“กัน นภัทร” เผยไม่กล้ามีความรัก กลัวการมีแฟนจนเป็นแพนิค ปัดโดนสาปให้โสด แต่เชื่ออาจจะเป็นเพราะกรรมเก่า เลยทำให้ต้องอยู่คนเดียว พร้อมทำตามคำแนะนำหมอดู อีก 3 ปีค่อยมีแฟน
หลายคนตั้งคำถาม ว่าเมื่อไร? “กัน นภัทร“ จะมีแฟน เพราะที่ผ่านมามักถูกจับตามองในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก แต่ล่าสุดเจ้าตัวเปิดเผยว่าตอนนี้โสด 100% ไร้คนศึกษาดูใจ พร้อมยังบอกว่ากลัวการมีความรักถึงขั้นเป็นแพนิคเลยทีเดียว
“ตอนนี้ไม่มีครับ คือถ้าผมโฟกัสการมีความรัก เรื่องการลงทุนต้นไม้ หรือว่าจักรยาน เราก็จะไม่ทุ่มเทแบบนี้นะ เพราะไม่งั้นเราจะไปโฟกัสเรื่องความรักเป็นหลัก ก็จะไปดูแลแบบเกินร้อย ถ้าเรามีแฟน เราจะเก็บเงินเอาไว้ลงทุนอีกแบบนึง ถ้าเราซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ เราจะไม่มาซื้อเงินจุกจิกอะไรแบบนี้ แต่วันนี้มันยังไม่มีวี่แวว ว่าจะมีสิ่งนั้น ก็เลยปล่อยจอย ปล่อยสบาย คือเมื่อก่อนวางแผนว่าจะซื้อบ้านอีกหลังนึงที่กรุงเทพฯ ให้เป็นเรือนหอ ในอนาคตถ้าเราจะมีคนรัก ก็จะได้ซื้ออันนี้ไว้ก่อนดีไหม เพราะว่ามันเป็นราคาที่เพิ่งสร้างขึ้นมา ก็จะได้ราคาที่ไม่แพงมากนัก แต่พอมาคิดดูว่าเปลืองและเหนื่อยด้วย จะซื้อเงินก่อนใหญ่ไปอีกด้วย เลยขอพักไว้ก่อนดีกว่า ก็เลยยังไม่ได้ซื้อเรือนหอ”
“แต่ผมไม่ได้คิดว่ามันเป็นคำสาปอะไรนะ ถ้าตอนนี้เรายังไม่มีความรัก ไม่เคยคิดว่าเป็นคำสาป คิดว่าเป็นเวรกรรม (หัวเราะ) อาจจะเป็นเวรกรรมจากชาติที่แล้ว อีกอย่างเราเป็นคนเชื่อเรื่องดวง หมอดูบอกว่าในช่วงนี้ยังไม่มี แต่ถ้าอะไรที่ดีกับเรา เราก็จะเอาความเชื่อนั้นมาโฟกัสกับเรา แต่ไม่บอกนะว่าหมอดูว่าอะไร”
“อาภัพในช่วงนี้จ๊ะ แต่ไม่บอกว่าหมอดูบอกว่าจะเจอเมื่อไร ไม่บอก เราถึงได้ทำอย่างอื่นอย่างมีความสุขในช่วงนี้ไง แต่ตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลาของเรา คำคมมาก(หัวเราะ) อะไรที่มันคือช่วงเวลาขอวเรา มันก็คือของเรา แต่ไม่บอกนะว่าเมื่อไร เดี๋ยวดวงเคลื่อน”
“เขาบอกว่าช่วงนี้ให้ทำงานก่อน อายุ 35-36 ค่อยว่ากันใหม่ ตอนนี้เพิ่ง 33 เราก็รอได้ อีกอย่างเราก็เป็นแพนิกเรื่องความรักไปเลย ไม่จีบ ไม่กล้าเริ่มต้นกับใคร กลัวเป็นข่าว กลัวเรื่องความรักไปเลย ตอนนี้เราก็ได้เรียนรู้ว่า การไม่มีความรักบ้าง มันก็มีความสุขอีกแบบนึง การรอคอยบ้าง มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ความรัก มันก็ไม่ได้หายไปไหน มันก็ยังมีความหวัง มันมีความสุขที่ได้หวังอยู่”
“แพนิคไม่กล้าจีบ เจอที่กอง หรือเจอคนที่เราชอบตามงานต่างๆ เราก็ไม่กล้าจีบ และการเป็นข่าวจนถูกจับจ้อง จนบางทีความรักของเราหมดอายุเร็วขึ้น ถ้าเป็นในยุคก่อน เรายังมีความแพรวพราว สมัยก่อนแค่มองหน้า เราก็ลุยเลย แต่ในสมัยนี้ ไม่รู้จะทำไง ประมาณว่าถ้าใช้คำในยุคก่อนมาจีบคนในยุคนี้ มันคงเชย แต่ถ้ามันมาถึง 35-36 ก็คงต้องรอให้ถึงวันนั้น เพราะเราเองก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง จะมาก็มา ถ้าไม่มา ก็เชื่อหมอดูฟรี แต่ระหว่างนี้เราก็ไม่ได้ปิดนะ แต่ว่าละเอียดละออ ระมัดระวังมากขึ้น”


