xs
xsm
sm
md
lg

“จ๋า ยศสินี” ปรับละครให้ทันยุค พร้อมรุกแพทฟอร์มออนไลน์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“จ๋า ยศสินี” ไม่คิดว่าตอนนี้เป็นวิกฤติของละครไทย เชื่อวันนึงยังสามารถกลับมาบูมได้เหมือนเดิม โชคดีตนปรับตัวมาระยะนึงแล้ว และเป็นค่ายอิสระ แค่มีสัญญาใจกับช่อง 3 และช่องเองก็เปิดกว้างสามารถให้ไปร่วมงานกับที่อื่นได้อยู่แล้ว

ตั้งแต่เกิดปรากฎการณ์วิกฤติละครขึ้น ทำให้ทั้งนักแสดงและผู้จัดหลายคนออกมาเปิดใจว่าการทำงานยากขึ้น บางคนไม่มีงานทำเลยเป็นปีๆ ตั้งแต่ช่วงโควิดที่ผ่านมา แถมไม่นานมานี้ทางช่อง 3 นอกจากจะมีการปรับลดพนักงานแล้ว เหล่าผู้จัดลูกหม้อก็พากันยกโขยงไปร่วมงานกับช่องอื่นไม่น้อย ซึ่งทาง “จ๋า ยศสินี ณ นคร” ในฐานะผู้จัดค่ายเมคเกอร์วายที่อยู่กับช่อง3 มานานตั้งแต่รุ่นคุณแม่อย่าง “จิ๋ม มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช” ก็เผยถึงเรื่องนี้ว่าตนไม่คิดว่าเป็นวิกฤติของละครไทย เพราะเป็นกันทั้งโลกเลยตอนนี้

“จริงๆ จ๋าว่าวิกฤติละครเนี่ยมันไม่ใช่แค่ละครไทยหรอก มันเป็นทั้งโลกเลย ที่เกาหลีเองตอนนี้เขาก็มีการลดการผลิตลงหลายๆ อย่าง จ๋าว่ามันเหมือนเป็นเวฟ จะมีช่วงนึงที่หนังหรือเพลงเขาจะซาๆ แล้วละครก็ขึ้น มันก็อาจจะมีขึ้นมีลง อย่างตอนนี้เราก็เห็นว่าหนังไทยค่อนข้างคึกคัก เราก็ดีใจกับเขานะ และเราก็รู้สึกว่าเป็นช่วงที่ละครต้องปรับตัวค่ะ เป็นจังหวะที่คนทำละครต้องปรับตัว ต้องฟังคนดูให้เยอะ มันก็จะสกรีนอะไรหลายๆ อย่าง ก็คิดว่างานที่จะออกมาแต่ละชิ้นต้องผ่านการกลั่นกรองที่ดี"

"อย่าไปมองว่ามันเป็นวิกฤติเลย มองว่ามันเป็นโอกาสที่เราจะได้ทำความเข้าใจกับมันนิดนึง พอถึงเวลาเดี๋ยวมันก็ต้องมีวันที่ละครกลับมาบูมอีกครั้งแน่นอน ตอนนี้ก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป สำหรับจ๋าเองก็โดนมาช่วงนึงตอนที่โควิด เราก็หยุดไป 2 ปี พอมาตอนนี้ก็ใช้วิธีเรียกทีมงานเข้ามานั่งคุยกัน ทำความเข้าใจ และพัฒนางานในส่วนของทีมโปรดักชั่นให้ได้เยอะที่สุด ในฐานะคนทำงานเราก็ต้องหาทางไปให้ได้”

บอกมีการปรับเปลี่ยนการทำงานกันมาได้สักระยะแล้ว
“กระทบแน่นอน กระทบทุกคน จ๋าเชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่ได้ผลกระทบครั้งนี้ แต่ก็ต้องรับมือกับมันด้วยความใจเย็นนิดนึงค่ะ ซึ่งของจ๋าก็เริ่มปรับมาตั้งแต่ช่วงโควิดแล้ว โชคดีตอนนั้นที่เราได้หยุดไป ก็ได้มาคุยกับทีมงาน ทำความเข้าใจว่าต่อไปงานมันจะออกมาในแนวไหน เราก็เริ่มค่อยๆ ปรับงานเรามาตั้งแต่เรื่องเขาวานให้หนูเป็นสายลับ จนมาถึงมาตาลดา เราต้องดูว่าโลกตอนนี้ ตลาดตอนนี้ คนดูตอนนี้เขาอยากดูอะไร ก็อาจจะได้มีการเตรียมตัวเตรียมใจมาประมาณนึงแล้วค่ะ แต่ก็ถือว่ายังได้รับความเมตตาจากช่องอยู่ เพียงแต่มันอาจจะต้องโดนเลื่อนออกไปนิดนึง ช้าลงนิดนึง อาจจะไม่ปรู๊ดปร๊าดอย่างเมื่อก่อน"

"แต่จริงๆ ของจ๋าทำน้อยอยู่แล้วนะคะ จ๋าเป็นผู้จัดที่คุณภาพต่ำ เพราะจ๋าทำงานช้า (หัวเราะ) จริงๆ ก็ไม่ได้ทำงานน้อยลงเลยค่ะ เพราะโดยสปีดค่อนข้างช้าอยู่แล้ว เพราะจ๋าสกรีนทุกอย่างเอง ก็เลยจะใช้เวลาค่อนข้างมาก เมื่อก่อนแทบจะ 2 ปีเรื่องเลยแหละ ล่าสุดมาตาลดาเพิ่งจบ ดุจอัปสรเพิ่งจบ ก็มีประมาณนี้แหละค่ะ แต่เมื่อก่อนเราทำงานยาวได้ไง แต่ตอนนี้ระยะเวลามันอาจจะยาวนานเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว”

ยังคงทำละครตามลายเซ็นเดิมของค่ายต่อไป
“ทางช่องก็ยังไม่ได้มีมาตการลงมานะคะ จ๋าพูดถึงทางของจ๋านะคะ เพราะว่าเราคงไปพูดแทนค่ายอื่นไม่ได้ แต่สำหรับของจ๋าก็ยังเป็นละครที่เห็นทางและพูดคุยกับช่องและเห็นตรงกัน ก็ยังคงเป็นละครที่เป็นลายเซ็นเมคเกอร์วายอยู่ค่ะ ก็จะเป็นละครแนวฟีลกู๊ด เป็นดรามา มีคอมเมดี้ดรามาที่ดูได้สบายใจค่ะ คือสำหรับผู้จัดของช่องเนี่ย จ๋าเชื่อว่าทุกคนปรับกันมาตลอดนะ เราจะเห็นการล้มลุกคลุกคลานที่ผ่านมาทั้งหมดเป็นเรื่องของการต้องปรับตัว และทุกคนก็ลองผิดลองถูก"

"จ๋าให้เครดิตคนทำงานไม่ใช่แค่ช่อง 3 นะคะ เพราะช่วงที่ผ่านมามันโดนเวฟ โดนหลายอย่างมาก เพราะฉะนั้นทุกคนลองผิดลองถูก ยอมที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองไม่คุ้นเคยอะไรก็แล้วแต่ และรับผลกระทบที่ตามมา ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี แต่ทุกอย่างมันคือการเก็บข้อมูล มันเหมือนเราต้องหาข้อมูลใหม่ เราต้องเริ่มที่ฐานข้อมูลใหม่ จ๋าเชื่อว่าทุกคนกำลังตั้งสติและทำทุกอย่างออกมาให้เต็มความสามารถค่ะ”

เผยช่อง 3 เปิดโอกาสให้ไปทำงานที่อื่นได้
“การผลิตมันน้อยลงค่ะ จ๋าเองก็เพิ่งไปงานสัมมนาที่เกาหลี คนเกาหลีเองก็บอกว่าละครเสาร์-อาทิตย์ตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว การผลิตก็น้อยลง เราก็ต้องหันไปทาง OTT (Over-The-Top การรับชมภาพยนตร์ โทรทัศน์ วิดีโอผ่านทางอินเตอร์เน็ต) มากขึ้นมั้ย แพลตฟอร์มอื่นๆ มากขึ้นมั้ย เขาก็บอกว่าทางที่ดีที่สุดคือเรามองทุกอย่างให้เป็นโอกาส จ๋าเชื่อว่ามันอาจจะมีการช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น บางคนอาจจะตกใจ บางคนอาจจะคอมเพลน บางคนอาจจะกำลังหาทางไป แต่จ๋าเชื่อว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างมันจะเข้ารูปเข้ารอย เพียงแต่อาจต้องใช้เวลา"

"จ๋าเองก็เปิดกว้างให้กับแพลตฟอร์มอื่นๆ นะคะ เพราะเราก็เป็นผู้จัดอิสระแหละ แต่เราแค่มีสัญญาใจกับทางช่อง 3 มาตั้งแต่รุ่นคุณแม่ แต่คิดว่าทางช่องเอง ณ วันนี้ด้วยกำลังการผลิตอะไรหลายๆ อย่าง ช่องก็ใจกว้างกับคนทำงานนะ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มไหน OTT อะไร เพราะฉะนั้นงานในเมืองไทยหรือเมืองนอกถ้ามันมีโอกาสเข้ามา จ๋าถือว่ามันเป็นโอกาสของการเติบโตมากกว่า หมายถึงถ้าสมมติจ๋าได้ทำงานกับที่อื่นแล้วเราเติบโตขึ้น แล้วกลับมาทำงานให้ช่อง มันก็เป็นประโยชน์ของช่องอยู่ดี เพราะเขาก็จะได้ผู้จัดที่มีศักยภาพที่ดีขึ้น”













กำลังโหลดความคิดเห็น