“เจ๋ง บิ๊กแอส” ฉะแหลก “ปอน นิพนธ์” ไม่แมน ปมพาดพิงแต่ไม่ขอโทษ หลังอ้างต้องเสพยาเพื่อเพิ่มฟีลลิ่ง บอกถ้าเป็นแบบนั้นควรเลิกเป็นศิลปิน แล้วไปทำอาชีพอื่น เพราะดูไม่ให้เกียรติตัวเองและแฟนเพลง ลั่นตนมีสิทธิ์ร้องเพลงวงบิ๊กแอสเพราะเป็นหนึ่งในสมาชิกวงที่ร่วมกันแต่งเพลง บอกจากนี้อย่าเจอกันเลย ก่อนถามกลับเขากล้าเจอผมหรือเปล่า นับถือใจมือเบสภาคใต้ อย่างน้อยรับผิดและขอโทษ โคตรแมน แต่อีกคนไม่แมนก็เรื่องของมึง!
จากกรณีดรามาร้อนเมื่อนักร้องชื่อดัง “เจ๋ง บิ๊กแอส” หรือ “เดชา โคนาโล”ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นนักร้องกับยาเสพติด ซึ่งเจ้าตัวไม่เห็นด้วยกับการใช้ยาเสพติดของศิลปิน ซึ่งต่อมา “ปอน นิพนธ์” เจ้าของเพลง “ไทม์แมชชีน” ได้โพสต์แซะ แม้ไม่เอ่ยชื่อ แต่คนทั่วไปกับแฟนคลับอ่านแล้วเข้าใจได้ว่าต้องการสื่อถึงเจ๋ง จนทำให้ทัวร์ลงอย่างหนัก ถึงขั้นต้องปิดเพจเฟซบุ๊ก แต่ต่อมาก็เปิดใหม่แล้วโพสต์ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ล่าสุด เจ๋ง บิ๊กแอส ได้มาร่วมงานกาล่า ภาพยนตร์ 4 ป่าช้า ที่พารากอน ซีนีเพล็กซ์ (ชั้น 5) สยามพารากอน พร้อมกับเปิดใจปมประเด็นดรามาร้อน โดยเจ้าตัวเผยว่า อย่ามาอ้างเป็นศิลปินหมดฟีลลิ่งจนต้องใช้สารเสพติด บอกถ้าเป็นอย่างนั้นควรเลิกเป็นศิลปินดีกว่า หยุดแล้วไปทำอย่างอื่น เพราะมันไม่ให้เกียรติตัวเองและแฟนเพลง
“มันอาจจะต้องเท้าความให้เข้าใจบริบทแรกก่อน ตั้งแต่ช่วงที่เราสัมภาษณ์เรื่อง 4 ป่าช้า แล้วก็ถามประเด็นเรื่องยาเสพติด ซึ่งเราก็อธิบายในเพจของเราไปแล้วประมาณหนึ่ง แต่ตอนนั้นที่สัมภาษณ์เราอาจจะสัมภาษณ์พูดในบทรวม อาจจะทำให้ทุกคนจับใจความไม่ได้ว่าเราพูดสื่อถึงอะไร คือใจความของเรา เราพูดว่า เรื่องของเรื่องคือสำหรับบ้านเราเหล้า บุหรี่ ไหนจะบุหรี่ไฟฟ้าอีก ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้ามันเป็นเรื่องผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่ว่าเหล้าบุหรี่มันก็หนักพอสำหรับบ้านเราแล้ว
ทีนี้นักข่าวมาถามเราว่ามีศิลปินท่านนึง เขาใช้คำว่าพูดว่าผมเป็นศิลปินต้องใช้ยาเสพติดเพื่อจะได้มีอารมณ์เพื่อที่จะขึ้นไปร้องเพลงบนเวที เพื่อสร้างฟีลลิ่งและเสพยา ถึงจะมีฟีลลิ่งอะไรพวกนี้ เราก็เลยตอบในคำถามของเรื่องยาเสพติดเป็นหลักว่า เราไม่ได้หมายความว่าทุกคนใช้ยาเสพติดไม่ใช่ศิลปินนะครับ เราไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เราหมายความว่าถ้าคุณหมดฟีลลิ่งหมดไฟหมดหมดแพสชั่นในการทำงานแล้วคุณพึ่งยาเสพติดคุณอย่าเป็นดีกว่าศิลปิน คุณหยุดแล้วคุณไปทำอย่างอื่นดีกว่า มันถือว่าคุณไม่ให้เกียรติตัวเองแล้วก็ไม่ให้เกียรติแฟนเพลงหรือคนที่ติดตามคุณ นี่คือบริบทเราที่เราพูดแล้วแปลความหมายสั้นๆ คือเราเน้นเรื่องของยาเสพติด
มันไม่ถูกต้องที่มาใช้คำนี้เป็นข้ออ้าง ถ้าเราเสพเราติดมันเรายอมรับมัน มันคือจบอย่าอ้าง อย่างสมมติคุณหมอจะผ่าตัดแล้วไม่มีฟีลลิ่งต้องเสพยาก่อนอย่างนี้เหรอถึงจะผ่าตัดได้ถูกไหม เราว่าทุกคนต้องเข้าใจบริบทนี้ก่อนว่าเราหมายถึงเรื่องยาเสพติด เราสื่อสารเรื่องนี้ วันนั้นเราไม่ได้พาดพิงถึงใครเลย แล้วก็ไม่เคยจะซ้ำเติมอะไรใครเลย ทุกคนมีความผิดพลาดในชีวิตเกิดขึ้นได้ อยู่ที่ว่าเรากับตัวกลับใจเราสำนึกได้ไหมเท่านั้นเอง ทุกคนสามารถผิดพลาดกันได้”
ลั่นตนคือหนึ่งสมาชิกวงบิ๊กแอส ฉะนั้นก็มีสิทธิ์ในการร้องเพลงของวง
“อย่างที่เราบอกว่าเหล้าบุหรี่ของบ้านเรามันถูกกฎหมาย เราเองยังพูดในเพจเราเลยขนาดวงเราเขาก็ดื่มเขาก็สูบกันแต่มันเป็นเรื่องส่วนตัว ใครอยากทำอะไรก็แล้วแต่เราไม่ไปยุ่ง เราไม่ไปห้ามใครจะไปทำอะไร เราก็เห็นอยู่แล้วว่า เหล้าดื่มเยอะขับเมาชนมันก็เยอะแยะ ในซองบุหรี่ก็เตือนแล้วระวังเป็นมะเร็ง ซึ่งมันก็แล้วแต่เพราะมันถูกกฎหมายเราก็ไม่พูดเรื่องนี้
แต่ถ้าถามเรื่องของปอนที่เขามาแซะเรา ทุกคนก็เห็นแล้วว่าเขาแซะถึงเรื่องอะไร ถึงแม้ว่าเขาไม่เอ่ยชื่อคนทั้งประเทศอ่านก็รู้ว่าเป็นใคร จะมาบอกเราว่าอย่างนั้นอย่างนี้แล้วสุดท้ายใช้เพลงคนอื่นหากิน เราอยากจะถามทุกคนหน่อยว่า เพลงคนอื่นหากินที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ มันคือของวงบิ๊กแอสหรือเปล่า เราคือหนึ่งในสมาชิกของวงบิ๊กแอสถ้าใครไม่รู้ว่าตอนนี้เราคือใคร เราคือนักร้องวงบิ๊กแอสนะครับ แล้ววงบิ๊กแอสทุกเพลงแต่งเองหมด
รวมแม้กระทั่งเราก็มีส่วนร่วมในการแต่งเพลงในยุคของเราที่เราเข้ามา ฉะนั้นจะมาบอกว่าใช้เพลงคนอื่นหากินเราเล่นกับคอนเสิร์ตวงบิ๊กแอสมาน่าจะเป็นปีที่ 13 แล้ว วงมีสิทธิ์ที่จะเล่นเพลงของตัวเองทั้งนั้น เพราะวงเป็นคนแต่งและเราก็เป็นคนร่วมแต่งแล้วเราเป็นสมาชิกวง
การที่มาแขวะเราแบบนี้ทุกคนก็ต้องรู้ว่าเราอยู่ของเราเฉยๆ ถูกไหมครับเราอยู่ของเราเฉยๆ ทุกคนเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกันไม่รู้ เป็นดรามาอะไรไม่รู้ทั้งที่เราไม่เคยพาดพิงอะไรเลย พี่ๆ ไปดูก็ได้ในเพจข่าวอาจจะพาดหัวข้อเพื่อเรียกแขกแล้วสุดท้ายคอมเมนต์โยงถึงใครบ้างในบทสัมภาษณ์เราไม่เอ่ยชื่อใครสักคนเลยนะ แต่พวกคุณพวกแฟนเพลงที่คุณบอกว่าคุณรักเทิดทูนบูชาเขาคุณไปพาดพิงถึงเขาให้เขาได้รับผลกระทบและเสียหาย ไม่ใช่เราเป็นพวกคุณไอ้ที่เมนต์ๆ”
ไม่คิดถือโทษนักดนตรีภาคใต้ปากแจ๋วโพสต์ขู่ เพราะถูกไล่ออกจากงานแล้ว
“คนที่ขอโทษคือพี่คนที่เขาตกงาน ที่อยู่ยะลาเป็นมือเบส ที่ทางร้านเขาไล่ออกจากที่เขาโพสต์ อันนี้เป็นการโพสต์ข่มขู่แต่เราไม่ติดใจเอาความเพราะเขาได้รับสิ่งที่เขากระทำลงไปแล้ว ซึ่งเราก็บอกตรงๆ ว่าเราเห็นใจเขา ไม่ได้อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะว่าอยู่ดีๆ ตื่นเช้ามาเขาก็โดนไล่ออกจากงาน และเขาก็รับผิดชอบและขอโทษแมนๆ อันนี้แม่xโครตแมนเลยเรานับถือใจพี่เขามาก
อันนี้แมนจริงแต่สำหรับคนอื่นที่ไม่ได้ออกมายอมรับ ยังจะมาอ้างเดี๋ยวปรึกษาผู้ใหญ่ก็เรื่องของมึง มึงไม่ได้แมนพอเอาแบบนี้แล้วกัน เราอยู่ของเราเฉยๆแล้วเวลาคุณมาพาดพิงคนทั้งประเทศเขาก็รู้ว่าใคร ในบริบท ณ เวลานั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้น แล้วคุณมาพาดพิงเท่านั้นเลย เราไม่มีอะไรเราโพสต์เราก็จบแค่นั้น เราก็ไม่ได้ไปแขวะไม่ได้ไปอะไรหรือไปยุ่งกับใคร”
ถ้าคิดจะขอโทษตนจริงๆ อีกฝ่ายคงขอโทษไปนานแล้ว ก่อนทิ้งท้ายเจ็บแสบขออยากเจอหน้ากันอีกเลย
“เขาขอโทษในส่วนของเขา เขาไม่ได้มาขอโทษเราถูกไหม นักข่าวก็เห็นเขาไลฟ์สดเขาไม่ได้มาขอโทษอะไรเรา เขาไม่ได้เอ่ยชื่อเราเขาขอโทษในสิ่งที่เขาอาจจะทำพลาดข้ออ้างต่างๆ นานา มีใบออกมาให้ดู ใบรับรองแพทย์คุณก็รู้อยู่ว่าอะไรก็ได้บ้าง อันนี้ก็แล้วแต่คนคิด
เราว่าถ้าคนมันจะขอโทษมันขอโทษไปนานแล้ว ถ้าถามว่าเจอกันตามงานได้ไหม คิดว่าอย่าเจอเลย เขากล้าเจอเราหรอ เราไม่ฝากเราเขียนชัดเจนไปในนั้นหมดแล้ว ทุกวันนี้เราไม่เห็นเขาทำอะไรเลยพี่ๆ ก็เห็นเขาทำอะไรบ้าง เราไม่ได้มาติดตามเพราะเราต้องโฟกัสกับเรื่องงานเรื่องอะไรของเรา ซึ่งเราถือว่าเราโพสต์ตรงนั้นก็คือจบไปแล้ว”
