xs
xsm
sm
md
lg

“โอริเวอร์ บีเวอร์” ขออิงเรื่องราว “สารวัตรแจ๊ะ” ตีแผ่กลุ่มคนที่ทำให้ภาพลักษณ์ตำรวจดีขึ้น หวังประชาชนรู้เท่าทันคนร้าย! (คลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“โอริเวอร์ บีเวอร์” เตรียมปล่อยซีรีส์ เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ ลงจอ นำเสนอเรื่องราว “สารวัตรแจ๊ะ” และทีมสืบนครบาล ที่กลายเป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่ สร้างภาพลักษณ์ของตำรวจให้ดีขึ้น บอกอยากนำเสนอมุมมองที่จะทำให้คนดูได้รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมคนร้าย และไม่ตกเป็นเหยื่อ



มีผลงานให้ได้เห็นกันตลอด สำหรับผู้กำกับ-นักแสดงมากความสามารถอย่าง “โอริเวอร์ บีเวอร์” ที่ล่าสุดซีรีส์ที่ได้นำเรื่องราวการสืบสวนสอบสวนของทีมสืบนครบาล (DIMB) นำโดย “พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์” หรือ “บิ๊กจ๋อ” และมือขวาคนสำคัญที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับหมวกไหมพรมและแว่นตาที่เป็นเอกลักษณ์ นั่นก็คือ “พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ” หรือ “สารวัตรแจ๊ะ” มาทำเป็นซีรีส์ 8 ตอนจบในชื่อ เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ ที่จะออนแอร์ทางช่อง 7HD ให้ได้ชมกันในวันที่ 8 มี.ค.ที่จะถึงนี้

โดย โอริเวอร์ ได้เผยว่าแรงบันดาลใจที่ทำซีรีส์เรื่องนี้ ก็เพราะต้านกระแสความฮอตของสารวัตรแจ๊ะไม่ไหว ซึ่งนอกจากจะเป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่แล้ว ยังทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจดีขึ้นอีกด้วย และที่สำคัญตนอยากนำเสนอให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ถึงเล่ห์เหลี่ยมของมิจฉาชีพทั้งหลาย เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียมากขึ้นไปอีก

“เรากำลังมีซีรีส์เรื่อง เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ ที่กำลังถ่ายทำอยู่คงจะได้ดูกันต้นเดือนมี.ค. เป็นซีรีส์ 8 อีพี ก็ได้มีปล่อยทีเซอร์ให้คุณผู้ชมได้เห็นไปบ้างแล้วนะครับ ตัวซีรีส์ก็จะเป็นเรื่องราวของสารวัตรแจ๊ะกับกลุ่มทีมงานของเขาที่เป็นที่ฮือฮาและเป็นที่สนใจของประชาชน เราก็นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นมานำเสนอในรูปแบบของซีรีส์ ซึ่งจะจบเป็นตอนๆ หรือเรียกว่าเป็นคดีๆ ไป ก็จะเป็นเรื่องราวของกลุ่มคนทำงานยุคใหม่ ที่มีวิธีคิดวิธีการวางแผนวิธีเข้าจับกุมในรูปแบบสิ่งที่เขาทำและออกมาเป็นภาพเสนอทางช่อง 7HD ครับ

ถามว่าทำไมถึงเอาเรื่องกลุ่มของสารวัตรแจ๊ะมาทำ เพราะกระแสนิยม กระแสสังคม ณ เวลานั้น ตอนนี้ผมบอกได้เลยว่าน้อยคนที่จะไม่รู้จักสารวัตรแจ๊ะ ด้วยวิธีการทำงานของเขา รูปแบบการทำงาน ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ทำให้ภาพลักษณ์ของตำรวจดีขึ้นมา วัยรุ่นชื่นชอบในอัตลักษณ์ ในท่าทาง ภาษา ผมก็เลยนำตรงนั้นมานำเสนอกับบอร์ดบริหารของช่อง 7HD และผู้ใหญ่ก็อนุมัติให้มาทำเป็นซีรีส์ มีความยาว 8 ตอน

นอกจากความบันเทิงของซีรีส์เรื่องนี้ ยังได้ในแง่มุมที่สะท้อนจากสิ่งที่ตำรวจทำ เราอาจจะเห็นในภาพข่าวว่ามีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีการหลอกลวง และซีรีส์เรื่องนี้จะเป็นตัวย้ำให้คนในสังคมได้รู้เท่าทันคนและเล่ห์เหลี่ยมของคนร้ายที่จะมาถึงตัวเอง เป็นกระจกสะท้อนอีกกระจกหนึ่งจากหน่วยงานรัฐที่จะทำให้เราตระหนัก และพึงระวังกับภัยสังคมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเราหรือไม่อาจจะเกิดขึ้นกับเรา หรืออาจจะเกิดกับคนที่เรารู้จัก หรือญาติพี่น้อง ซีรีส์เรื่องนี้ก็จะแฝงด้วยสาระและบทสรุปตรงนี้เอาไว้อย่างดีเลยครับ

ซึ่งเรามีคดีจริง แต่เราเปลี่ยนสถานที่และชื่อตัวละครทั้งหมด อย่างจริงๆ ชื่อสารวัตรแจ๊ะ แต่ในเรื่องรับบทโดยคุณเบน (สันติราษฎร์ กุลนพเกียรติ) ก็จะใช้ชื่อสารวัตรเจมส์ วิธีการและคดีเหมือนกัน แต่สถานที่ต่างกัน ชื่อของตัวละครก็จะชื่อต่างกัน แต่กรรมวิธีของคนร้ายที่กระทำในสังคมเป็นรูปแบบเดียวกัน การเข้าจับกุม แบบแผน วิธีการที่จะไปดักคนร้ายและจับมาดำเนินคดีคือรูปแบบเดียวกันครับ”

เลือกนักแสดงไม่ยาก
“ไม่ยากครับ สำหรับคุณเบน สันติราษฎร์ ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกของทางช่องได้วางมา และยังมีอีก 4 นักแสดงที่เข้ามาที่จะเข้ามาร่วมตรงนี้ และจะมีนักแสดงรับเชิญหน้าใหม่เข้ามาด้วย ตัวละครแต่ละตัวจะมีบุคลิกลักษณะที่แตกต่างกันไป ตัวซีรีส์เองไม่ได้นำเสนอเรื่องดูจริงจังจนน่าเบื่อ แต่นำเสนอความน่ารักของเขาทั้ง 4 คน เวลาเราดูสารวัตรแจ๊ะ เราจะเห็นมุมหล่อ มุมเท่ห์ มุมน่ารัก เวลาเขาเข้าจับกุมเขาจะดุดัน เพราะเขาเป็นคนถือกฎหมายอยู่ แต่กลุ่ม 4 คนนี้ก็จะมีมุมน่ารัก ความเป็นกันเอง และเวลาเข้าจับกุมก็จะดุดันและจริงจังกับคนร้ายที่เป็นภัยต่อสังคมแบบเดียวกันเลยครับ”

ขออนุญาตถูกต้อง เพื่อนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้น สะท้อนให้คนในสังคมพึงระวัง
“คือก่อนที่เราจะนำเสนอทางช่อง เราได้มีการพูดคุยกับผู้การจ๋อ และสารวัตรแจ๊ะ มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อจะนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง และเป็นเรื่องราวที่จะนำมาสะท้อนให้กับคนในสังคมได้พึงระวัง อันนี้มีการคุยและมีหนังสือที่ได้รับการตอบรับและอนุญาตให้นำทั้งชื่อของหน่วยมาทำการถ่ายทำได้ครับ

การถ่ายทำราบรื่นครับ ตัวแสดงทั้งหมดก็เข้าถึงบทบาท อาจจะยากในเรื่องของภาษากฎหมาย อาจจะยากในเรื่องของวิธีการปฏิบัติที่จะให้เป็นเหมือนตำรวจมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่เนื่องจากทุกคนทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ทั้งท่าทาง กิริยา ภาษาที่ใช้ ลักษณะคำ ในมุมที่เขาอยู่กันเองก็จะเป็นภาษาปกติที่คุยกัน แต่ในวันนึงที่เข้าจับคนร้ายหรือผู้กระทำผิด ภาษาของกฎหมายในลักษณะการอ่านหมายจับต่างๆ ก็จะให้ความสำคัญ เพราะมันเป็นภาษาทางราชการ พวกเขาก็ได้ทำการฝึกฝนและไปเรียนรู้แบบอย่างท่าทางการพูดมาเป็นอย่างดี”

ถ่ายทำได้ 80 เปอร์เซ็นต์ ออนแอร์ต้นเดือนมี.ค.นี้
เราถ่ายทำไปได้ประมาณ 80% แล้วครับ เราจะพร้อมออนแอร์ในต้นเดือนมี.ค. และทั้งเดือนเราจะได้เห็นทั้ง 8 อีพีนี้ แต่เดี๋ยวทางช่องจะเป็นคนมาบอกว่าจะออนแอร์ในช่วงไหนครับ แต่ต้องขออันนึงว่าอาจจะเห็นผมเป็นคนกำกับ ก็อย่าเพิ่งมองภาพว่าจะมีระเบิด มียิงอะไรขนาดนั้น เพราะซีรีส์เรื่องนี้เป็นซีรีส์เกี่ยวกับการสืบสวน สอบสวน จับ และนำผู้กระทำผิดเข้าไปดำเนินคดี คดีที่เกิดขึ้นในเมืองที่เป็นภัยใกล้ตัว ดังนั้นเรื่องยิง บู๊ ระเบิดมันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้น แต่ความสนุกที่จะเกิดขึ้นก็คือคนร้ายพวกนี้เรามีวิธีการยังไงที่เราจะเข้าไปจับกุม

ส่วนเราที่เป็นคนดู เราจะได้ความรู้และพึงระวังให้กับตัวเราเอง รวมถึงญาติพี่น้องที่จะต้องคอยระวังกลุ่มคน ผมยกตัวอย่างคอลเซ็นเตอร์ วันนี้กลุ่มคอลเซ็นเตอร์มีวิวัฒนาการและมีรูปแบบที่พัฒนาขึ้น พอเราจับแบบนี้ได้ เขาก็จะไปทำแบบอื่น ในเรื่องนี้ก็จะมีอยู่อีพีนึงที่เป็นเรื่องกลุ่มคอลเซ็นเตอร์เหมือนกัน ให้เราได้พึงระวัง ให้เราได้ตระหนักกับลักษณะแบบนี้ ให้เราได้ฉุกคิดและวิเคราะห์ก่อนการตัดสินใจที่จะทำให้เราต้องสูญเสียทรัพย์สินเงินทองให้กับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้”

หวังสังคมตระหนักรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมคนร้าย
“ผมคาดหวังในมุมของสังคมที่อยากจะให้ตระหนักและได้รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนร้ายที่มีการพัฒนาที่จะก่อให้เกิดความเสียหายให้กับผู้คนในสังคม อย่างน้อยๆ ก็จะเป็นกระบอกเสียงและเป็นกระจกเงาสะท้อนให้กับคนดูได้รู้ว่าวันนี้เรามีเจ้าหน้าที่ที่คอยคุ้มครองประชาชน วันนี้เรามีคนร้ายที่ค่อยๆ พัฒนาการรูปแบบของการหลอก รูปแบบของการที่จะนำพาความเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจเราก็ตามแบบนั้นเหมือนกัน อย่างน้อยๆ สาระนอกเหนือจากความบันเทิงที่เราได้เห็นก็จะเป็นสิ่งที่สะท้อนให้กับคนดูของทางช่อง 7HD ได้พึงระวัง นี่คือสิ่งที่ผมคาดหวังกับคนดูมากกว่าครับ”















กำลังโหลดความคิดเห็น