“แอมป์ พีรวัศ” หลั่งน้ำตาลูกผู้ชายครั้งแรก ลั่นไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจ แต่เป็นน้ำตาแห่งความตื้นตัน ที่ผ่านมาเมียเลี้ยง ปล่อยให้เมียเป็นเสาหลัก ตัวเองมีรายได้ 0 บาท ไม่มีงานแสดง 100 เปอร์เซ็นต์ ล่าสุดผันตัวเป็นพ่อค้าขายขนมปัง สู้ชีวิตสุดๆ แล้วเพื่อครอบครัว ขายได้ชิ้นแรก ร้องไห้เหมือนได้โฆษณาตัวแรก ยกมือไหว้ขอความเมตตาจากทุกคน
สู้ชีวิตไม่เบาเลยทีเดียว สำหรับ “แอมป์ พีรวัศ กุลนันท์วัฒน์” นักแสดงช่อง 7 สี หลังจากที่ไม่มีงานแสดง 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้หน้าที่หัวหน้าครอบครัว ต้องยกให้ไปให้เมีย โดยแอมป์เปิดใจไม่อายว่าเมียเลี้ยง จนล่าสุดเริ่มมีทิศทางดีขึ้น หลังผันตัวเป็นพ่อค้าขายขนมปัง ซึ่งในงานโรดโชว์ ตำมั่ว หอบความรักพาความสุขกลับบ้าน ณ สถานีกลางบางซื่อ แอมป์ถึงขั้นหลั่งน้ำตาลูกผู้ชาย สู้ชีวิตสุดๆ แล้ว
“ช่วงนี้นอนตี 2 ตื่น 6 โมงเช้าทุกวัน มาทำอาชีพใหม่เป็นพ่อค้าขายขนมปัง ตอนนี้ผมก็เป็นพ่อค้าขายขนมปังที่สามารถเล่นละครได้นิดหน่อย เป็นธุรกิจใหม่ของผม เรียกว่าเป็นรายได้หลักเลย ผมขายขนมปัง WhiB วันนี้ขายเป็นวันที่ 20 ทุกท่านให้การตอบรับดีมาก ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่อุดหนุน เชื่อใจ ผมใช้ของดีสำหรับคนเป็นเบาหวาน ใครแพ้แป้งสาลีใครอยากจะซื้อให้คุณพ่อคุณแม่มาทางนี้ เพราะสินค้านี้คนซื้อไม่ได้กิน คนกินไม่ได้ซื้อ ส่วนใหญ่เขาซื้อไปให้คนที่เขารัก พอได้กินของเราเขาก็ติดใจ”
จุดเริ่มต้นธุรกิจ เพราะไม่มีงานแสดงเลย 100 เปอร์เซ็นต์
“คือการไม่มีงานแสดง 100% เลย แต่ผมคิดตรงนี้ไว้เมื่อตรุษจีนที่แล้ว ไปรวมญาติกันแล้วคุยกับอาโก เราจะทำอะไรดี แล้วก็พลิกแพลงสูตรมาเรื่อยๆ มันจะต้องหาสูตรที่อร่อยที่สุด คนกินแล้วรู้สึกว่ามันหอมต้องรอกว่าทุกอย่างจะเข้าที่ การทำขนมปังหรือเบเกอรี่มันทำยาก มันต้องใช้เวลาในการรอกว่าจะเข้าที่ ทุกอย่างมันยากมาก มันมาตกผลึกตอนที่ผมว่างจากงานละครทั้งหมดแล้ว ตอนนี้มีรอออนแอร์อยู่ 3 เรื่องนะครับ ไม่ได้ออนเลย
เราทำอาชีพนักแสดงเป็นอาชีพที่ไม่มีเงินเดือน แล้วเรายังมีรายจ่ายอยู่ตลอดเวลา เราได้คุยกันว่าอาโกไม่ได้แล้ว ช่วยผมหน่อย ที่บ้านผมทำเบเกอรี่ส่งอยู่สิงคโปร์ คือ ขนมไหว้พระจันทร์ มาเป็นเวลา 70 ปีแล้ว เขาชวนผมไปทำตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว แต่ผมไม่ทำ ใช้คำว่าเรามีงานที่เรารัก แล้วเราเล่นละครมาทั้งชีวิต เริ่มเข้าวงการตั้งแต่อายุ 14 ปีตอนนี้ 38 จะ 39 ปีแล้ว แล้วให้ผมไปทำอย่างอื่น ก็ไม่รู้จะทำอะไร
คราวนี้มันเหมือนกับ… ต้องบอกว่าเป็นพ่อค้าขนมปังที่เล่นละครได้นิดหน่อย หมายถึงมันทำในสิ่งที่รักก็ยังทำได้อยู่ อาจต้องรอโอกาส และจังหวะให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม หรือถ้ามันไม่เหมือนเดิมเราคงต้องหล่อเลี้ยงตัวเองโดยการทำในสิ่งที่เรารัก ยังต้องเล่นละครอยู่ ผมยังรับงานละครอยู่ แล้วก็ต้องมีอาชีพที่มันจับเงินสดหากินได้ทุกวัน เพราะเรามีรายจ่ายทุกวัน เราก็เลยมาทำขนมปังนี่แหละครับ ที่บ้านผมเรามีเป็นโรงงานเลย แล้วก็คุมเชฟคุมสูตร ก็ทำมาทุกวันทุกคนจะได้กินสดใหม่ทุกวัน”
ไม่ได้สานต่อธุรกิจครอบครัว แต่สตาร์ททำของตัวเอง
”ก็ไม่ใช่ เพราะที่บ้านผมเขาทำอยู่แล้ว ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ มีขนมไหว้พระจันทร์ อาลัว มีเยอะแยะไปหมด เป็น OEM ได้เลย อันนี้เรามาสตาร์ทของตัวเอง หมายถึงว่าผมก็ฉีกมาในทางสุขภาพไปเลย แล้วตัวผมเองก็กินด้วย เป็นการต่อยอดแตกไลน์มาเป็นของตัวเอง กลายเป็นธุรกิจที่ผมก็ส่งต่อให้ลูกเราได้ ภรรยาเราก็ทำได้”
บอกเป็นอาชีพหลัก เมียเลี้ยง ไม่มีรายได้ ศูนย์บาทมานานแล้ว
“หลักเลยครับ ตอนนี้เมียเลี้ยงครับ ผมเป็นคนไม่มีรายได้เลย ผมเป็นคนมีรายได้ 0 บาทมานานมากแล้ว อยู่ได้เพราะภรรยาเลี้ยง ส่วนละครที่รอออนก็ถ่ายเสร็จหมดแล้ว เงินก็ใช้หมดแล้วครับ เพราะว่ามันมานานแล้ว ซึ่งมันก็มีค้างอีกน่าจะ 20-30 เรื่องเลยครับที่รอออน ผมก็ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่ แต่ที่แน่นอนวันนี้เราต้องออกมาหาเงินทันที”
รับเครียดไม่มีเงิน ถึงขั้นลูกให้เอาเงินเก็บเขาไปใช้
“ตอนแรกเครียดนะ ตอนแรกก็คิดว่าทำอะไรดี ผมจะพูดคำนี้เสมอ จนภรรยาผมพูดว่า เป็นไงพี่ พี่ไม่ได้พูดคำนี้แล้วนะ เราก็มานึก เออจริง เพราะทุกวันนี้ผมตื่นเช้ามาผมต้องตอบไลน์ ส่งของ ตอนกลางคืนก็ยืนหั่นขนมปัง ตอนนี้ทำงานกันเป็นทีมมากๆ ไม่ได้มีลูกน้อง ก็ทำกันเองครับ มีภรรยา แล้วก็ลูกชายมาช่วยตัดบับเบิลบ้าง ผมฝึกให้เขา
งานนี้ก็ดีนะ เป็นเรื่องดี ที่ผ่านมาผมเลี้ยงลูกมาอย่างดีที่สุด เท่าที่ผมจะทำให้ได้ เขาเลยไม่รู้ว่าพ่อหาเงินยังไง แต่ 20 วันที่ผ่านมาเขารู้แล้ว แล้วเขาไม่ค่อยเรียกร้องอะไรผมแล้ว เพราะจะซื้ออะไร ผมบอกป๊าไม่มีเงิน เขาบอกไม่เป็นไรเอาเงินหนูมาก็ได้ ผมก็บอกว่าเงินหนู หนูก็ต้องหาสิ อันนั้นคือเงินเก็บ ก็ต้องเก็บไว้ก่อน มันยังไม่ถึงเวลาใช้
แต่ที่แน่นอนก็คือถ้าวันนี้อยากกินอะไรให้มาช่วยป๊ายืนขายของ เดี๋ยวมีค่าตัวให้ แล้วเอาเงินนั้นไป จะเก็บหรือจะใช้ก็แล้วแต่คุณ เป็นการที่ทำอะไรแลกแล้วได้เงินมา เพราะฉะนั้นลูกผมก็เริ่มเข้าใจ เริ่มไหว้คนเป็น เริ่มคล่องมือ เด็กรุ่นใหม่การไหว้ผมบอกเลยนะว่าการไหว้คนเป็นเรื่องยาก แต่พอเป็นพ่อค้าแล้วเขารู้เลย เขาไหว้เป็น สำคัญมากๆ เลย
ตอนแรกผมก็เครียดอยู่ว่าจะปลูกฝังลูกยังไงให้ยกมือไหว้ เหมือนตอนที่เราเป็นเด็กๆ พ่อแม่ทุกคนก็จะสอนไหว้สิ ยกมือไหว้ ทำไมไม่ไหว้ เด็กก็ไม่รู้ว่าไหว้ทำไม ตอนนี้เราก็พยายามจะบอกว่าการยกมือไหว้ขอบคุณ สวัสดีครับ มันเป็นสิ่งสำคัญและเป็นเสน่ห์ของคนไทย คนไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่ยกมือไหว้สวยที่สุด และมีคำว่า สวัสดีครับ ขอบคุณครับ มันมีความหมาย มันคือรากเหง้า คือวัฒนธรรมของเรา เราก็ควรจะปลูกฝังให้กับลูก ลูกคุณจะพูดภาษาอะไรก็ตามแต่ในโลกนี้ ถ้าเกิดมามีสายเลือดคนไทยจงปลูกฝังลูกของคุณในความเป็นไทย คือการยกมือไหว้ กล่าวคำสวัสดี ขอบคุณ ผมอยากจะทำให้ลูกผมเป็นแบบนี้”
กลัวที่สุดคือหากตนไม่อยู่ ลูกจะอยู่ได้ไหม
“ถ้าผมไม่อยู่สิ่งที่ผมกลัวที่สุดตอนผมไม่อยู่ ลูกจะอยู่ได้ไหมนะ เขาจะอยู่รอดไหม สมมติเราให้อะไรไว้กับเขาติดตัวไว้ ผมว่าผมก็ไม่ต้องห่วงแล้ว รวมถึงธุรกิจด้วย สอนให้เขาเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องส่งต่อธุรกิจนี้ให้เขา เราให้ได้แต่ความรู้ และทักษะ การที่จะเป็นตัวเขาเองผมไม่บังคับ เขาจะเป็นอะไรก็ได้ วันหน้าเขาอาจจะไปขายอย่างอื่นแต่เขาก็จะมีทักษะตรงนี้ติดตัวไป”
ต้นทุนที่มี ตอนแรกไม่ได้มองเลย
“รู้ไหมต้นทุนของผมจริงๆ คือ ทุกคนรักผม พ่อแม่พี่น้อง พี่ป้าน้าอาทุกคนรักผม ผมไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่เราลำบากเรามีตั๋วเด็ก แล้วตั๋วเด็กของผมก็คือ ช่วยหน่อยนะครับ ขอบคุณนะครับ สวัสดีครับ ผมใช้อยู่แค่ 3 คำ ผมใช้ความจริงใจว่าสิ่งที่เราทำ ถ้าเราทำให้ใครเดือดร้อนเราไม่ทำ แต่ถ้าทำให้ใครเดือดร้อน ง่ายที่สุดก็ไม่อยากทำครับ”
ไม่อายเป็นพระเอกต้องมาขายของ ไม่ได้ไปปล้น ทำให้คนเดือดร้อน ลั่นโตมากับธุรกิจค้าขาย แต่ดันทำงานในวงการ วันแรกขายตั้งแต่ 10 โมง แต่ขายได้ชิ้นแรกตอน 6 โมงเย็น เป็นร้านข้างๆ มาอุดหนุน น้ำตาไหลเหมือนได้โฆษณาตัวแรก
“ไม่อายครับ อายทำไม ไม่ต้องอายครับ ผมยังขอพูดคำเดิมนะครับ แล้วเราจะต้องชัดกับเรื่องความไม่อาย ถ้าคุณไม่ได้ไปปล้นเขา คุณไม่ได้ไปทำให้เขาเดือดร้อน การยกมือไหว้ของคุณคือเสน่ห์ มันไม่ได้ทำให้คนเกลียดคุณเลย มันจะยิ่งทำให้คนรักคุณมากขึ้นด้วย
ตอนแรกเขินนะ ผมโตมากับธุรกิจค้าขายอยู่แล้วตั้งแต่เด็ก แต่ผมดันทำงานในวงการบันเทิงนานมาก แต่การเริ่มธุรกิจวันแรกที่ผมไปนั่งเฉยๆ ตั้งแต่ 10 โมง ผมขายของชิ้นแรกได้ตอน 6 โมงเย็น แล้ว 6 โมงเย็นก้อนนี้ เป็นคนข้างร้านที่มาซื้อผม เขาช่วยผมมาก อยู่ดีๆ แกลุกขึ้นมาแล้วก็พูดว่า วันนี้ฉันถูกรางวัล ไหนขายอะไร พูดเสียงดังมาก เพราะไม่มีใครหยุดดูร้านผมเลย ผมก็ไม่รู้จะขายยังไง งง ของเราดีแต่คนไม่รู้จักว่ามันคืออะไร เขาก็เดินมาทัก ไหนขายอะไร พี่ซื้ออันนึง แล้วเขาเอาของที่เขาซื้อผมไปแจกในตลาด แล้วทุกคนก็อุดหนุน
วันแรกผมอยู่ได้เพราะทุกคนอุดหนุน เพราะมีแต่คนเดินผ่าน ไม่มีใครมาซื้อเพราะไม่เข้าใจว่าผมขายอะไร หลังจากนั้นก็ทำมาเรื่อยๆ แต่ปัจจุบันคนเริ่มเข้าใจแล้วว่ามันคืออะไร รู้แล้วว่ารสชาติเป็นยังไง แล้วประโยชน์ของมันเป็นอย่างไร ที่สำคัญคือมีการซื้อซ้ำ อันนี้ผมชื่นใจ วันแรกที่ได้เงินมาผมน้ำตาจะไหล ผมดีใจมาก แม้คนข้างๆ ซื้อ ผมจับมือกับคนในครอบครัวบอกว่าเรามีเงินแล้ว มันภูมิใจพอๆ กับเราได้โฆษณาตัวแรก ฟีลนั้นเลย มันจะร้องไห้ออกมาให้ได้ ตอนที่นั่งตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ผมนั่งมองหน้าลูกแล้วผมอยากจะร้องไห้ออกมาให้ได้ ในหัวมีแต่ความคิดจะรอดไหมวะเนี่ย อย่างนี้เลย ตื่นเต้นมาก”
ร่ำไห้ดีใจได้จับเงิน
“คือมันดีใจ ชื่นใจมาก (ร้องไห้โฮ) วันนี้ผมสู้นะ มันดีใจนะ มันดีในจริงๆ ขอบคุณทุกๆคน ที่รักผม 10 วันแรก เป็นคนที่เขารักผมและมั่นใจในตัวว่าผมจะทำได้มาซื้อ ผมตั้งใจจริงๆ ผมขอบคุณไม่รู้อีกกี่รอบ คนที่รักผม เขามาซื้อเขาไม่รู้หรอกว่าของของผมเป็นยังไง แต่เขาอยากจะมาอุดหนุนผมจริงๆ ผมจะบอกว่าของเราดีจริงๆ ผมส่งตรวจโภชนาการ ผมทำถูกต้อง ผมไม่โกหกลูกค้าเลย เพราะฉะนั้นอยากให้ลองกิน ตอนนี้ภรรยาเป็นเสาหลัก”
เป็นตัวอย่างให้คนสู้ชีวิต ไม่อายทำกิน ก่อนหน้านี้ขับแกร็บ มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการขายขนม กลัวลูกเมียลำบาก
“ผมไม่พะวงอะไรเลย ผมกลัวอย่างเดียว กลัวลูกกับเมียลำบาก แล้วเราเป็นเสาหลัก มันอ่อนไหวนะ แต่พอเริ่มจะหายใจคล่อง ดีขึ้น ผมเต็มที่ เหนื่อยไหมไม่ต้องพูดถึงเลย หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ขอบคุณคนที่อุดหนุนผม ให้กำลังใจผม เชื่อไหมมีคนขับรถมาหาผม แค่มาจับมือผม แล้วก็บอกว่า สู้ๆนะ เป็นกำลังใจให้ (ร้องไห้) พี่ติดตามผลงานเราตลอดนะ เขาก็ลำบาก ผมบอกว่าไม่ต้องอุดหนุนผม แค่มาถ่ายรูปกับผมก็ได้ ทุกคนลำบากเหมือนกัน แล้วมันผ่านไปได้ มันรู้สึกดีจริงๆ วันนี้ผมอ่อนแอมากเลยนะ เปลี้ยเลยจริงๆ”
แชร์มุมมองผู้ชายที่เป็นเสาหลักแล้วมีช่วงลำบาก ลุกขึ้นมาได้เพราะครอบครัว น้ำตาวันนี้ไม่ได้เป็นน้ำตาแห่งความเศร้า แต่เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ
“ครอบครัวครับ คนที่จะช่วยคุณได้คนเดียวในชีวิตคือตัวคุณเอง ตัวคุณเท่านั้น ทุกคนที่กำลังท้อแท้ ทุกคนที่กำลังหมดหวัง คุณดูผมไว้ ผู้ชายร้องไห้ได้ ผมเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าถ้าอยากดูน้ำตาผมให้ไปดูในละคร น้ำตาผมวันนี้ไม่ได้เป็นน้ำตาของความเศร้า เสียใจ แต่ผมดีใจ และผมขอบคุณจนผมไม่รู้จะขอบคุณยังไง คนที่รักและเอ็นดูผมทั้งหมด เขาพยายาม ช่วยผมทุกวิถีทางจริงๆ วันนี้ต้องบอกให้ทุกคนจงยึดมั่น จงเชื่อในความดีที่คุณเคยทำไว้ เพราะถ้าคุณไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน คุณไม่มีวันตกต่ำ เพราะจะมีแต่คนช่วยคุณ จะมีแต่คนซัปพอร์ตและให้กำลังใจคุณ ผมทำงานในวงการมาตั้งแต่อายุ 14 จนถึง 38 ปี ผมก็เพิ่งรู้ว่ามีคนรักผมเยอะ ขอบคุณมากๆ จริงๆ ครับ
ผมขายออนไลน์ครับ ไม่มีหน้าร้าน เพราะช่วงนั้นเซ็นทรัลพระราม 9 เกิดแผ่นดินไหว เลยไม่ได้ขายแล้ว ตอนนั้นใจแป้วเลย คิดว่าแล้วพรุ่งนี้จะเอาเงินจากไหน ตอนนี้ก็เข้าไปอุดหนุนได้ เข้าไปที่ไลน์แอด @whibe ฝากด้วยนะครับ ผมจะทำแต่ของดีๆ ให้ทุกคนได้รับประทาน แล้วก็มีอีกหลายอย่างที่จะเอาออกมา ตอนนี้ผมทำอย่างเดียวก่อน เรื่องของการเก็บรักษาต้องลงทุนอีกเยอะ เลยเอาให้เก่งอย่างเดียว แล้วดีที่สุด เพราะฉะนั้นขอบคุณทุกคนนะครับ”
