xs
xsm
sm
md
lg

“หนิง ปณิตา” โล่งใจ! จับกุมแล้ว หนุ่มอ้างชื่อ หลอกขายไอโฟน-บัตรคอนฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“หนิง ปณิตา” โล่งใจได้ยืนยันความบริสุทธิ์ หลังนักแสดงหนุ่มอ้างชื่อ หลอกขายไอโฟน-บัตรคอนฯ ถูกจับกุมแล้ว แอบคิดดำเนินการเร็วเพราะตนหรือเปล่า ยินดีให้ข้อมูลเพิ่มหากโดนเรียก เผยผู้เสียหายขอบคุณที่ช่วยเป็นกระบอกเสียง หวังทุกคนจะได้รับความยุติธรรม และได้รับการเยียวยา ขอให้มองเป็นบทเรียน อย่าเชื่อคำกล่าวอ้างเยอะ

เรียกว่าเป็นข่าวดีที่ทำให้ “หนิง ปณิตา พัฒนาหิรัญ” โล่งใจไปด้วย สำหรับกรณีที่ตำรวจไซเบอร์บุกจับนักแสดงหนุ่ม หลอกขายไอโฟน-บัตรคอนเสิร์ตผ่านทางออนไลน์ เมื่อวานนี้ (15 พ.ย.) เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวถูกบุคคลดังกล่าว นำชื่อไปแอบอ้างหลอกคน จนต้องออกมายืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมพาเหล่าผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดี โดยล่าสุดวันนี้ (16 พ.ย.) ได้เจอหนิง ที่มาร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “BioActive+ Concentrated Liquid KERA” เคราตินกินได้! ในงาน Life Expo 2025 เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า

“ในส่วนของหนิงเองแจ้งความในส่วนที่เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการที่เอาชื่อเราไปแอบอ้างอะไรใดๆ ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจเอง ก็ยังไม่ได้มีการเรียกไปให้ปากคำเพิ่มเติม ถ้าโดนเรียกจะไปพูดคุยใดๆ ค่ะ”

ผู้เสียหายทุกคนขอบคุณ ที่ช่วยออกมาเป็นกระบอกเสียง
“คือทุกคนขอบคุณหมดเลยค่ะ ทุกคนบอกว่าเขาพยายามทำสิ่งนี้มาเป็นปีแล้ว แล้วก็เสียงเขาไม่ดังพอ ก็ขอบคุณที่เราออกมาเป็นกระบอกเสียงให้กับทุกๆ คนที่เสียหาย”

เข้าใจหลายคนคิดว่าคนที่เสียงดังกว่าจะช่วยได้ แต่ส่วนตัวก็เชื่อว่าตำรวจพร้อมช่วยในทุกเคสอยู่แล้ว
“จริงๆ หนิงเชื่อว่าเวลามันเกิดเรื่องเกิดราวอะไร หลายๆ อย่างประชาชนมักจะคาดหวังให้คนที่มีเสียงที่ดังกว่า ช่วยแล้วก็ซัปพอร์ตตรงนั้น ในมุมหนึ่งก็รู้สึกว่ามันเป็นประโยชน์กับคนอีกหลายๆ คน แต่มันก็ทำให้เห็นอะไรบางอย่าง ว่าบางทีคนที่เสียหายแล้วไม่มีเสียงที่ดัง เขาก็จะไม่ได้รับกระบวนการที่เร็ว ซึ่งต้องบอกว่าครั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจมากๆ ที่ทำงานเร็ว"

"หนิงว่าเจ้าหน้าที่ก็อยากจะทำทุกเคสทุกรายแหละ แต่บังเอิญว่ามันอาจจะเป็นจังหวะที่ผู้เสียหายทุกคนก็ไม่กลัวด้วย ต้องใช้คำนี้ เพราะว่าพอหนิงออกมาเป็นกระบอกเสียงหนึ่ง มันทำให้พวกเขาไม่กลัว ส่วนใหญ่ผู้เสียหายที่กลัว เพราะเขากลัวจากคำขู่ จากภาพที่เห็น อย่างเช่นภาพที่เอาของไปมอบให้กับผู้หลักผู้ใหญ่ แล้วก็โชว์เป็นภาพโปรไฟล์"

"ผู้เสียหายมักจะกลัวสิ่งนี้เสมอๆ จากการที่หนิงได้คุยนะคะ ทุกคนจะพูดว่าเราจะไปสู้อะไรได้ เขารู้จักผู้หลักผู้ใหญ่อันนี้พูดรวมๆ ในหลายๆ เคสเลยนะ เพราะส่วนใหญ่คนที่กระทำสิ่งบางอย่างให้เกิดกับผู้เสียหาย เขาจะมีการแอ็กชั่นอะไรบางอย่าง ที่ทำให้ผู้เสียหายที่เขาเป็นประชาชนตัวเล็กๆ เกิดความกลัวว่าเขาจะต่อสู้ได้ไหม เขาจะเจออะไรไหม หรือแม้กระทั่งคำพูด คำขู่อะไรหลายๆ อย่าง อันนี้หนิงพูดรวมหลายๆ เคสนะคะ”

สบายใจคนทำผิดโดนจับแล้ว จะได้ชัดเจนว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ 
“คือในพาร์ตของหนิงเอง หนิงสบายใจในส่วนของหนิงว่าชัดเจนว่าหนิงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร สองหนิงไม่ได้ไปซื้อโทรศัพท์แล้วไม่จ่ายสตางค์ หนิงแคร์ข้อนี้มากกว่า เรื่องที่เอาชื่อหนิงไปแอบอ้างแล้วหนิงได้ส่วนได้ส่วนเสีย อันนั้นหนิงไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่ เพราะหนิงมั่นใจตัวหนิงเองอยู่แล้ว ว่าหนิงไม่ได้ทำ แต่กรณีหลังที่เอามาโพสต์แขวนว่า ตัวหนิงไปซื้อไอโฟนแล้วไม่จ่ายสตางค์ หนิงไม่ได้ทำ ไม่ควรเอามาโพสต์แขวน”

ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ กรรมไม่เคยส่งผลผิดคน
“ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรใดๆ ทั้งสิ้นเลย อันนี้เป็นความสบายใจของหนิง แต่ส่วนหนึ่งพอเวลาเราเห็นใครที่โดน มันเพราะเราหรือเปล่า แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างมันก็เป็นไปตามสิ่งที่เขากระทำ กรรมมันไม่เคยเลือกส่งผลกรรมผิดคนอยู่แล้ว”

ผู้ต้องหาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะจะไปสู้ในศาล
“ในมุมของผู้เสียหายเอง เขาก็รู้สึกว่าทำไมยังกล้าปฏิเสธอีก แต่ถ้าถามในแง่กฎหมายอะ มันไม่ผิดหรอกที่จะเป็นกระบวนการไปต่อสู้ในศาล ก็ต้องปฏิเสธไว้ก่อน เพราะการปฏิเสธไว้ก่อนมันสามารถมันมีช่องของกฎหมายในการไปต่อสู้กระบวนการทางศาลอยู่แล้ว ซึ่งหนิงว่ามันก็ต้องไปอยู่ในกระบวนการทางศาลนั่นแหละ แล้วถ้าสมมติว่ามันไม่ได้มีมูลเหตุ หรือว่ามูลค่าของความเสียหายขนาดนั้น หนิงว่าสุดท้ายแล้วเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้มีหมายจับที่จะจับ อันนี้คือมันส่วนหนึ่งอยู่แล้ว ว่ามีมูลเหตุที่เกิดขึ้น ที่เหลือก็คือเป็นกระบวนการที่จะไปต่อสู้กันทางกฎหมายในศาลค่ะ”

อยากให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาและได้รับความยุติธรรม
“ในความความรู้สึกหนิง ก็อยากให้ผู้เสียหายทุกคนได้รับการเยียวยา ได้รับความยุติธรรมบ้างไม่มากก็น้อย ในการเกิดเหตุครั้งนี้ พอดีเวลามันเกิดเรื่องอะไรแบบนี้ขึ้นมาแล้ว โดยเฉพาะเรื่องที่มันเป็นเงินๆ ทองๆ ท้ายที่สุดกฎหมายไม่ได้คุ้มครองความเสียหายทั้งหมดให้กับผู้เสียหาย ผู้เสียหายมักจะได้รับการเยียวยา หรือการได้รับคืนจากคนที่กระทำบางส่วนเท่านั้นเอง ไม่ได้เพียงพอเท่ากับการเสียหาย"

"จริงๆ คนควรจะมองตรงนี้มากกว่า ว่าเวลาที่จะตัดสินใจซื้อของหรือตัดสินใจทำอะไร มันต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนมากกว่านี้ ที่จะไม่ให้เรา สุดท้ายกลายเป็นว่าได้รับแค่การเยียวยา มันก็เป็นอีกบทเรียนหนึ่ง แล้วก็อย่าเชื่อคำกล่าวอ้างเยอะ (มีคลิปเสียงที่บอกว่ามีผู้เสียหายประมาณ 5-6 คน?) ถ้าเท่าที่หนิงทราบ ในกรุ๊ปที่มีการรวมผู้เสียหาย มีประมาณ 47 คนค่ะ ณ ตอนนี้”