“บุ๋ม ปนัดดา” ซึ้งน้ำใจ “ชมพู่ อารยา” โอน 1 ล้านช่วยน้ำท่วม อีกด้านสุดเห็นใจ “เจนี่” เครียดหนัก หักเพื่อนสนิทเรื่องเงินก้อนสุดท้าย ทำกระทบส่งลูกเรียน พร้อมแจงญาติดีกันตั้งแต่เมื่อไหร่
หลังจากลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้ พร้อมเป็นตัวกลางรับบริจาคเงินเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย จนคนบันเทิงแห่โอนเงินผ่านมูลนิธิองค์กรทำดี หนึ่งในนั้นคือ “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ที่ร่วมบริจาคเงินด้วย 1 ล้านบาท ล่าสุดได้เจอตัว “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี”เจ้าตัวได้เผยถึงเรื่องนี้
“คุณชมพู่ อารยาก็โทร.มาหาบอกว่าหนูช่วยอะไรได้บ้าง ก็เลยบอกชมพูว่าแกอย่าลงเรือมาเลย มันอันตราย เห็นไหมว่าทีมแม่ก็เรือล่มไปแล้ว อันตรายมาก ชมพู่ก็เลยบอกว่างั้นหนูเอาเงินให้แล้วกันนะ เพราะว่าเห็นเรือเราแตกด้วยอะไรด้วย เขาก็ช่วยมา แล้วก็มีดาราอีกหลายต่อหลายท่าน ใครมีทุนก็ให้ทุน ใครมีแรงก็มาช่วยแพ็กของกันอย่างที่เห็นในมูลนิธิก็น่ารักมาก คนละไม้คนละมือ อย่างชมพู่เขาก็จะบอกว่าถ้ามีอะไรขาดเหลือบอกได้เลย เขาก็ยังย้ำมาอย่างนี้ แล้วก็มีเคส ช่วยดูเคสนั้นหน่อย ช่วยดูเคสนี้หน่อยก็ไปดูให้”
แจงญาติดี “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” ตั้งแต่เมื่อไหร่
“กับเจนี่คนก็ตกใจ เพราะว่าเคยมีประเด็นดรามากัน แล้วมาญาติดีกันตอนไหน ก็เคลียร์ก่อนว่าญาติดีกันนานแล้วนะคะ เพียงแต่ว่าตอนนั้นที่มันเป็นประเด็น มันมีคนกลางคนนึงที่ทำให้เราเข้าใจผิด และเขาก็โกงเงินทั้งฝั่งบุ๋มและฝั่งเจนี่ มันก็เลยกลายเป็นว่าเธอทำอะไรฉันอะไรอย่างนี้โดยที่ข้อมูลที่เขาให้มาเขาโกหกทั้งหมดเลย ก็มาขอโทษกันตอนหลัง ขอโทษกัน เคลียร์ใจกัน
มานั่งคุยกันดีๆ ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เราสองคนต้องมานั่งโกรธ นั่งเกลียดกันนี่นา ตอนนั้นมันอาจจะเป็นช่วงของความใจร้อนของทั้งสองฝ่ายด้วย แต่ ณ วันนี้คือเคลียร์กันแล้ว และเราต้องให้กำลังใจน้องเจนี่ด้วย เพราะว่าสิ่งที่น้องเขาเจอมา ถ้าเราเจอก็คงเครียดหนักจริงๆ เพื่อนที่คบกันมาเป็นสิบๆ ปีมาทำแบบนี้ เราก็เข้าใจเขาเลย และมันเป็นเงินก้อนสุดท้ายของน้องเขาด้วย มันไม่เหลืออะไรเลยสำหรับเขา เขาก็เครียดมาก เราก็ต้องให้กำลังใจน้องเจนี่กันเยอะๆ ค่ะ”
เผยเจนี่เครียดมาก เพราะเป็นเงินของลูก กระทบเรื่องส่งลูกเรียน
“บุ๋มว่าเรื่องที่น้องเจนี่เล่าให้บุ๋มฟังน้องก็เปิดใจแล้วแหละ เขาก็พูดเหมือนในไลฟ์เลยค่ะ ก็เล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ด้วยความเครียดบุ๋มว่ากับบุ๋มเขาก็คงพูดด้วยความเครียดกว่าที่เขาเล่านิดนึง เขาก็กล้าบอกอาการว่าเขาเครียดมากเลยพี่บุ๋ม อย่างนี้ๆ เลย พี่บุ๋มเข้าใจหนูใช่ไหม หนูก็อยากช่วยนะอะไรอย่างนี้ค่ะ บุ๋มก็ให้กำลังใจ บอกว่ากอดว่ะ เข้าใจเลย ถ้าเจอหน้ากันก็คงกอดกันแหละ เพราะเรารู้ว่าน้องเขาเครียดมากจริงๆ มันเป็นเรื่องเงินของลูกด้วย เขาคงไม่คิดว่าเพื่อนคนนึงจะทำกันขนาดนี้ ก็กระทบเรื่องการส่งลูกเรียนขนาดนั้นเลย และกระทบจิตใจเขามากกว่า ในเรื่องคือเรารักใครสักคน เชื่อใครสักคน อันนั้นมันเป็นสิ่งที่เจ็บมาก”
เชื่อเพื่อนมาหักกันเรื่องเงิน ก็คงเจ็บ ส่วนตัวเองตัดใจไม่ให้เพื่อนยืมเงิน
“ในมุมของบุ๋มเรารู้จักแก๊งนางฟ้าจากที่เจอกันตามงาน แต่เราก็ไม่ทราบว่าความสนิทกันเขาสนิทกันประมาณไหน แต่บุ๋มว่าต่อให้สนิทกันมากแล้วเพื่อนกันมาหักกันเรื่องเงินมันเจ็บและจบกันมาเยอะแล้วนะ เหมือนอย่างเพื่อนบุ๋มจะมาขอยืมเงิน บุ๋มจะบอกเลยว่าบุ๋มมีแค่นี้นะ เอามาก่อนแล้วไม่ต้องคืน บุ๋มจะให้อย่างนี้เลย เพราะขี้เกียจมาตาม กลายเป็นว่าเจ้าหนี้ต้องมานั่งทวง มานั่งเครียดแทนลูกหนี้
และยิ่งวันนึงเราเห็นลูกหนี้เที่ยวเมืองนอก ซึ่งฉันเคยเจอมาแล้ว ลูกหนี้ฉันตอนมาขอยืมเงินร้องห่มร้องไห้ว่าตอนนี้ชีวิตตัวเองลำบาก แต่พอวันนึงเขามี เขาเที่ยวเมืองนอกอวดเรา หิ้วกระเป๋าแพงๆ อวดเรา แล้วเงินเราล่ะ ไม่คืนหน่อยเรอะ ครึ่งนึงก็ได้ หลังๆ ก็ไม่เอาแล้ว ไม่ให้ใครยืมแล้วค่ะ ถ้าลำบากจริงๆ ก็อาจจะให้ไป 5 พัน หมื่นนึง เอาไปประทังชีวิตก่อนนะ สู้ๆ ชีวิตก่อนนะ แต่ไม่ให้ยืม ตัดใจให้ไปเลย เพราะบุ๋มว่าถ้าเรามานั่งทวงเงิน แล้วเขาตอบกลับมาว่าพี่บุ๋มมีเงินเยอะไม่ใช่เหรอ ไม่รีบใช้เงินไม่ใช่เหรอ โอ้โห (เอามือทาบอก) ฉันไปทวงเงิน ฉันผิดอีกเหรอ เลยไม่อยากเป็นเจ้าหนี้แล้ว”


