xs
xsm
sm
md
lg

“แนท อนิพรณ์” เคลียร์ใจ “ปุ้ย TPN” จบดรามาทวงเงินล้าน ไม่อยากให้ 2 องค์กรใหญ่ต้องกระทบกระทั่งกัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“แนท อนิพรณ์” เคลียร์ใจ “ปุ้ย ปิยาภรณ์” จบดรามาทวงเงินค่าตัว คาดตกหล่นที่คนกลาง ไม่อยากให้สององค์กรใหญ่ต้องกระทบกระทั่งกัน วอนอย่าแชร์มั่ว ผิดศีล สร้างความแตกแยกให้สังคม เดินหน้าตั้งบริษัทกับ “น้ำตาล ชลิตา” มั่นใจไร้ปัญหาเรื่องเงินทอง

หลังจากที่ “แนท อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์” ออกมาโพสต์ทวงเงินค่าตัวพรีเซ็นเตอร์ 1 ล้านบาทที่ล่วงเลยมากว่า 1 ปี  จนกลายเป็นข่าวใหญ่โต มีเพจดังเผยว่า “ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก” แห่งบริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด อ้างมีเช็คที่รับมาแล้วไม่ผ่าน ติดต่อบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN แต่ไม่มีใครรับสาย จนทำให้ JKN ฟาดกลับด้วยหลักฐานยืนยันจ่ายเงินค่าจ้างแนทเข้าบัญชีบริษัท TPN ไปหมดแล้วตั้งแต่เดือน ก.พ.68 โดยแบ่งจ่ายเป็น 3 งวด กร้าวใครให้ข้อมูลเท็จ พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย 
ล่าสุด แนท ควงเพื่อนซี้ “น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์” มาเปิดใจถึงเรื่องนี้ในงาน Sewa GlowReborn ณ Central Park บอกว่าตอนนี้ได้เคลียร์กับ “ปุ้ยปิยาภรณ์ แสนโกศิก” ผู้บริหาร TPN แล้ว แต่รายละเอียดขอให้ไปถามทางผู้ใหญ่เอาเอง เชื่อน่าจะเป็นการสื่อสารที่ต้องผ่านคนกลาง และอาจมีการตกหล่น

แนท : “จริงๆ ไม่ได้มีอะไรเลย ก็ต้องขอบคุณทุกๆ คนเลยที่ส่งกำลังใจมา ขอบคุณทุกๆ คนมากๆ ค่ะ จริงๆ ก็ตามที่แนทได้โพสต์ไป ก็คงไม่ต้องขยายความอะไรเพิ่มค่ะคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของความเข้าใจ แน่นอนว่าการติดต่อสื่อสารต่างๆ มันมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกันอยู่ ซึ่งทางของแนทและของบริษัทก็มีการติดต่อสื่อสารกันตลอด แล้วพอมันนานเราก็เลยรู้สึกว่าเราอาจจะต้องดำเนินการอะไรสักอย่างเพื่อให้เกิดการเข้าใจมากขึ้นค่ะ แนทมองว่ามันเป็นอำนาจการตัดสินใจของเราในการโพสต์ ก็ต้องขอโทษผู้จัดการและขอโทษทุกๆ คนก่อน ที่แนทโพสต์ก็คือแนทโพสต์เอง กลัวว่าจะไปพาดพิงกับผู้ใหญ่คนอื่นๆ ซึ่งจริงๆ เป็นเฟซบุ๊กส่วนตัว ก็อยากจะรู้ว่านักข่าวมีเฟซบุ๊กฉันได้ยังไง (หัวเราะ) แต่ก็โอเคที่น้ำตาลช่วยแชร์ให้เป็นสาธารณะนะคะ (กอดน้ำตาล) จริงๆ ขอบคุณ ลืมไปว่าเพื่อนดัง”

น้ำตาล : “ไม่ใช่อะไรนะ เวลามีดรามาอะไรก็มาอยู่ที่กู(หัวเราะ)”

แนท : “ซึ่งตอนที่แนทโพสต์มันอาจจะยังไม่มีปัญหาหรืออะไรมาก แต่สรุปคือหลังจากเกิดเรื่องก็มีข่าวสารมากมาย แต่ตอนนี้มีการพูดคุยกับทางบริษัทเรียบร้อยแล้ว และเป็นการสื่อสารทางตรง คุยกับแม่ปุ้ยเรียบร้อยแล้วค่ะ และที่แม่ปุ้ยโพสต์สลิปว่าจ่ายให้ครบแล้ว ก็มีคนส่งสลิปมาให้ดูเหมือนกันค่ะ พูดกันตรงๆ เนอะเราไม่รู้ในรายละเอียดของสัญญาว่าเป็นยังไงบ้าง อันนี้อาจจะอยู่ในข้อกฎหมายของทั้งสองฝ่ายซึ่งเอาตัวแนทเป็นหลักเนอะ เดี๋ยวเขาจะมาฟ้องนะ คือของแนทวันนี้มีการพูดคุยกับทางแม่ปุ้ยเรียบร้อยแล้ว เพราะที่ผ่านมามีการสื่อสารผ่านคนอื่นมาโดยตลอด ซึ่งแนทไม่แน่ใจว่าสาส์นที่แนทส่งไปมันถึงหรือเปล่า ซึ่งวันนี้ทุกอย่างก็จบลงด้วยดีค่ะ

ถามว่าข้อความมันตกหล่นไหม พูดกันตรงๆ คือข้อมูลข้างบนของทางบริษัท แนทก็เป็นคนนอก ไม่ได้เป็นเด็กในสัญญาของทาง TPN ด้วย แนทไม่แน่ใจในการทำงานตรงนั้น แนทก็เลยไม่ได้อยากจะพาดพิงถึงบุคคลอื่นค่ะ ทั้งหมดหลังจากที่แนทโพสต์แนทพาดพิงแค่กับตัวเองและเรื่องการทำงานเท่านั้น และมีคนส่งคลิปมาให้ไม่ว่าจะเป็นการปั่นกระแสอะไรต่างๆ แนทเชื่อว่าคนเราต้องอยู่ด้วยสติ สมาธิ บางทีคนเราไปแชร์อะไรมั่วๆ มันผิดศีล มันก็ไม่เป็นผลดีกับตัวเราเองด้วย อันนี้แนทพูดจริงๆ นะคะ และมันเป็นการสร้างความแตกแยกในสังคมด้วยคือทางแนทกับทางแม่ปุ้ยหรือทาง TPN เราไม่ได้มีปัญหาถึงขั้นต้องมานั่งเกลียดกัน

ส่วนตามเอกสารต้องจ่ายเงินให้เราครบเมื่อไหร่ ตรงนี้มันระบุอยู่ในสัญญา และมันเป็นข้อความทางกฎหมาย แนทไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ ถ้าเปิดเผยก็เดี๋ยวมีฟ้องร้องไม่จบไม่สิ้นอีก แต่ถามว่ามันต้องก่อน 1 ปีหรือล่าช้ากว่านั้น คือแนทก็ไม่เคยได้รับเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ ระยะเวลาแต่ละที่ก็จะไม่เหมือนกัน แนทก็ไม่ได้เช็กในรายละเอียดสัญญาให้ครบ เพราะมอบหน้าที่นี้ส่งให้ตัวแทนในการดำเนินการ

ปัญหาก็คือน่าจะเป็นที่ตัวแทนที่พูดคุยกัน ซึ่งในการทำงาน 1 งานก็จะต้องมีคนเข้ามาดูแล ช่างหน้า ช่างผม ทีมประสานงาน ทีมขาย ซึ่งแนทไม่รู้ว่าหลังบ้านเขาประสานงานกันยังไง แต่แนทตั้งคำถามขึ้นมาว่ามันปีนึงแล้ว และมีการตามเงินมาตลอดว่าทำไมเรายังไม่ได้ มันไปตกหล่นตรงไหนหรือเปล่าซึ่งแนทก็ไม่รู้ว่าเขามีปัญหาในการสื่อสารกันเองหลังบ้านหรือยังไง ตรงนี้ก็ไม่อยากโทษใครเลย เพราะทีมหลังบ้านเป็นใครบางทีเราก็พูดไม่ได้ว่ามีใครบ้าง ซึ่งตัวแนทเองก็ไม่รู้ระบุเป็นบุคคลค่ะ”

บอกเป็นการทำงานของ 2 องค์กรใหญ่ ตนไม่อยากพูดในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ หวั่นจะมีปัญหา
แนท : “(ฝั่งคนจ้างบอกจ่ายเงินไปแล้ว?) คือมีบริษัท A กับบริษัท B บริษัท A จ้างงานบริษัท B โดยจ้างแนทเป็น C บริษัท A จ่ายเงินกับบริษัท B หรือเปล่าอันนี้แนทไม่รู้ ซึ่งอาจจะมีการแถลงก็ว่ากันไป ทีนี้ทางแนทก็ต้องติดตามจากบริษัท B ว่าเกิดการตกหล่นอะไรหรือเปล่า ก็ต้องให้ทางบริษัทเขามาตอบเองค่ะ แต่ถ้าบริษัท A บอกว่าจ่ายเงินให้แล้ว คือแนทก็จะพูดในส่วนของแนท เพราะองค์กรใหญ่ 2 องค์กรแนทไม่อยากไปกระทบกระทั่งไม่ได้ว่ากลัวหรืออะไรนะคะ แต่แนทไม่รู้ เราก็อย่าพูดไปเรื่อย เดี๋ยวคนนั้นก็จับโยงอันนี้อันนั้น ถ้าแนทรู้ไม่จริงแนทจะไม่พูด แต่หลังจากที่คุยกับแม่ปุ้ยก็สบายใจค่ะ แต่ในรายละเอียดปลีกย่อยให้ถามผู้ใหญ่เองนะคะ แนทเป็นชั้นผู้น้อย อย่าโยนก้อนหินก้อนใหญ่มาให้เลย

ถามว่าจะได้เงินเมื่อไหร่ อันนี้ระบุตามสัญญาเลยค่ะ ถ้าสมมติทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวแนทจะโพสต์เหมือนเดิม แล้วให้น้ำตาลแชร์ ก็ยังงงว่านักข่าวมาอยู่ในเฟซบุ๊กแนทได้ยังไงแล้วก็ขอบคุณแฟนนางงามมากนะคะ ผ่านมา 10 กว่าปีแล้ว ทุกคนยังขยันแชร์ให้อยู่เลย ขอบคุณค่ะ (ยกมือไหว้)

อันดับแรกรู้สึกตกใจเหมือนกัน ก็เกรงใจหลายๆ ฝ่ายเหมือนกันค่ะ แต่แค่รู้สึกว่าขอบคุณแฟนนางงามที่ยังติดตาม ทุกคนอาจจะชอบเล่นโซเชียล ขอบคุณที่ใส่ใจ จริงๆ โลกโซเชียลทุกคนต้องตั้งสติในการเสพนะคะ เพราะข้อมูลอันเป็นเท็จค่อนข้างที่จะมาก และข้อมูลที่ไม่เป็นเท็จก็ค่อนข้างจะมากค่ะ ดังนั้นเราต้องใช้สติของเราในการกลั่นกรอง เพราะมันจะได้ไม่เกิดปัญหาใหญ่โตขึ้นในสังคมและสร้างความเกลียดชัง เพราะสุดท้ายแนทไม่ได้ทำงานอยู่ในวงการนี้แค่ 10 ปี แต่แนทอยากจะทำในอนาคตจนผ่อนบ้านผ่อนรถและดูแลคุณตาคุณยาย

ส่วนที่มีเพจลงว่ามีคนมาข่มขู่แนท มีเหรอ หนูรู้สึกว่าบางทีเราอ่านข้อความมันก็แล้วแต่การตีความ สำหรับหนูต่อให้จะโดนข่มขู่หรือโดนอะไรก็ตาม ถ้าเราต่อสู้ยังไงความยุติธรรมก็เกิดขึ้นกับเรา และที่สำคัญหนูยังมีพี่นักข่าวอีกตั้งหลายคน ถ้าหนูมีปัญหาหนูก็จะฟ้องทุกคนให้ช่วยหนูด้วย (ยกมือไหว้) น้ำตาลก็แชร์ให้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ”

เผยที่มาของชื่อบริษัทที่ตอนนี้กลายเป็นไวรัล
แนท : “บริษัท รวยคู่สิรออะไร น้ำตาลคิด แล้วแนทเป็นคนไปจด แล้วตอนไปจดเขาก็ถามว่า โทษนะครับน้อง น้องแน่ใจนะว่าจะใช้ชื่อนี้แนทก็บอกว่าพอดีเพื่อนเป็นคนคิดค่ะ และเขาบอกว่าถ้ามั่นใจ ก็เลยเอา”

น้ำตาล : “ก็คือ รวยคู่สิรออะไร (ไม่) จำกัด คือเรารู้เจตนาว่าเราไม่จำกัดอยู่แล้วกับการรวย เพราะเราไม่อยากรวยคนเดียว เราอยากมีเพื่อนที่รวยไปด้วยกันแค่นั้นเลย หลังจากตั้งบริษัทแล้วก็รวยสิคะรออะไรล่ะ ดูงานคู่สิเยอะแยะเลย”

แนท : “งานเข้าน่ะสิ (หัวเราะ)”

น้ำตาล : “คือหนูไม่ได้มีหมอ ไม่ได้มีอะไรมานั่งดู บางคนก็อาจจะไปดูหมอ ก็คิดว่าถ้ามัวแต่ไปรอดูหมอ เราคงไม่ได้เปิด ก็เลยเอาความสบายใจของเราดีกว่า”

แนท : “ทำธุรกิจด้วยกันไม่ต้องห่วงเรื่องทะเลาะกัน เพราะแนทละเอียดทุกอย่าง น้ำตาลจะเป็นคนที่ความจำสั้นบางทีในการทำงาน แต่แนทเป็นคนที่จดเก่งมาก แนทก็จะคอยจดค่าเล็กๆ น้อยๆ”

น้ำตาล : “แต่ในส่วนนี้จะไม่ละเอียดนะคะ (หัวเราะ) แต่เราจะแบ่งกันทำงาน แล้วเราก็มาดูพร้อมกัน ถ้ามีอะไรที่ขัดข้องหมองใจกันเราจะคุยกันเลย เวลาจบก็มูฟออนไปข้างหน้า เพื่อที่เราจะได้เติบโตไปด้วยกัน”

แนท : “บริษัทนี้รับเฉพาะงานคู่นะคะ แต่งานเดี่ยวก็มีแยกไปค่ะ จ้างได้นะคะ พวกเราขยันหมั่นเพียรอดทนนะคะ”

ขออย่าโยงดรามา “น้องฉัตร” จะให้พรีเซ็นเตอร์
น้ำตาล : “พี่ฉัตรเขาบอกว่าเดี๋ยวเขาจะจ้างหนูสองคนเป็นพรีเซ็นเตอร์ ทุกคนต้องเป็นพยานนะ คือจริงๆ เรื่องดรามากับการเป็นพรีเซ็นเตอร์ของพี่ฉัตรมันไม่ต้องโยงเลย เพราะเรารับเงินจากพี่ฉัตร ดรามาไม่ต้องโยง เราต้องเบาๆ ก่อนพวกหนูไม่เกี่ยวอะไรกับดรามาตรงนั้น มันผ่านไปแล้ว เรื่องของพรีเซ็นเตอร์มันอีกอันนึงแล้ว ถ้าพี่ฉัตรเห็นอยู่ก็จ้างได้เลยค่ะ”