แม้งานวิวาห์ ระหว่างซุป’ตาร์ “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” กับ “เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี” จะผ่านมาแล้วหลายวัน แต่ภาพบรรยากาศก็ยังตราตรึงชาวโซเชียล มีการพูดถึงความสวยงาม โรแมนติก อบอวลไปด้วยความรัก เรียบง่ายแต่แฝงความหรูหรา
เนรมิตบ้าน 5 ไร่เป็นสถานที่จัดงานสุดหรู
โดยสถานที่จัดงานวิวาห์คือบ้านของใหม่ ดาวิกา เนื้อที่ 5 ไร่ ราคาร่วม 200 ล้าน มีบริเวณกว้างขวางเหมือนรีสอร์ต ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานสุดโรแมนติกกลางธรรมชาติ บรรยากาศของงานเต็มไปด้วยกลิ่นอายความโรแมนติก โดยมีการตกแต่งด้วยดอกไม้โทนขาวครีมอ่อน และสถาปัตยกรรมที่ให้ความรู้สึกหรูหราแบบปราสาทเจ้าหญิงเจ้าชาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความอบอุ่นเรียบง่าย
ชุดแต่งงานไทยประยุกต์ ดีเทลเฉียบ
“ใหม่ ดาวิกา” สวมใส่ชุดเจ้าสาวที่ตัดเย็บขึ้นเป็นพิเศษ และมีดีเทลที่หรูหราสมฐานะความเป็นแฟชั่นไอคอน โดยชุดแต่งงานในตอนเช้า เป็นชุดไทยประยุกต์บนลายผ้าที่มีชื่อว่า “ฉันทวิภา” เรียบหรู ดูมีสไตล์ ไปพร้อมๆ กับเครื่องประดับหรู โดยใหม่สวมหวนหมั้นเพชรขนาด 15 กะรัต สวมเครื่องประดับจาก BVLGARI เพื่อเสริมให้ลุคในวันสำคัญสมบูรณ์แบบ
ชุดแต่งงานไทยประยุกต์ ของบ่าวสาว ถูกออกแบบและรังสรรค์โดยห้องเสื้อชั้นสูงของไทย Vanus Couture ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Chantavika — The Eternal Love of Purity” ถ่ายทอดความงดงามของความรักที่บริสุทธิ์ผ่านงานหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยอันละเอียดประณีต
โดย ใหม่ ดาวิกา ได้ร่วมออกแบบกับ ดร.สรรค์ สุดเกตุ ดีไซน์เนอร์ระดับโอต์กุตูร์แห่ง Vanus Couture โดยต้องการให้ชุดสะท้อนถึงความรักที่งดงาม อ่อนโยน และบริสุทธิ์ดั่ง “ดอกบัว” ดอกไม้ไทยที่เปี่ยมด้วยความหมายแห่งความสะอาดบริสุทธิ์ การงอกงาม และความรุ่งเรือง
ไอเดียนี้นำมาตีความเป็นผลงานเชิงศิลป์ ผ่านกระบวนการรังสรรค์ผ้าไหมทอมือขึ้นใหม่ทั้งผืน โดยใช้เทคนิคการทอชั้นสูงจากจังหวัดลำพูน ถ่ายทอดความละเอียดอ่อนและฝีมือของช่างไทยดั้งเดิม สู่ ผ้าไหมลำพูนลายใหม่ ที่ใช้เวลาในการทอยาวนานกว่า 200 วัน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความรักของทั้งคู่
ผืนผ้านี้ถูกทอขึ้นในผืนเดียวกัน และแบ่งใช้สำหรับตัดเย็บเป็นชุดของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ก่อนนำไปขึ้นทะเบียนลายที่ กรมหม่อนไหม โดยตั้งชื่อลายว่า ฉันทวิกา ซึ่งเกิดจากการผสมผสานชื่อของคุณ “ฉันทวิชช์” และ “ดาวิกา” เข้าด้วยกัน เป็นสัญลักษณ์แห่งรักแท้ที่ร้อยเรียงสองหัวใจไว้เป็นหนึ่งเดียว
ชุดเจ้าสาวของ ใหม่ ดาวิกา ถูกออกแบบให้ผสมผสานความงามของ ไทยประเพณีกับสากลร่วมสมัย อย่างกลมกลืน ช่วงล่างของชุดถูกออกแบบให้เป็น ทรงหางปลา (Mermaid Silhouette) ที่คงเอกลักษณ์ของการนุ่งผ้าแบบไทย แต่ให้ความพลิ้วและสง่างามในแบบโอต์กูตูร์ ส่วนลำตัวออกแบบเป็นเสื้อเกาะอกโค้งคล้ายห่มสไบโบราณ เสริมด้วยผ้าไหมแก้วจากจังหวัดนครราชสีมา ตัดเย็บเป็นผ้าคลุมไหล่ยาวที่ยึดแนบกับต้นแขนอย่างอ่อนช้อย พร้อมเข้ากับเครื่องประดับเฉพาะของเจ้าสาวลวดลายของผืนผ้าได้รับการออกแบบพิเศษโดยนำ “ดอกบัว” ซึ่งถือเป็นไม้มงคลแห่งความบริสุทธิ์และการตื่นรู้ มาสร้างเป็นลายปักด้านล่างของกระโปรงอย่างประณีต
ในส่วนของเครื่องประดับแต่ละชิ้นประกอบด้วย เครื่องประดับเรือนผม “กลีบบัว” กลีบบัวโปร่งบางพลิ้วไหว ประดับเพทายขาว เปรียบดั่งบัวลอยน้ำแห่งรักอันบริสุทธิ์ ปิ่นปักผม “หยาดเพชร” ปิ่นทรงบัวตูมกำลังผลิบาน ประดับเพทายขาวและโอปอล เปรียบดั่งหยดน้ำค้างแห่งความอุดมสมบูรณ์ กำไลแขนและข้อมือ “ใยบัว” ถ่ายทอดความผูกพันและการรวมเป็นหนึ่ง ผ่านลวดลายพันเกี่ยวของใบบัว เข็มขัดชุดไทย “รากบัว” หัวเข็มขัดลายกลีบบัวผสานลายประจำยาม โดดเด่นด้วยโอปอลทรงรีเม็ดใหญ่ สื่อถึงรากฐานชีวิตคู่ที่มั่นคง
ชุดเจ้าสาวจาก Gucci โดยช่างฝีมือชั้นสูงของแบรนด์ ถ่ายทอดความรัก และตัวตน
ส่วนพิธีตอนเย็น เป็นชุดสุดหรูจาก Gucci ซึ่งเป็นชุดที่ถูกออกแบบและตัดเย็บขึ้นเป็นพิเศษ (Custom-made) โดยช่างฝีมือชั้นสูงของแบรนด์ เพื่อให้สมกับการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ Gucci ของนางเอกชื่อดัง ถ่ายทอดเรื่องราวความรักผ่านงานฝีมือระดับโอต์กูตูร์ และตัวตนของ ใหม่ ดาวิกา ผ่านชุดแต่งงานผ้าพร้อมดีเทลของผีเสื้อจากผ้าลูกไม้ Guipure ถึง 1,700 ตัว ใช้เวลาปักเย็บด้วยมือกว่า 120 ชั่วโมง เย็บด้วยมือทีละชิ้นบนผ้าลูกไม้รวมยาวกว่า 18 เมตร และประดับด้วยขนนกไอวอรี่กว่า 6 เมตร เมื่อถอดชั้นนอกออกจะเป็นเดรสรัดรูปที่สวมใส่สบาย เหมาะสำหรับงานเลี้ยงต่อเนื่อง พร้อมเวลผ้าทูลและรองเท้าลูกไม้ที่มีสัญลักษณ์ Bamboo ประดับคริสตัล
ขณะที่เจ้าบ่าว เต๋อ ฉันทวิชช์ หล่อในชุดสูท Ivory Tuxedo จากบริการ Made To Order (MTO) ของ Gucci ตัดเย็บด้วยผ้าวูลบาราเธีย 100% พร้อมดีเทลปกแหลมกรอสเกรนสีดำ คอมพลีตลุคด้วยรองเท้า Horsebit Loafer สีดำ
งานแต่งงานของ ใหม่-เต๋อ เน้นความเป็นธรรมชาติ ความรัก และความเรียบง่ายที่หรูหรา ถือเป็นงานที่สมบูรณ์แบบมากๆ


