“ดีเจมะตูม” เผชิญหน้าคู่กรณี หลังถูกกล่าวหาโกงเงิน 1 แสน ลั่นไม่อยากรังแกเด็ก แต่ให้เป็นบทเรียน เพราะทุกคำพูดมีราคาที่ต้องจ่าย เผยเรียก 1 แสนเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรี และเป็นค่าน้ำตาแม่ ยินดีให้ทยอยจ่าย ถ้าครบเมื่อไหร่ จะถอนแจ้งความ
หลังเมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) “ดีเจมะตูม เตชินท์ พลอยเพชร” พร้อม “ทนายตั้ม เกรียงไกร” ได้เข้าแจ้งความสาวปริศนา ที่ไลฟ์กล่าวหาว่าตนโกงเงินหลักแสน จนทำให้คิดสั้น พร้อมเผยว่าให้เวลามาเจอกันเพื่อพูดความจริงถึงวันพรุ่งนี้ ล่าสุดวันนี้ (27 มี.ค.) สาวปริศนาคนดังกล่าว ก็ได้มาตามนัดที่ สน. ทองหล่อ เพื่อชี้แจงถึงสิ่งที่พูดในไลฟ์ โดยเจ้าตัวเผยว่าเป็นเรื่องที่ตนเข้าใจผิดไปเอง พร้อมยกมือไหว้ขอโทษ แต่งานนี้แค่คำขอโทษคงไม่พอ เพราะดีเจมะตูมขอเรียกเงิน 100,000 บาท เพื่อให้เป็นบทเรียน เพราะทุกคำพูดมีราคาที่ต้องจ่าย
มะตูม : “วันนี้เป็นการเจอกันครั้งแรกกับน้องคู่กรณี แล้วก็มาไกล่เกลี่ยกัน โดยมีทนายเป็นตัวกลาง ก็คือว่าโอเคระดับหนึ่ง ถามว่ายังติดใจอะไรไหม ณ ตอนนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน แต่จริงๆ ติดนิดหนึ่ง ที่ว่าทำไมถึงต้องเป็นเราอีกแล้วกับเรื่องพวกนี้ แต่พอได้คุยกับน้องก็โอเคระดับหนึ่ง ตูมไม่อยากให้เขารู้สึกว่าเรามากดดันเขา จริงๆ น้องเขามีสิทธิ์ที่จะพูดเหมือน เพราะตูมเองก็ใช้ทุกอย่างตามกฎหมาย ตูมไตร่ตรองมาดีแล้ว ว่าต้องปกป้องสิทธิ์ เพราะรอบนี้มันหนักมากจริงๆ เรื่องฉ้อโกงมันใหญ่มาก วันนี้ก็เลยคิดว่าน่าจะออกมาดีและยุติธรรมที่สุดกับทุกฝ่าย”
คู่กรณี : “มันเป็นความเข้าใจผิดของหนูฝ่ายเดียวค่ะ เหมือนได้ยินเรื่องราวมาจากบุคคลอื่น แล้วเรื่องราวนั้นหนูได้รับผลกระทบ ทีนี้หนูไม่ได้มีการเช็กเลย ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง บุคคลนั้นเป็นพี่มะตูมจริงหรือไม่จริง จนได้มีการพูดคุยกับพี่มะตูม เบื้องต้นก็คือพี่เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเหตุการณ์นั้นเลย แล้วในเวลาเดียวกันพี่มะตูมทำอะไรอยู่ สถานะเป็นอะไร ณ ตอนนั้น คือไม่ได้เช็กเลย จนได้มาคุยกับพี่มะตูมก็เลยได้รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง”
มะตูม : “ประเด็นคือพอเราติดต่อไปยังบุคคลแรก มีการอ้างชื่อตูม เขาก็ปฏิเสธว่าเขาไม่ได้พูด แต่ว่าตอนนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด น้องเขาแจ้งว่ามัน 2 ปีมาแล้ว มันไม่ได้มีหลักฐานอะไรแล้ว สิ่งที่มันเป็นประเด็นวันนี้ คือน้องเขาเอาเรื่อง 2 ปีที่แล้ว หยิบขึ้นมาพูดในไลฟ์ต่างหาก มันเลยเกิดความเสียหายตรงนี้”
คู่กรณี : “วันนี้ได้เจอพี่มะตูมก็ต้องขอโทษจริงๆ ค่ะ (ยกมือไหว้) หนูเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่แล้ว หนูขอโทษค่ะ”
มะตูม : “จริงๆ ไม่ต้องขอโทษแค่ตูมก็ได้ ตูมรู้สึกว่าน้องควรขอโทษพี่ๆ ทนาย ขอโทษเจ้าหน้าที่ ผู้จัดการพี่ เพราะตูมไม่ได้นอนเลย มันไม่อยากมาอยู่ตรงนี้เลย ที่สำคัญคือตูมให้อภัยได้ แต่ว่าตูมยังยืนยันคำเดิม ทุกคำพูดมีราคาที่ต้องจ่าย ตูมไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้อยู่แล้ว เสียดายน้องยังดูเด็กอยู่เลย ทำไมถึงไม่มีการไตร่ตรองก่อนที่จะพูดถึงบุคคลสาธารณะ ทำไมไม่ DM มาหาพี่สักนิดหนึ่ง พี่อาจจะช่วยหนูก็ได้
มันกลายเป็นว่าคุณไปยืนไลฟ์ มันเหมือนอยู่ฝั่งตรงข้ามเราทันที แล้วเราก็โดนโจมตี หนูก็เห็นแล้วว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตัวพี่ภายใน 1 วัน มันกลายเป็นอีกอย่างหนึ่งเลย เพราะฉะนั้นก็ให้เป็นกรณีศึกษากับทุกคนที่กำลังจะทำเลยครับ ว่าก่อนจะพูดหรือไลฟ์อะไร มีข้อมูลนิดหนึ่งก็ดี
ตูมเห็นคนในวงการหลายคนที่เขาเจอเรื่องแบบนี้ แต่ไม่กล้าออกมา เพราะรู้ว่าฟ้องไปเดี๋ยวภาพเราก็ดูไม่ดีอีก ดูเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอีก แต่สำหรับตูมคือเราต้องตัดความเป็นดาราไปก่อน ตูมมาใช้สิทธิ์ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ที่ปกป้องสิทธิและความยุติธรรมของตัวเอง วันนี้ตูมโดนพาดพิงในเรื่องที่ไม่เป็นความจริง ตูมก็ควรที่จะได้ระบการคุ้มครองจากกฎหมาย
ตูมฝากถึงทุกคนเลย ก่อนที่จะใช้คำพูดในโซเชียล ต้องดูก่อนว่าข้อความของคุณมีผลกระทบกับใครหรือเปล่า หรือถ้ามีหลักฐานที่จะเอาผิด ก็ไปเอาผิดคนนั้น ดีกว่ามาแจ้งในที่สาธารณะโดยไม่มีหลักฐาน เพราะถ้าเกิดมาถึงการฟ้องร้องกัน สุดท้ายแล้วพี่ก็ไม่เห็นน้องพูดเก่งเหมือนในไลฟ์ พอมาเจอกันจริงๆ ทุกคนหน้าซีดหมด เพราะฉะนั้นพี่เข้าใจ ถ้าพี่เป็นหนูพี่ก็ซีด เพราะว่าหนูพูดเรื่องไม่จริง มันไม่ควรมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ตูมเลยอยากฝากให้มีสติก่อนใช้โซเชียล”
เรียกค่าเสียหาย 1 แสนบาท ตามที่โดนกล่าวหา เป็นค่าน้ำตาให้แม่
มะตูม : “น้องเป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนกัน น้องบอกว่าพี่ฉ้อโกงไปเท่าไหร่ ตูมเรียกมากลับคืนมาเท่านั้นครับ ก็คิดว่าแฟร์ที่สุดแล้ว ก็ตกลงกับพี่ทนายแล้ว น้องเขาก็โอเค แต่ไม่ได้เอาเป็นก้อนนะครับ น้องไหวเท่าไหร่ต่อเดือนเอามา คือจริงๆ ไม่ได้อยากได้เงินน้องเอาไปใช้ด้วยนะ แต่คือแค่อยากกอบกู้ศักดิ์ศรี เป็นค่าน้ำตาแม่พี่แล้วกันเนาะ ให้รู้เลยว่าถ้าเกิดเราเสียหาย เรามีสิทธิ์ฟ้อง และเราสามารถชนะได้ วันนี้ตูมทำให้ดูแล้วครับ ว่าตูมทำได้”
จ่ายครบเมื่อไหร่ จะถอนแจ้งความให้
มะตูม : “เงินที่ได้มาก็คงเอาไปทำบุญ ไปซื้ออะไรอร่อยๆ กิน เลี้ยงข้าวพี่ทนาย แต่ก็ถือว่าโชคดีที่น้องมาตามนัด แล้วน้องก็มายืนยันว่าเจตนาไม่ได้ต้องการที่จะทำร้ายตูมขนาดนั้น เราไกล่เกลี่ยแล้วก็น่าจะจบลงด้วยดี ถ้าน้องชำระครบตามข้อกฎหมายก็คงจะมีการถอนแจ้งความครับ”
