xs
xsm
sm
md
lg

“ป๊อบ ปองกูล” เลิกเล่นเกม หันดูแลสุขภาพ ลดน้ำหนัก 30 กิโลฯ หลังหมอเตือนฮอร์โมนเท่าคน 85 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ป๊อบ ปองกูล” น้ำหนักลด 30 กก. หลังหมอเตือนฮอร์โมนเท่าคน 85 ปี เผยเคยหนักสุด 180 กก. จนเหนื่อยกระทบงานร้องเพลง ตั้งเป้าเหลือ 120 กก. แฮปปี้สุขภาพดีขึ้น เลิกเล่นเกม หันมาพักผ่อนเต็มที่ ล้มแพลนมีลูก เล่นลูกเพื่อนสนุกกว่า

เป็นหนึ่งในนักร้องชายหุ่นหมี เสียงดีอันดับต้นๆ ของประเทศไทย สำหรับ “ป๊อบ ปองกูล สืบซึ้ง” ที่ตอนนี้หันมาดูแลสุขภาพและมุ่งมั่นตั้งใจในการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง และเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังลดน้ำหนักลงมา 30 กิโลกรัมแล้ว

ล่าสุด “ป๊อบ ปองกูล” ได้ออกมาอัปเดตหลังคุณหมอเตือนเรื่องสุขภาพ ในงานแถลงข่าว Jula’s Herb | presents DA20th CONCERT “The Endorphine Effect” ที่ Main Entrance PARAGON HALL ซึ่งเผยว่า ตอนนี้น้ำหนักลดลง 30 กิโลฯ หลังหมอเตือนฮอร์โมนเท่าคนวัย 85

ลดลงประมาณ 30 กิโล คือเวลามาตอบเรื่องลดน้ำหนักมันลำบากใจมาก รูปร่างยังไม่ไปไหนเลย ถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนใกล้เคียง เพราะว่าเพื่อนๆ ที่อยู่รอบข้างพอเห็นเราเริ่มลงมาได้ ก็จะเริ่มทำด้วยกันเพราะเห็นว่าไม่ได้ยาก แล้วก็น้องๆ ในบริษัทเองคราวนี้ก็ต้องลดทั้งบริษัทเลย เพราะว่าเวลามันลดแล้วมันจะชวนกันกิน พอชวนกันกินเราก็รู้สึกว่างั้นก็ทำโปรเจกต์ลดทั้งบริษัทเลย (อันนี้เป็นนโยบายของบริษัทเลย?) ใช่ มีให้รางวัลอะไรแบบนี้ครับ รางวัลคือสุขภาพ”

รับไม่ไหวน้ำหนัก 180 กิโลฯ จนหมอเตือนฮอร์โมนเท่าคนวัย 85
“ตอนนั้นมันหนักมาก เราหนัก 180 กิโล ในชีวิตตอนที่อยู่ในวงการเคยหนักสูงสุด 180 แล้วตอนนี้ก็มา 180 อีก ตอนที่ไปตรวจโรคมากันครบองค์ประชุมครับ แล้วมันจะมีเรื่องฮอร์โมนที่บอกว่าเราเหมือนคนอายุแบบ 85 ก็เลยทำให้หันมาดูแลตัวเองสักหน่อย ดูแลเรื่องการกินการพักผ่อน

จริงๆ หมอไม่ได้แนะนำให้แบบผ่าตัดกระเพาะ เขาแนะนำว่าจริงๆ แล้วร่างกายเรามันจะคอนโทรลตัวเราเองได้อยู่แล้ว ความอยากเราสามารถกำหนดด้วยตัวเราเองได้ ส่วนใหญ่ที่เราทำอยู่มันเป็นการควบคุมฮอร์โมนควบคุมอะไรที่ทำในสิ่งที่เราไม่เห็นและก็ไม่รู้ที่อยู่ภายใน องค์กรภายในของตัวเรา ต้องมีการทำตารางพักผ่อนให้ตัวเอง

ที่อยากลุกขึ้นมาลดเพราะ ตอนนั้นมันหนักมาก แล้วก็เริ่มเหนื่อยเริ่มร้องเพลงแบบสมมติว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของโชว์ก็จะต้องมีแบบทำจุดพักไว้ หลังๆ เริ่มรู้สึกว่าถ้ามันกระทบกับอาชีพต้องปรับปรุง”

ตั้งเป้าลดน้ำหนักจาก 180 กิโลฯ เหลือ 120 กิโลฯ
ตอนนี้เป้าแรกคือสำเร็จตามที่เราต้องการแล้ว แต่เป้าที่สองตอนนี้อยากให้ลงไปต่ำกว่า 120 - 130 กิโลกรัม (ย้อนกลับไปตอน 180 กิโลเราใช้ชีวิตยังไง?) ใช้ชีวิตปกติเลย ไม่ได้มีปัญหาอะไรแต่แค่เริ่มรู้สึกเหนื่อย เดินลำบากไปไหนมาไหนเริ่มลำบาก คือพอไปตรวจขึ้นมาจริงๆ มันก็จะเห็นแล้วว่าอันนี้มันเข้าเส้นแดงแล้วนะ

มีผลต่อการนอนไหม จริงๆ เราเป็นคนนอนไม่ค่อยมีปัญหา เรื่องกรนเรื่องอะไรเราโชคดีที่ว่าเราไม่ค่อยกรนด้วย คือการหยุดหายใจขณะนอนหลับ เราเป็นคนชอบนอนตะแคงมันก็เลยไม่มีปัญหาตรงนี้เท่าไหร่ (ตอนนี้สุขภาพแข็งแรง 100 เปอร์เซ็นต์?) คือถ้าตอนนี้ถามกันเราตอบว่า เราแข็งแรงแต่ไม่รู้ข้างในเรามันแข็งแรงแค่ไหน หน้าตาสดชื่นขึ้นครับ”

ไม่คาดคิดว่าน้ำหนักจะทะยานสูงถึง 180 กิโลฯ
“เราก็ไม่คิดเหมือนกัน ช่วงโควิดนี่แหละ มันกินๆ นอนๆ ช่วงที่เราไม่ได้ออกไปทำงานก็กินเต็มที่ เริ่มกินเริ่มหลุดโซ่ แล้วพอหลุดโซ่เสร็จ พอมันเริ่มอ้วนเราก็เริ่มไม่มีเข็มขัดให้ตัวเอง เราก็เริ่มเติมเต็มที่ พอมันขึ้นไปเรื่อยๆ เราเห็นตัวเลขก็ตกใจ เพราะว่าวันที่ไปชั่งน้ำหนักคือวันที่ไปหาหมอเหมือนกัน รู้ตัวเลขวันนั้นเลยเหมือนกัน อึ้งเลย 180 เลยเหรอวะ ก่อนที่จะไป 180 เคยชั่งประมาณ 160 ครั้งหนึ่ง ก็ไม่ได้ทำอะไรก็ไปต่อ ตอนนี้ลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ที่พอใจเลย”

เลิกเล่นเกม หันมาดูแลสุขภาพและพักผ่อนให้เพียงพอ
เลิกเล่นเกมเพราะว่าเราไม่ได้ดื่มเหล้า ไม่ได้สูบบุหรี่อะไรแบบนี้อยู่แล้ว มันก็เลยทำให้เรื่องการพักผ่อนกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่เราคุยกับคุณหมอ หลายๆ คนไม่ค่อยให้เรื่องความสำคัญกับการพักผ่อน แต่ว่าหมอที่เราไปหาก็ขอให้พักผ่อนเต็มที่เลย คือถึงเวลานี้ต้องนอนเท่านั้น ต้องปิดไฟให้สนิทต้องปิดม่านให้สนิทแล้วมันก็ช่วยได้จริง ในช่วงที่หาหมอไม่ได้ออกกำลังกาย แต่พอหลังจากที่ 3 เดือนมาแล้ว ก็จะเริ่มเดินลู่”

ลดน้ำหนักยิ่งค้นพบความสุขเพิ่มขึ้น
“เราแบกสิ่งที่อยู่ข้างหลังเราเป็นร้อยกิโล เพราะฉะนั้นใครที่เริ่มลดน้ำหนักเราเชื่อว่าทำได้แน่ๆ แค่ว่าหาจุดยึดเหนี่ยวอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นความรัก เป็นน้องหมา เป็นครอบครัว-ลูก ลองนึกถึงเรื่องนั้นแล้วอาจจะรู้สึกมีแก่นให้เกาะมันไป (ถ้าวันนั้นไม่ลดมันจะมีผลต่อเรายังไง?) ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ไม่รู้ว่าวันนี้ยังได้ยืนอยู่ตรงนี้หรือเปล่า น้ำหนักตัวมันก็มีผลค่อนข้างเยอะ

พอลดแล้วมีเป้าหมายในชีวิตเปลี่ยนไป อยากจะทำอะไรที่มันเป็นความสุขของตัวเองมากขึ้น ตั้งแต่เราลดน้ำหนักเราเริ่มรู้สึกว่าอะไรที่มันเป็นความสุขของเรา เราเริ่มหาวันพักผ่อนเพื่อจะไปหาความสุขของเรา ก่อนหน้านี้ความสุขของเราคือกิน เราก็จอยเลยอย่างเดียวบุฟเฟ่ต์”

ล้มแพลนมีลูก
“ไม่มีแล้วครับ เลยป้ายกันหมดแล้วครับ ไม่อยากมีแล้วครับ เล่นลูกเพื่อนสนุกกว่า เล่นลูกเพื่อนน่ารักเราจำกัดเวลาเล่นได้เหมือนเราหยอดเครื่องเล่นเกม ถ้ามีลูกจริงๆ 24 ชม. มันไม่มีหยอดเหรียญนะครับ มันคนละสเต็ปเราก็เลยรู้สึกว่าความสุขเรามันไม่ได้อยู่กับการมีลูก รู้สึกว่าเด็กน่ารัก รู้สึกว่าเขาน่ารักกันจัง และเรารู้สึกว่าเราเหมาะกับการเป็นลุงเป็นอาเป็นพี่อะไรแบบนี้มากกว่าครับ”









กำลังโหลดความคิดเห็น