ภารกิจการบินสู่อวกาศของบริษัท Blue Origin ซึ่งเป็นเที่ยวบินพาณิชย์ที่มีลูกเรือหญิงล้วนภายใต้การนำของ ลอเรน ซานเชซ คู่หมั้นของมหาเศรษฐี เจฟฟ์ เบโซส์ กลายเป็นประเด็นถกเถียงในวงกว้าง ทั้งในหมู่สื่อมวลชน คนดัง และสาธารณชน โดยมีทั้งเสียงชื่นชมในความกล้าหาญและพลังของผู้หญิง ไปจนถึงเสียงวิพากษ์ที่มองว่าเป็นการใช้เงินเกินความจำเป็นในช่วงเวลาที่โลกเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
ภารกิจครั้งประวัติศาสตร์นี้ประกอบด้วยบุคคลมีชื่อเสียงหลายราย ได้แก่ เคที เพอร์รี นักร้องชื่อดัง, เกย์ล คิง ผู้ประกาศข่าวอาวุโสจาก CBS, อแมนดา เหงียน นักวิจัยด้านชีวะอวกาศ, ไอชา โบว์ วิศวกรจรวดหญิงผู้ผ่านเส้นทางชีวิตจากระดับวิทยาลัยชุมชนสู่ NASA และ เคอรีแอนน์ ฟลินน์ โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์
เสียงวิจารณ์โหมกระหน่ำ คนดังจิกกัด – “แค่เที่ยวบินของคนรวย?”
เที่ยวบินอวกาศของ Blue Origin ครั้งนี้กินเวลาราว 11 นาที ตั้งแต่ทะยานขึ้นจนกลับสู่พื้นโลก โดยลูกเรือหญิงทั้งหกเดินทางถึงขอบอวกาศ ก่อนกลับลงมาพร้อมภาพ “จูบดิน” ของเคที เพอร์รี ที่กลายเป็นไวรัลไปทั่วโซเชียล หลายฝ่ายชื่นชมภาพนี้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งการเชิดชูโลกและธรรมชาติ ขณะที่บางคนกลับมองว่าเป็น “การแสดงที่เตรียมไว้แล้ว” เพื่อสร้างภาพลักษณ์แทนสาระที่แท้จริงของภารกิจ
ท่ามกลางเสียงเชียร์ว่าเป็นก้าวสำคัญของผู้หญิงในวงการอวกาศ คำถามที่ดังก้องกลับคือ "แค่ 11 นาที คุ้มค่าแล้วหรือ?" นักวิจารณ์ชี้ว่าเที่ยวบินนี้คือการแสดงสัญลักษณ์หรูหราในยุคที่โลกยังเผชิญปัญหาเร่งด่วน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ภารกิจที่จบลงในเวลาไม่ถึง 15 นาที อาจสวยงามในแง่ภาพลักษณ์ แต่ก็ทิ้งคำถามไว้ว่ามันเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริงหรือไม่—นอกเหนือจากการจูบดินเพื่อถ่ายภาพ.
หลังจบภารกิจไม่นาน โลกออนไลน์เต็มไปด้วยกระแสวิจารณ์ โดยเฉพาะจากนักแสดงหญิงชื่อดัง โอลิเวีย มันน์ ที่กล่าวในรายการ “Today with Jenna & Friends” อย่างตรงไปตรงมาว่า
“มีเรื่องสำคัญในโลกมากมายที่ต้องจัดการ… แล้วพวกคุณจะใช้เงินมหาศาลไปขึ้นอวกาศทำไม? คนจำนวนมากยังซื้อไข่กินไม่ได้เลยด้วยซ้ำ นี่มันคือความฟุ่มเฟือย”
ด้าน โอลิเวีย ไวลด์ แชร์ภาพเคที เพอร์รี ขณะถือดอกเดซี่และจูบดินโลก พร้อมแคปชั่นประชดว่า
“พันล้านดอลลาร์ ได้มาซึ่งมีมตลก ๆ สินะ”
ในขณะที่นักแสดงตลก เอมี่ ชูเมอร์ โพสต์คลิปล้อเลียนเสียดสีการบินขึ้นอวกาศอย่างถึงพริกถึงขิง เธออ้างว่าตัวเองได้รับเชิญร่วมภารกิจนาทีสุดท้าย พร้อมถือของเล่น Black Panther ขึ้นกล้องพร้อมกล่าวว่า
“มันไม่มีความหมายอะไรหรอก แค่มันอยู่ในกระเป๋าฉัน แล้วฉันก็ได้รับข้อความว่า ‘อยากขึ้นอวกาศไหม?’ แล้วฉันก็ตอบตกลงเลย”
เอมิลี่ ราทาจโควสกี้ ยังเสริมใน TikTok ว่าภารกิจนี้คือ “สัญญาณแห่งยุคสิ้นโลก” พร้อมตั้งคำถามถึงความย้อนแย้งของการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันกลับใช้ทรัพยากรมหาศาลกับการท่องเที่ยวอวกาศเพื่อคนรวย
เสียงตอบโต้จากทีมภารกิจ: “จงมากับฉัน แล้วคุณจะเข้าใจ”
ในการแถลงข่าวหลังลงจอด เกย์ล คิง ออกโรงตอบโต้เสียงวิจารณ์ว่า
“ใครก็ตามที่วิจารณ์ภารกิจนี้ อาจไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้น”
“เราทุกคนสัมผัสได้ถึงปฏิกิริยาจากเด็กสาวทั่วโลก ว่ามันมีความหมายเพียงใด”
ลอเรน ซานเชซ กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า เธอรู้สึก “โกรธอย่างมาก” กับคำวิจารณ์เหล่านั้น และขอเชิญชวนผู้ไม่เห็นด้วยให้มาดูการทำงานของทีม Blue Origin ด้วยตนเอง
“พวกเขาทุ่มหัวใจและจิตวิญญาณให้กับภารกิจนี้… ถ้าคุณได้เห็น จะเข้าใจว่าสิ่งที่เราทำนั้นมีความหมายมากแค่ไหน”
ด้าน ไอชา โบว์ เสริมจากประสบการณ์ตรงว่า
“ฉันเริ่มจากเรียนพรีแอลเจบราที่วิทยาลัยชุมชน จนมีปริญญาวิศวกรรมอวกาศ 2 ใบ และได้ทำงานกับ NASA… มันคือบทพิสูจน์ว่าเราทำได้”
บทสรุป: ก้าวแรกของผู้หญิง หรือความฟุ่มเฟือยจากโลกของคนรวย?
แม้ภารกิจนี้จะถูกระบุว่าเป็นครั้งแรกนับจากปี 1963 ที่ลูกเรือทั้งหมดเป็นผู้หญิง แต่เสียงที่แตกออกเป็นสองฝั่งก็สะท้อนชัดเจนถึงความขัดแย้งระหว่าง “แรงบันดาลใจ” กับ “ความสิ้นเปลือง” ในสายตาของคนต่างมุม
ขณะที่ฝ่ายหนึ่งมองว่านี่คือหมุดหมายของความเท่าเทียมทางเพศ ฝ่ายตรงข้ามกลับตั้งคำถามว่า สิ่งนี้สมควรหรือไม่ในยุคที่ความเหลื่อมล้ำกำลังทวีความรุนแรง
