“หน่อง อรุโณชา” โอดวงการละครปีนี้ศึกหนักมาก ผู้จัดบ่นอุบ ปล่อยมือไปหลายคน ต้องหาจุดแตกต่างให้เจอ เพื่อแข่งกับตลาดโลกและตลาดในประเทศ เผยการผลิตน้อยลง ส่วนหนึ่งเพราะนโยบายช่อง สวนทางกับตลาดซีรีส์วายที่ยังกระแสดีอยู่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาและเนื้อเรื่องด้วย บอกปัญหาของผู้จัดตอนนี้คืองบมีจำกัด ส่วนตัวยังประหยัด แต่ไม่อยากลดคุณภาพและมาตรฐานของงาน
ทำเอาผู้จัดมากฝีมืออย่าง “หน่อง อรุโณชา ภาณุพันธุ์” ถึงกับเอ่ยปาก ว่าปีนี้วงการละครไทยกำลังศึกเจอหนักมาก ทั้งเรื่องสภาวะเศรษฐกิจ และการแข่งขันของซีรีส์ โดยเจ้าตัวได้เผยถึงเรื่องนี้ หลังมาร่วมงานประกาศผล “รางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize)” ปีที่ 14 เวทีเกียรติยศสำหรับนักเขียนหญิงไทย ว่าผู้จัดบ่นกันเยอะมาก บางคนถึงขั้นปล่อยมือไปแล้ว
“ทุกคนก็บ่นกันเยอะนะคะ ว่ามันไม่ง่ายเลย กับสภาวะเศรษฐกิจ แล้วก็การแข่งขันในเรื่องของซีรีส์ อย่างวายหรือยูริ ก็มีการผลิตขึ้นเยอะ ตลาดตรงนี้มันโตขึ้น แต่ในตลาดแมสก็ต้องมีนโยบายจากทางสถานี แต่ในฐานะของผู้ผลิตเอง เราก็ต้องเลือกเรื่องที่มันแปลกใหม่และน่าสนใจจริงๆ เพราะฉะนั้นการคัดเลือกเรื่องเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ค่ะ ตอนนี้ความหลากหลายมันเยอะ แต่เราก็ต้องมีความหลากหลายที่แตกต่าง การเลือกพล็อตเป็นสิ่งที่ทีมคัดกันอย่างหนักมาก และคิดว่าหลายๆ ผู้ผลิตเองก็คงให้ความสำคัญตรงนี้ค่ะ”
มีผู้จัดหลายคนยอมปล่อยมือ เพราะปีนี้หนักมาก แต่สวนทางกับตลาดซีรีส์วาย ที่ยังมีกระแสดีอยู่
“มันก็มีการปล่อยมือ เพราะว่าต้องดูที่ตลาดรองรับด้วย มันยากเพราะผู้ผลิตต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ของตลาดโลก ตลาดในเมืองไทย และที่สำคัญความนิยมหรือผู้ชมอยากดูอะไรที่แตกต่าง และแปลกใหม่อยู่เสมอ เพราะฉะนั้นผู้ผลิตต้องก้าวให้ทัน ว่าเขาชอบไม่ชอบอะไร หรืออันนี้เขาเบื่อแล้ว ทำกันเยอะแล้ว อย่าทำเลย เราต้องคัดเลือก เท่าที่ผ่านมาปีนี้หนักมาก หนักกันสุดๆ บ่นกันเยอะ
ถ้าใครเคยผลิตละคร จะเห็นว่าในสถานีไม่ได้มีนโยบายที่จะผลิตละครเรื่องใหม่ๆ จำนวนที่มากเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นผู้ผลิตต้องปรับตัวว่าจะอยู่รอดได้ยังไง ตลาดมันจะไปทางไหน ต้องหาช่องว่างให้เจอ หาความแตกต่างให้เจอ แม้กระทั่งดารานักแสดง แต่งานวายก็ยังมีกระแสที่ดีอยู่นะคะ เพราะฉะนั้นต้องแยกประเภทกันด้วย”
เผยความเสี่ยงในการทำซีรีส์มีอยู่ตลอด แต่ไม่อยากประหยัดหรือลดเงินลง เพราะมันจะลดคุณภาพและมาตราฐาน
“ความเสี่ยงมีตลอดเวลา ในเรื่องของซีรีส์เราลดอะไรลดได้ แต่ลดคุณภาพไม่ได้ ใครๆ บอกว่าทำอะไรแล้วประหยัด แต่เรายังประหยัดไม่ได้ เพราะถ้าเราอยากได้คุณภาพ การไปประหยัดบางอย่าง มันจะเห็นที่ตัวงานออกมา ว่างานมันอาจจะทำได้ไม่ถึงเท่าที่เราอยากได้ เราทำงานมาแต่ละเรื่อง ก็อยากให้มันได้คุณภาพ
อย่างน้อยมีเกณฑ์มาตรฐาน เพราะฉะนั้นลดปัจจัย ลดเงิน แล้วคุณภาพน้อยลง เราไม่กล้าทำ ไม่อยากลดคุณภาพ ลดมาตรฐาน ถามว่ามันประหยัดได้ไหม มันยังประหยัดไม่ได้ ถ้าเราจะรักษาคุณภาพไว้ ก็เป็นปัญหาของผู้ผลิตทุกคนเลย ว่าอยากทำงานที่มีคุณภาพภายใต้งบที่มีอยู่ ทุกอย่างอาจจะต้องลดทอนลงไป แต่เราเองยังไม่กล้าจะลดอะไรสักอย่างหนึ่ง (หัวเราะ) นาทีมีแต่ทุกอย่างแพงขึ้น ยังไม่มีอะไรลดลงเลย”
จากละครมาสู่ซีรีส์ในแพลตฟอร์มต่างๆ มีความละเอียดและมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น
“จากละครสู่ซีรีส์ที่ออกทางแพลตฟอร์มต่างๆ สิ่งที่แตกต่างคือความละเอียดมีมากขึ้น ใกล้เคียงภาพยนตร์มากขึ้น ต้องแยกกล้อง และคุณภาพก็เปลี่ยนไปแล้ว มันเป็น 4K เพราะฉะนั้นมันจะแพงขึ้นทั้งหมดเลย เรียกว่าเทียบขั้นภาพยนตร์ ตอนนี้งานมีแต่ต้องยกระดับสูงขึ้น เพราะงานเราต้องแข่งขันในตลาดโลกด้วย”
เคยผลิตละครสูงสุด 8 เรื่องใน 1 ปี แต่ปีนี้ทำได้แค่ซีรีส์ 2 เรื่อง
“ปีนี้เราผลิตซีรีส์ 2 เรื่องค่ะ จากเมื่อก่อนเคยผลิตละครได้ถึง 8 เรื่อง ซึ่งปกติมันก็จะประมาณ 3 เรื่อง แต่มันมีความต่อเนื่อง แต่เราก็เข้าใจทุกอย่าง เพราะฉะนั้นเหลือ 2 เรื่อง ก็เป็นสิ่งที่เราต้องปรับค่ะ ส่วนปัจจัยที่ทำให้ลดลง คือสถานีก็ยังมีนโยบายการผลิตที่ลดลงทุกช่องเลย เพราะฉะนั้นมันมีผลกระทบ รูปแบบโปรดักชั่นเลยจะเปลี่ยนเป็นซีรีส์ ซึ่งจำนวนตอนมันจะลดลง
โอดตอนนี้ไม่มีอะไรง่าย การเสนอเรื่องก็ยากกว่าเดิม
“ก็ยากว่าเดิม ตอนนี้ไม่มีอะไรง่ายเลย การทำซีรีส์ก็อยู่ที่พล็อตแตกต่าง แปลกใหม่ แต่ยังต้องแมสเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นการผลิตในสิ่งที่แตกต่างจากที่ช่องมี ก็เป็นการบ้านของผู้จัด เรื่องต้องโดนใจ การหาเรื่องที่แตกต่างเป็นจุดที่สำคัญมากๆ”
ปัดผู้จัดช่อง 3 แพแตก กับช่องยังเอื้อเฟื้อต่อกัน เพราะเข้าใจสถานการณ์
“จริงๆ เราทำงานด้วยความเข้าใจกันค่ะ อย่างช่อง 3 เองก็ให้นักแสดงมา ช่องยังไม่ผลิต แต่ก็เปิดโอกาส ว่าถ้าเราจะผลิตที่ไหนก็แจ้งช่อง ช่องก็เข้าใจกันดีค่ะ เราขอนักแสดงช่องก็ไม่ได้ติดอะไร เพราะเขาก็ยังไม่ได้มีเปิดชนกัน เดี๋ยวในอนาคตเราอาจจะมีงานที่กลับมาที่ช่อง 3 ได้ ยังไม่ได้เป็นปัญหา ยังเอื้อเฟื้อต่อกัน เพราะเขาเข้าใจสถานการณ์ ช่วงนี้ต้องเข้าใจและทำให้ทุกคนอยู่ได้ และอยู่รอดไปด้วยกัน (ยังนามสกุลช่อง 3 อยู่?) ใช่ค่ะ ยังทำปกติค่ะ”
เผยตลาดวายใหญ่จริง แต่ก็อยู่ที่จังหวะ เวลา และเนื้อเรื่องด้วย
“คือตลาดมันใหญ่นะคะ ก็มีส่วนที่ประสบความสำเร็จ มีรายได้และนำไปต่อยอดได้ แต่มันอยู่ที่จังหวะ เวลาออกอากาศ และเนื้อเรื่อง ว่ามันไปชนกับใครหรือเปล่า โดนใจหรือเปล่า แล้วช่วงนั้นตัวนักแสดงเองต้องให้ความร่วมมือ ที่จะออกอีเวนต์หรือว่าเข้าถึงกับด้อมต่างๆ มันต้องประกอบกันไปหมดเลย”


