตตา หลัง “ปู มัณฑนา” ฟ้องหมิ่นฯ 2 คดี ยืนยันคำเดิมไม่มีเงินให้ ยอมจำนนพร้อมติดคุก ผ่านมา 2 ปี ไม่โกรธ ไม่เกลียด สงสารและเข้าใจความรู้สึก อยากให้ลดอัตตาและขอโทษทุกคน “ทนายกุ้ง” พร้อมสู้เต็มที่ เชื่อปูมี 17 คดีแต่ยังมั่นใจ เพราะทนายคงให้ความเชื่อมั่น
เรียกว่าเป็นการกลับมาเจอกันหน้าในรอบเกือบ 2 ปี สำหรับ “ลิลลี่ เหงียน” และ “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ”หลังวันนี้ (15 ธ.ค.) ศาลอาญาได้นัดไต่สวนมูลฟ้อง ในคดีที่ปูเป็นโจทก์ฟ้อง “ลิลลี่” และ “ทนายกุ้ง อำนวยพร มณีวรรณ” ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งงานนี้ “ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรี” อีกหนึ่งคู่กรณีของปู ก็ได้เดินทางมาให้กำลังใจลิลลี่และทนายกุ้งด้วย ก่อนจะเปิดใจกับสื่อพร้อมกัน โดยลิลลี่มีอาการเสียงสั่น น้ำตาคลอ ตลอดการสัมภาษณ์
ลิลลี่ : “หนูพูดความจริงเลย ตลอด 2 ปีนี้ หนูก็ยกโทษให้ไปแล้ว แล้วก็ไม่เคยฟ้องพี่ปูเลย หนูคิดว่าพี่ปูจะเมตตา ไม่ฟ้องหนูแล้ว เพราะมันผ่านมาเยอะมากแล้วควรเริ่มต้นใหม่ได้แล้ว แต่วันนี้มันเป็นเรื่องเดิม แล้วก็เอามาฟ้องหนู”
ทนายกุ้ง : “คุณปูเป็นโจทก์ฟ้องลิลลี่เป็นจำเลยที่ 1 เราเป็นจำเลยที่ 2 ฟ้องเรื่องคลิปเมื่อปีที่แล้ว ที่เป็นช่วงเดินสายออกรายการกัน แล้วก็ตอบโต้กันไปมา ซึ่งตอนนั้นไม่ได้ฟ้อง มาฟ้องปีนี้ค่ะ ข้อหาหมิ่นประมาท หาว่าไปทวงหนี้เขาออกสื่อ และไปประจานเขา ตอนนี้เรายังไม่เห็นข้อความที่เขาฟ้องมา ในคำฟ้องเราก็ยังงงๆ อยู่ เขาอ้างว่าจะส่งคลิปที่เราไปหมิ่นประมาทเขา แต่ยังไม่ส่งข้อมูลมาเลยเลยไม่เข้าใจว่าเขาฟ้องหมิ่นประมาทข้อความไหน ตรงไหน เขายังไม่ส่งหลักฐานมาเลย เห็นสำนวนแล้ว แต่ในคำฟ้องเขาไม่ได้บรรยายมา เขาอ้างว่าจะส่งศาลภายหลัง ก็คือวันนี้ ซึ่งลิลลี่ถูกฟ้องเป็นจำเลย 2 คดี ก็คือหมิ่นประมาทเหมือนกัน เป็นคลิปเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้วเหมือนกัน ซึ่งเขาบอกว่าเขาเพิ่งทราบ เพิ่งเห็นข้อความ”
ลิลลี่ : “หนูว่ามันนานแล้ว มันจะ 2 ปีแล้ว แล้วเงินที่หนูไม่ได้คืนก็ 3 ปีแล้วนะ (เสียงสั่น) หนูก็ไม่ได้คิดอะไรแล้ว ก็อยากให้เมตตาหนูเถอะ ถอนฟ้องได้ไหม แต่ถ้ามันไม่ได้จริงๆ หนูไม่มีอะไรให้ หนูยังพูดคำเดิม ไม่มีเงินให้ ถ้าจะให้หนูต้องติดคุก หนูก็ยอมจำนนให้ได้ (ร้องไห้) น้ำตามันอยู่ข้างใน หนูเหนื่อยมากเลย 2 ปีนี้ ขึ้นศาลก็ได้บทเรียนเยอะมาก มันมีผลกระทบกับลูก กับครอบครัว ถ้าไม่อยากให้หนูอยู่เมืองไทย ก็ซื้อคอนโด ซื้อทุกอย่างของหนูไปซะ หนูจะออกจากประเทศนี้ให้ เขาจะได้สบายใจ (ร้องไห้)”
ทนายกุ้ง : “คือตอนนี้เราก็มีเรื่องข้อต่อสู้อยู่ เพียงแต่ยังบอกไม่ได้ ว่าจะสู้ประเด็นไหนยังไง เพราะยังไม่รู้ข้อความไหนที่หมิ่นประมาทเขา ยังไม่เห็นข้อความ และมีอีกหลายประเด็น อาจจะเป็นเรื่องข้อกฎหมาย เดี๋ยวไปซักค้านในวันนี้ที่ห้องพิจารณา ส่วนข้อที่จะทำให้ลิลลี่อยู่ประเทศไทยไม่ได้ เท่าที่ทราบก็ไม่แน่ใจ ว่าเขาเคยกล่าวหาว่าลิลลี่เป็นคนต่างด้าวประมาณนี้ ไม่แน่ใจว่ามีคนไปร้องลิลลี่เรื่องภาษีด้วยหรือเปล่า ง่ายๆ ก็คือทำให้เสียหายเยอะมากเหมือนกัน ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ เราไม่ทราบ”
ไม่ฟ้องกลับ และไม่เคยคิดจะฟ้อง ทั้งที่มีข้อความที่ทำให้เสียหาย
ทนายกุ้ง : “จริงๆ แล้วเราไม่เคยคิดจะฟ้อง ถ้าอะไรที่ไม่ได้เสียหาย ลิลลี่ไม่เคยฟ้องมาตลอดอยู่แล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยฟ้องกลับ และไม่คิดจะฟ้องเขาด้วยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ซึ่งมันมีข้อความที่ทำให้ลิลลี่เสียหายตั้งแต่แรก แต่ลิลลี่ก็ไม่เคยคิดจะฟ้องเขาส่วนตัวเราเอง ถ้าอะไรที่มันไม่กระทบมาก หรือไม่ทำให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียง เราก็ไม่ทำ แต่บางคดีที่ฟ้องไป เพราะมันล้ำเส้นเกิน ก็ต้องตอบโต้บ้างในบางอย่าง”
ไม่รู้ทำไมเลือกฟ้องเฉพาะบุคคล ทั้งที่ส่วนใหญ่ก็มี “ลูกหมี” และ “ทนายเดชา” อยู่ด้วยตลอด
ทนายกุ้ง : “คือเราไม่แน่ใจว่าเขาฟ้องคลิปไหน เพราะส่วนใหญ่ทุกคลิปมันก็ลูกหมี มีอาจารย์เดชาอยู่ด้วยตลอด เขาบอกวันที่ แต่ไม่ระบุชัดเจนว่าคลิปไหน แต่ละคลิปก็นั่งอยู่ด้วยกันตลอด เลยไม่มั่นใจว่าไปพูดกระทบเรื่องอะไร ส่วนอีกเรื่องที่บอกว่าเราไปออกรายการเคลียร์ชัดๆ ของคุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี คลิปนั้นที่เอามาฟ้อง อาจารย์เดชา (เดชา กิตติวิทยานันท์) กับลูกหมีก็ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ด้วย ซึ่งเราสองคนนั่งในรายการ ก็ไม่ได้พูดอะไรมากมายเลย ก็ยังงงว่าทำไมเลือกฟ้องเฉพาะบุคคล”
ลูกหมี : “ลูกหมีก็ไม่รอดนะคะ ลูกหมีก็โดนฟ้องมา 2 คดี ก็เป็นจำเลย 2 คดี ในคดีหมิ่นประมาท แต่ว่าตอนนี้ศาลไต่สวนโจทก์ไปเรียบร้อยแล้ว 1 คดี ซึ่งศาลจะอ่านคำสั่งในวันที่ 30 มกราคมนี้ และอีก 1 คดีก็จะเป็นวันที่ 22 ธันวาคมนี้ เป็นการสืบพยานอยู่ค่ะ ก็มี 2 คดีที่เราเป็นจำเลย 6 คดีที่เราเป็นโจทก์ แต่ใน 6 คดี มี 1 คดีแพ่งที่ศาลตัดแล้ว ให้ปูจ่ายเงินเรา 2 ล้าน เขาก็ไม่จ่าย เขายื่นอุทธรณ์ ส่วนอีก 5 คดีศาลประทับรับฟ้องเกือบหมดแล้วค่ะก็ต้องรอการตัดสิน แต่เป้าหมายอยู่ที่คดีฉ้อโกงค่ะ ศาลนัดวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ เป็นคดีที่ปูหลอกลูกหมีลงทุนธุรกิจกระเป๋า ลูกหมีรอดคดีใหญ่นี้ ถ้าลูกหมีชนะคดีอาญา คิดว่าเขาน่าจะสิทธิ์ติดคุกมากกว่า 2 ปีค่ะ”
ทนายกุ้ง : “คดีแพ่งที่เขาไปยื่นอุทธรณ์ ก็รอหมายอยู่ ทางลูกหมียังไม่ได้รับหมายอุทธรณ์ ถ้ารับหมายแล้ว ก็ต้องมีการแก้อุทธรณ์ต่อไป คดีอื่นๆ ก็รอสืบพยานในปีหน้า ส่วนคดีที่ลูกหมีถูกฟ้องหมิ่นประมาท ซึ่งเราก็กับทนายเดชาก็โดนด้วย เพิ่งไต่สวนไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รอฟังคำสั่ง 30 มกราคม ซึ่งมันเป็นเหตุการณ์เดิมของปีที่แล้วทั้งหมด เป็นเหตุการณ์เก่า แต่เพิ่งมาฟ้องปีนี้”
จะเป็นการเจอกันในรอบเกือบ 2 ปี
ลิลลี่ : “น่าจะประมาณเกือบ 2 ปีค่ะ หนูก็อยากเจอพี่เขานะ อยากถามว่าเขาเกลียดหนูขนาดนั้นเลยเหรอ”
ลูกหมี : “อย่าไปถามค่ะ ในศาลถามไม่ได้ อย่าไปคุยกับเขาค่ะ”
ลิลลี่ : “คือหนูไม่ได้คิดอะไรเลย ก็ขอให้พี่เขามีความสุข ถ้าหนูทุกข์แล้วเขามีความสุข (ร้องไห้) ก็โอเค หนูคิดว่าถ้าเป็นไปได้นะ ให้อภัยกันดีกว่า ไม่ต้องลงโทษกันก็ดี หนูก็เหนื่อยมากเลย การขึ้นศาลมันลำบากค่ะ หนูก็ไม่ได้มีเงินจ้างทนายและฟ้องเขา ความรู้ที่หนูมีต่อพี่เขาตอนนี้ คือไม่โกรธ ไม่เกลียด สงสาร เป็นห่วง อยากให้พี่ปูกลับมาโลดแล่นในวงการบันเทิงเหมือนเดิมถ้าขอโทษจากหัวใจ ทุกคนจะให้โอกาสแน่ๆ หนูมั่นใจแบบนั้น
หนูสงสารเขา เพราะหนูเข้าใจมากกว่า เขาก็เจออะไรเยอะแยะ หนูก็เคยทุกข์ทรมานแบบนั้นเหมือนกัน แต่ก็แค่อยากให้ลดอัตตาตัวตนลงมาบ้าง เผื่ออะไรมันจะดีขึ้น หนูไม่ได้กลัวอะไร ต่อให้หนูจะติดคุกหรือไม่ได้อยู่ประเทศไทยที่หนูรัก หนูก็ไม่ได้กลัว หนูยังพูดคำเดิมในโหนกระแส ถ้าหนูไม่มีเงิน หนูก็เข้าคุกได้”
ลูกหมี : “ตอนนี้ที่ทราบ คุณปูมี 17 คดีค่ะ เขาพูดเองในศาล เราก็ไม่ทราบที่แน่นอน แต่ว่าเขาพูดเอง ลิลลี่เขาก็คงมีความเป็นห่วงคุณปูมาก เพราะคดีมันเยอะก็จะเหนื่อยหนัก ลิลลี่แค่ 2 คดียังเหนื่อยขนาดนี้ ลูกหมี 8 คดี คุณปู 17 คดี คงจะเหนื่อยมาก ลิลลี่คงไม่อยากให้คุณปูเหนื่อย”
ลิลลี่ : “เกิดมาก็ไม่เคยมีคดีอะไรเลย แค่เรื่องเงินทำไมต้องขนาดนั้น ทำไมไม่คิดถึงอนาคตครอบครัว ในวงการบันเทิงเรามีชื่อเสียง เราต้องรู้ว่าเราต้องทำยังไงเพื่อที่จะอยู่ได้ หนูแค่คิดว่าพลาดนิดเดียวเอง มันแก้ไขได้ แค่ขอโทษเท่านั้นเอง ไม่คืนเงินก็ยังไม่เป็นไร ก็แค่ขอโทษมา ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือแล้ว”
คาดทนายอาจจะสร้างความเชื่อมั่นว่าจะชนะ เลยลุยฟ้องถึง 17 คดี
ทนายกุ้ง : “เรื่อง 17 คดีเราไม่ทราบ แต่รู้ว่าเขามีหลายคดี คนมีคดีเยอะๆ ถ้าจะมั่นใจขนาดนี้ ทนายความก็มีส่วนนะ เนื่องจากอาจจะให้ความเชื่อมั่น มั่นใจกับเขา แต่ถ้าเป็นเรา ถ้าดูแล้วอะไรที่มันน่าจะไม่รอด หรือดูแล้วสู้ไม่ได้ ไม่ไหว ก็ต้องถอย ขอโทษหรือยอมเคลียร์มากกว่า แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ เรามองว่าทนายก็มีส่วนสร้างความมั่นใจกับเขาเยอะ อาจจะให้สัญญาหรือความเชื่อมั่นกับเขา ว่าต้องชนะแน่ๆ หรือเปล่า เขาเลยมีความมั่นใจสูง”
เตรียมหลักฐานมาสู้เต็มที่ เอาให้รอดทั้งลิลลี่และตัวเอง
ทนายกุ้ง : “วันนี้เราก็คงสู้เต็มที่เหมือนกัน เตรียมพยานหลักฐานมาพอสมควร ทั้งข้อกฎหมายแลข้อเท็จจริงต่างๆ เพราะคดีอาญามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆมันเป็นโทษจำคุก เพราะฉะนั้นเราก็ต้องสู้ เอาตัวเองให้รอดทั้งสองคน”
ลิลลี่ : “ถ้าจะฟ้องหนูเพื่อเอาเงิน หนูก็พูดคำเดิมว่าหนูไม่มีเงินให้ ก็เอาหนูไปติดคุกได้เลย ส่วนหนี้หนูก็ยังพูดคำเดิมว่าหนูยกให้ (เสียงสั่น) อยากทำอะไรก็ทำ แล้วแต่จะกรุณา”


