xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊ก ทองภูมิ” อภัยทานให้ “กานต์” ล้าน % ขอออกมาแต่ตัว อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“บิ๊ก ทองภูมิ” อภัยทานให้ “กานต์” ล้าน % สละทิ้งทุกอย่างขอออกมาแต่ตัว ไม่กลัวโดนฟ้อง ให้อภัยทุกคนได้ทุกวินาที ไม่กลับไปแม้อีกฝ่ายจะอาลัยอาวรณ์ ขออยู่ในพื้นที่ที่รู้สึกปลอดภัยดีกว่า ไม่ถือคนป่วย

หลังประกาศยุติการทำงานกับค่าย “Luster Entertainment” และออกมาจากบ้าน “กานต์ วิภากร ศุขพิมาย” และ “เสก โลโซ” เสกสรรค์ ศุขพิมาย แม้จะถูกกานต์ทั้งด่าทั้งอาลัยอาวรณ์ผ่านสื่อ แต่ “บิ๊ก ทองภูมิ สิริพิพัฒน์” ก็เลือกที่จะไม่ตอบโต้แม้ กานต์ จะออกมาวี้ด มาทวงเงิน หรือใดๆ ก็ตาม บิ๊กได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ โดยไม่พาดพิงพูดชื่อ หรือคำเรียกที่หมายถึงกานต์สักคำ

“จริงๆ เรื่องนี้เราไม่อยากพูดแล้ว สิ่งที่เราพิมพ์ไปมันน่าจะชัดเจนแล้ว และอีกอย่างนึง บางอย่างเราก็รู้อยู่ว่ามันไม่สามารถพูดทุกอย่างได้หมด เพราะต่อให้เราพูดความจริงไป แต่ว่ากระทบคนอื่นก็ขอไม่พูด เราเองก็รักทุกคน ทุกคนก็มีหัวใจ คือจริงอยู่ว่ายานี้เป็นยาแก้อักเสบ คิดว่าเราใช้แล้วจะหาย แต่ถ้ามันทำให้ร่างกายบางคนรับไม่ไหวเจ็บปวด แม้ว่าจะเป็นยาก็เถอะเราก็ไม่ควรแล้ว เราก็เลือกทางที่สงบร่มเย็น จริงๆ แล้วชีวิตเราค่อนข้างสมถะ สันโดษ สงบ ร่มเย็นแล้วก็เป็นคนร่าเริง

คือตอนนี้ผมสละทิ้งหมดนะ ผมไม่คิดว่าผมจะไปเอาอะไร ของพวกนี้ผมรู้สึกว่าผมหาใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน เรื่องของสินค้า คือถ้าตายมันก็ต้องทิ้งหมด ใครอยากได้อะไรเราก็ให้หมดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็ไม่รู้สึกอะไรแล้ว

ผมมีความรักและความปรารถนาดีให้กับทุกคนเสมอ ทุกอย่างมันก็เรียกว่าเราเองก็เต็มที่แล้วก็ทำให้ดีที่สุด ฉะนั้นเราก็ไม่เสียใจ แต่ว่าความรักความปรารถนาดีที่เรามีให้ทุกคนเสมอ มีความยินดีเมื่อชีวิตทุกคนดี ใครเกิดปัญหาเรายินดีให้ความช่วยเหลือในทุกๆ ด้านเพราะฉะนั้นเราก็แฮปปี้ตลอด

ในวันที่เราออกมา ไม่มีอะไรเลยครับ เดินเท้าเปล่ามาเลย มาจากป่า (แต่ว่ากีตาร์เรายังอยู่บ้านเขาเป็น10 ตัว?) รู้จริงอีก ผมไม่ได้พูดนะ ทุกวันนี้ก็เลยเดินเอาไง มานี่ก็นั่งแกร็บมา บางทีก็นั่งกระพริบตาปริบๆ คือมันไม่ได้มีแค่นั้น มันมีเยอะแยะเลย มีรถ หลายอย่าง แต่ก็เอาไปเถอะ ไม่ซีเรียสหรอก”

ไม่กลัว “กานต์” ฟ้อง ลั่นตนให้อภัยทุกคนได้ทุกวินาที
“ไม่กลัว ในเมื่อเราทำความจริง เราจะไปกลัวทำไม ผมไม่กลัวแต่ผมไม่อยากออกมาพูดอะไร พูดไปมันก็ไม่จบ แต่เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ ถ้าคนที่ทำชั่วไว้มันต้องอยู่ไม่สุขแล้ว นี่เรายังอยู่สบาย

แล้วเราก็ไม่ได้ทำอะไรด้วยก็เลยไม่รู้จะทุกข์ไปทำไม ก็เห็นอยู่นะ แต่ก็เฉย เป็นธรรมชาติของโลก มีคนด่า มีคนชม มีคนเกลียดเป็นเรื่องธรรมดา เป็นธรรมชาติ เป็นสิ่งที่เราต้องเจอ ที่สำคัญคือเรารู้ว่าในแต่ละวันเราทำอะไร ศีลเรารักษาไหม จะเรื่องเงินหรืออะไรแต่เราไม่ได้ประพฤติผิดในข้อลักทรัพย์

(แตกหักหรือแค่งอนกัน?) ไม่รู้ ตัวผมเป็นคนให้อภัยคนทุกวินาที แต่เราแค่พิจารณาด้วยปัญญาว่าเราควรจะอยู่ตรงไหน เข้าใจความหมายไหม เหมือนไฟอยู่ตรงนี้ ถามว่ามันไหม้ได้ไหมมันไหม้ได้ ถ้าไหม้เราก็แค่เดินออก ก็คือเราก็ต้องอยู่ในระยะที่เราปลอดภัยที่ไฟจะไม่ไหม้เราได้ คนเราก็ต้องเกิดการเรียนรู้ว่าต้องอยู่ในระยะไหน”

ให้อภัย ล้าน % เข้าใจกับบางโพสต์ที่ “กานต์” อาลัยอาวรณ์อยากให้ตนกลับไป ซึ่งตนขออยู่ในพื้นที่ที่รู้สึกปลอดภัยดีกว่า
ผมเข้าใจนะ คือจะหาคนสักคนนึงที่เสียสละทำงานทำการต่างๆ โดยที่ไม่ได้นึกถึงผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง เรานึกถึงเรื่องของความสงบสุข ณ ตอนนั้น ว่ามันมีปัญหาอะไร เราก็พร้อมแก้หมด เหมือนกัน เวลาเราถ่ายละคร เวลาที่เรามีเรื่องราวอะไร ทีมไฟไม่พอเราก็ไปยกได้ เพราะเราไม่ได้มียึดถืออัตตา มานะ ตัวตนอะไร

ตอนนี้ผมก็ทำงานตามปกตินะ ผมเขียนเพลงเพื่อทำงานปกติ ผมอยู่ตรงไหนก็ได้ที่ผมปลอดภัยและมีความสุขอย่างแท้จริง ซึ่งถ้าเราอยู่ที่ไหนแล้วเราไม่มีความสุขมันก็ไม่ไหว ตอนนี้ยังเข้าบ้านไม่ได้เลย กลับไปแม่xของกู.. ทำไมบ้านสะอาดจังวะ คือไม่โกรธหรอก ให้อภัย ล้าน % คือทุกอย่างที่เกิดขึ้นเราเข้าใจว่าคุณไม่สบาย แล้วเราเข้าใจว่าเหตุเป็นอย่างนี้ เข้าใจทั้งหมด ซึ่งเรารับได้ เราก็ไม่โกรธเลย พูดดีกับทุกคน

แล้วก็เข้าใจในสิ่งที่เผชิญอยู่ คนล้อมรอบตรงนั้นก็เห็นว่าเขารักเรากันหมด มีแต่คนส่งข่าวมา เขาก็รักเราหมด แล้วก็ตั้งแต่ที่เราทำงานก็มีแต่คนมาขอบคุณเราทั้งนั้น คือจริง ๆเราก็ไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านั้น มีมีปัญหาเราช่วยได้ก็ช่วย (ยังเป็นห่วงเขา?) คือถามว่าเป็นห่วงไหม จริงๆ เราเป็นคนที่เป็นห่วงทุกคน คือเราเป็นแบบนี้อยู่แล้วใครก็ตาม มันเป็นธรรมชาติของเรา”

ถามหาก “กานต์” อารมณ์เย็น จะกลับไปพูดคุยไหม? บิ๊ก ตอบว่าจุดสติสัมปชัญญะ 100% มันอยู่ตรงไหน
“แล้วก็เห็นเขาเป็นแบบนี้มา ไม่เห็นมีใครคุยกับเขาได้เลยนอกจากมีเราคนเดียว ไม่มีปรับความเข้าใจหรอก เพราะว่าเขาเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง คือมันไม่ได้อยู่ในจุดที่สติสัมปชัญญะ100% ถ้าสติสัมปชัญญะครบ 100% โอเค เข้าใจ ไม่ว่า แต่จุดสติสัมปชัญญะ 100% มันอยู่ตรงไหน เราเห็นแล้วก็… ก็ไม่เป็นไรเราก็แยกย้ายกันรักษาตัวรักษาใจของตัวเอง แต่จริงๆก็ไม่ได้มีปัญหากับเขา แล้วก็กับใครก็ตาม”

ตอนนี้ชีวิตติดลบ ออกมาเริ่มใหม่
“ติดลบ เราเป็นคนทนไม่ไหว สมมติเรามีเงิน 7,000 บาทแต่มีคนกำลังจะตาย เขามาขอ 4,000 เรายกให้เลย คือทั้งๆ ที่พรุ่งนี้เราไม่รู้ว่าจะมีอะไรหรือเปล่า บางทีเราเคยมี 70 บาท เขามาขอ 200 เราบอกเราไม่มี เราให้ไป 40 เหลือ 30 แล้วมาด่าเราว่าเราไม่ให้ ก็มี เพราะฉะนั้นจริงๆแล้วเขามาด่าเราก็เท่านั้น เพราะความจริงเรารู้ว่าเรามีเท่าไหร่เราให้เท่าไหร่แล้วเรารู้สึกว่ามันพอดี

มันก็อิ่มใจในความสุขของเรา คราวนี้อะไรต่างๆ อยู่ภายนอกของผู้อื่น ที่เราบังคับไม่ได้ มันก็เป็นปัจจัยของคนภายนอก มันอยู่นอกใจเรา เราไม่สามารถบังคับได้หรอก ว่าจะไปอยู่ตรงไหน ประกอบอาชีพอะไร ก็เคยมีเรื่องก่อนหน้านี้ เรื่องละคร คือเราก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่ถึงเวลาเราก็เป็นคนที่ขอยกมือยอม เพื่อประโยชน์สูงแก่ประชาชน หรือคนรอบตัว แก่ทุกคน ถ้าเราสละซะก็จบ เหมือนน้ำมันหก มัวแต่ด่ากันมันก็ไม่มีประโยชน์ แต่พอเราไปเช็ด มันก็มีคนด่าว่า แสดงว่ามึงเป็นคนทำหก คือเราไม่ได้ทำผมแค่รู้สึกว่าเราเช็ดแล้วทุกอย่างมันก็จะเดินต่อไปได้ แล้วก็เช็ด”

ไม่น้อยใจทำดีที่สุดแล้ว ขออภัยทานให้
“คือไม่น้อยใจเลย เพราะว่าในคุณความดีที่เราต้องทำ เราก็ต้องทำอยู่แล้ว แต่ผลจะเป็นยังไงก็เรื่องของผล แต่ในเรื่องของเหตุเราสร้างไว้แล้วเราดูแลรักษา เราหน้าที่ประพฤติธรรมของเราอยู่แล้ว ในการดูแลผู้อื่น มันไม่เป็นปัญหาเลย

แล้วทราบไหม เหตุผลอะไรที่เขาไม่ให้ของเราคืนคือไม่รู้ ซึ่งมันเป็นของเราจริงๆ คือมันเป็นทรัพย์สินที่เราเป็นคนซื้อ (เพื่อใช้ในการไปแสดง?) ใช่ รถของเราที่เราเป็นคนซื้อ ทีมเขาก็บอกว่า ไม่ได้รับอนุญาต คือจริงๆ แล้วมันมีหลายคนที่ต้องการจะจัดการอะไรให้เรา ซึ่งเราบอกว่าเราไม่เอา เหตุผลเพราะว่าต่อให้ถูกต้อง แต่เบียดเบียนคนอื่น เราไม่เอา แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ถ้ามันไปเกิดเป็นความทุกข์ของคนอื่นเราไม่ทำ คือมีคนบอกให้เราไปถึงแจ้งความ เราไม่แจ้ง สาบาน คือตำรวจพร้อมมากเลย เราก็บอกไม่ เราขออภัยทาน คือคนเราทุกคนหรือพวกเราเอง มีความเจ็บปวดทุกคนนะ ถ้าสิ่งที่เราทำสามารถทำให้จิตใจสงบร่มเย็นได้เรายินดี แม้ว่าต้องเสียอะไรของตัวเอง ซึ่งมีหน้าที่สละละตัวตนหรือความเห็นแก่ตัวอยู่แล้วนี่ ถ้าไม่คืนเราก็เอาไปเหอะไม่เป็นไร

เอาจริงๆ โดยเนื้อใจของเรา เราเป็นคนที่ทำงานหรือทำอะไรก็แล้วแต่ เราก็สละเพื่อผลประโยชน์ของคนรอบข้างเสมอ ไม่ได้คิดถึงปริมาณหรือจำนวนเงิน หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ สิ่งหนึ่งที่เราทำงานเราก็ยังทำเพื่อผู้อื่นเสมอ ที่เหลือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราก็ยังคงเดินหน้าเดินต่อไป”











กำลังโหลดความคิดเห็น