“ไอซ์ ปรีชญา” ลั่น! ไอซ์คนเก่าได้ตายไปแล้ว ตอนนี้เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคือตัวเอง ใจฟูเพราะโซเชียลซัปพอร์ต รักษาโรคมานาน 8 ปี เพิ่งเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ต้องหายจากโรคนี้ ก้อนความทุกข์ที่แบกหลายสิบปี ไม่มีอีกแล้ว ไม่ขอตอบเรื่องครอบครัว
หลังจากที่ออกมาโพสต์ข้อความตัดพ้อชีวิต พ่อแม่ขอแต่เงิน มีแฟนเหมือนไม่มี บอกว่าไม่อยากอยู่บนโลกทุกคนก็เฉยเมย จนทำให้แฟนๆ พากันตกใจและห่วงว่า “ไอซ์ ปรีชญา พงษ์ธนานิกร” จะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ล่าสุดวันนี้ได้เจอตัวสาวไอซ์ ที่มาร่วมสัมผัสนวัตกรรมสุดล้ำ ณ โรงภาพยนตร์ LG Miraclass LED Cinema เมกา ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเมกาบางนา ซึ่งเป็นอีเวนต์แรก หลังจากที่ต้องเข้าไปรักษาตัวที่รพ. เจ้าตัวก็เผยว่าสุขภาพกายและจิตดีขึ้นแล้ว เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่ไม่ขอตอบเรื่องครอบครัว
“ตอนนี้สุขภาพดีขึ้นแล้วค่ะ สภาพจิตใจก็ดีขึ้นค่ะ ดีขึ้นเป็นระยะ ดีขึ้นเพราะโซเชียลซัปพอร์ตค่ะ เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกๆ คนที่เข้าใจและรู้สึกว่าเราไม่โดดเดี่ยว รู้สึกว่ายังมีคนที่เข้าใจเรานะ ก็รู้สึกดีค่ะ ข้อความที่อ่านแล้วใจฟู มีเยอะไปหมดเลย รู้สึกว่าอยากจะตอบทุกๆ คอมเมนต์ด้วย เพราะว่าน่ารักมากๆ เลยที่ให้กำลังใจไอซ์ และเข้าใจไอซ์ ไอซ์รู้สึกว่าไอซ์ไม่ได้คาดหวังตรงนี้เลย แต่คอมเมนต์แต่ละคอมเมนต์ทำให้ไอซ์รู้สึกใจฟู ทำให้ไอซ์รู้สึกมีกำลังใจที่จะเดินต่อไป ที่จะทำงานต่อ
โซเชียลบำบัดก็คือคนที่เป็นคนข้างนอก ไม่ใช่คนในครอบครัว แต่เขาเข้าใจเรา และเขาให้กำลังใจเรา เราก็เลยรู้สึกว่าเราได้พลังบวกจากตรงนี้ ได้พลังใจจากตรงนี้ค่ะ ซึ่งไอซ์ไม่คาดคิดอะไรเลยว่าจะมีฟีดแบ็กที่ดีอย่างนี้เพราะไอซ์รู้สึกว่าเราเป็นแบบนี้นะ เขาจะเข้าใจเราหรือเปล่า ไม่ได้คาดหวัง แต่พอฟีดแบ็กออกมาคนเข้าใจและให้กำลังใจเยอะมาก ขอบคุณมากๆ ค่ะที่เข้าใจและคอมเมนต์ดีๆ มาให้ไอซ์ ยังตอบไม่หมดเลย แต่ขอบคุณจริงๆ ค่ะ”
รู้สึกขอบคุณ งานติดต่อเข้ามาเยอะมาก
“มีติดต่อเข้ามาเยอะมาก ขอบคุณทุกคนเลย คือไอซ์ก็ไม่ได้คาดหวังอีก หลังจากที่บอกว่าพร้อมกลับมารับงานแล้ว ก็มีติดต่อมาเยอะเหมือนกันค่ะ ยังรับได้อยู่ค่ะ ตอนนี้ไอซ์รู้สึกว่าโล่งขึ้นในหลายๆ อย่าง ในเรื่องพาร์ตส่วนตัวของไอซ์เอง และมีกำลังใจมากขึ้น ไอซ์คิดว่าจิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว คิดว่าสภาพจิตใจเราสำคัญที่สุด บางคนอาจจะมองข้ามตรงนี้ไป พอไอซ์ได้กำลังใจหรือได้โซเชียลซัปพอร์ตอย่างที่บอก ก็ทำให้ไอซ์เริ่มรู้สึกมีกำลังมากขึ้น ทั้งทางด้านจิตใจและร่างกาย”
ยังต้องพบแพทย์เพื่อรักษา เพิ่งเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ไม่นานมานี้
“ก็มีการพบคุณหมออยู่เรื่อยๆ ค่ะ เพื่อที่จะคุยกันถึงปัญหาต่างๆ ก็ยังต้องมีใช้ยาปกติค่ะ เพราะไอซ์รักษามา 8 ปีแล้ว คือไอซ์เพิ่งเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เมื่อไม่นานมานี้ และรู้สึกว่าเรามาถูกทางแล้ว มาในที่ที่จะช่วยเราได้จริงๆ และทำให้ทัศนคติหรืออะไรข้างในของเราที่เรายังแบกรับ หรือเรายังคิดไปไม่ถูกทางหรือไม่มีทางออก ไม่มีทางแก้ เราเริ่มมีทางแก้ เหมือนมีแสง เริ่มมีหนทางที่จะต่อสู้ต่อไป”
เผยต้องหายจากโรคนี้ ปลดพันธนาการแล้ว
“มันคือฉันจะหายจากจากโรคนี้ให้ได้ รักษามา 8 ปีแล้ว และไอซ์ก็รู้สึกว่าทำไมยังไม่หาย เกิดอะไรขึ้นกับตัวเรา ทำไมเราแปลก ทำไมเราเป็นแบบนี้ ซึ่งเราเจอต้นตอของปัญหาแล้ว เราแก้ไขแล้ว ตอนนี้เราได้ปลดพันธนาการ ก็เลยมีแสงแล้ว เห็นทางว่าจะรักษายังไงต่อไปให้หาย หมอก็บอกว่าดีขึ้นแน่นอน มีการพูดคุยเรื่องการรักษากันทุกอาทิตย์ คุณหมอจะคอยบอกว่าเราดีขึ้นไหม ยังไงในแต่ละวัน เพื่อที่จะดูความคิดว่าเรามองไปทางไหน ยังไงต่อ ตอนนี้รู้สึกสนุกมากขึ้น แล้วก็รู้สึกว่าได้กลับมาใช้ชีวิตของตัวเองแบบจริงๆ แล้ว ยิ้มออกมาจากข้างในจริงๆ ไม่ได้มีก้อนความทุกข์ที่แบกมาหลายสิบปีแล้ว”
ขอไม่ตอบเรื่องครอบครัว ขอให้ผ่านไป
“อันนี้ขออนุญาตไม่ตอบได้ไหมคะ เพราะมันเป็นเรื่องเซนซิทีฟมาก คุณหมอไม่อยากกวนน้ำให้มันขุ่นขึ้นมา มันจะกระทบสภาพจิตใจเราในเรื่องที่เราโดนกระทำหลายๆ อย่างที่ผ่านมามันผ่านไปแล้ว คุณหมอก็แนะนำว่าไม่เป็นไร เริ่มต้นใหม่ หาทางแก้ไขใหม่ดีกว่า”
เลิกแฟนแล้ว แต่ยังมีกำลังใจให้กัน
“ใช่ค่ะ ยุติแล้วจริงๆ ก็เป็นเพื่อนกัน ยังเป็นพลังใจให้กัน ก็ยังคงให้กำลังใจทุกครั้งและคอยถามตลอดว่าเป็นยังไงบ้าง เพราะเขาค่อนข้างที่จะรับรู้ปัญหาของเราและเห็นว่าไอซ์เป็นยังไงมา แล้วพอที่จะเข้าใจเรา พอเขารู้ก็ให้คำปรึกษา ให้กำลังใจ แต่ในฐานะเพื่อน
ส่วนเพื่อนๆ น่ารักมากทุกคนเลย ไม่ว่าจะเป็นพี่ๆ ในวงการ หรือเพื่อนนักแสดงให้กำลังใจ ดีเอ็มและโทร.มา ไอซ์รู้สึกว่าความรักจากคนที่ไม่ใช่คนในครอบครัว แต่ว่าเขารักเรา เห็นใจ รักเรานะ บางทีเราอาจจะไม่ได้รับตรงนั้นจากครอบครัวเลย แต่ว่าเราได้มีกำลังจากตรงอื่น มีความสุขได้จากตรงอื่น”
อยากเล่นละคร คนเก่าตายไปแล้ว
“ก็ยังอยากทำอยู่นะคะ ถ้ามีคนจ้างก็เล่น ก็รับหมดค่ะ พร้อมร่วมงานเต็มที่ ตอนนี้สภาพจิตใจ สภาพร่างกายก็ดีขึ้นเยอะมากๆ แล้วค่ะ ไอซ์คนเก่าได้ตายไปแล้ว ไอซ์คนใหม่ได้เพิ่งเกิดมา ผ่านมาได้เหมือนเราตายไปแล้วและได้เกิดใหม่ขึ้นมาอีกรอบนึง มันเป็นความรู้สึกเหมือนเราจมน้ำอยู่แล้วมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเรา”
สิ่งยึดเหนี่ยมสำคัญคือตัวเอง
“ตัวเองค่ะสำคัญที่สุด เพราะไม่ว่าใครรอบข้างใครก็ตามจะช่วยเรา หรือว่าคุณหมอจะช่วยเรา เราทานยา มันเป็นปลายทาง มันเป็นแค่ส่วนวงนอก แต่ส่วนสำคัญที่สุดเลยคือตัวเอง กำลังใจจากตัวเองที่พร้อมจะก้าวไป ที่จะสู้กับปัญหาตรงนี้ กับโรคตรงนี้ เราต้องแข็งแกร่งด้วยตัวของเราเองได้ เราจะไม่ยึดความรักของคนที่เราควบคุมไม่ได้ ยึดตัวเองเป็นหลักก่อน เห็นไอซ์ยิ้มได้แบบตอนนี้แสดงว่าก็อยากให้กำลังใจทุกคนค่ะ ไอซ์เชื่อว่าทุกคนมีปัญหาหมด แต่ละปัญหาไม่เหมือนกัน แต่เชื่อเถอะว่าในที่สุดแล้วจะมีทางแก้ไข บางทีการแก้ไขอาจจะไม่ถูกใจทุกคน แต่ไอซ์เชื่อว่าทุกบ้านสามารถแก้ไขและเปลี่ยนแปลงได้ แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับที่ตัวเราเองด้วย อยากขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจและเข้าใจไอซ์ ส่งความรัก ความช่วยเหลือมาเยอะมาก ไอซ์ดีใจและขอบคุณจากใจค่ะ”


