xs
xsm
sm
md
lg

เผยเหตุ “เจเคเอ็น” โดนฟ้อง! ปมเรื่องเหรียญคริปโตนางงาม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สืบเนื่องจากทางเพจหลักของเวทีมิสยูนิเวิร์สอย่าง Hello Universe รวมถึงเพจต่างๆ ของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ของนักธุรกิจสาวข้ามเพศหมื่นล้าน “แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” ได้มีการโพสต์ข้อความว่า

“จากข่าวเรื่องการเปิดตัว เหรียญดิจิทัล มิสยูนิเวิร์สคอยน์ ในงาน Philippine Blockchain Week ทางบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และองค์กรมิสยูนิเวิร์ส ขอเรียนชี้แจงว่า ทางบริษัทและทางองค์กร ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหรียญดิจิทัลนี้ และจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดแก่ผู้แอบอ้าง

ณ ปัจจุบัน ทางบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และองค์กรมิสยูนิเวิร์ส ยังไม่ได้มีการออกเหรียญคริปโต หรือ บล็อกเชน ใดๆ และเหรียญดิจิทัลเหล่านี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการโหวต หรือการคัดเลือกในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส และมิสยูนิเวิร์สฟิลิปปินส์ แต่อย่างใด

ถึงแฟนนางงามทุกท่าน โปรดระวังและอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่จะหลอกลงทุนในเหรียญคริปโต”

ล่าสุดวันนี้ (25 ก.ย.) เวลา 10.00 น. ทางตัวแทนของบริษัท Tcg Group ได้แก่ นายจักรพันธ์ พวงแก้ว, ทนายมงคล ศรีวิราช และ ทนายขจรยศ จะริยะมา ได้เดินทางมาที่ศาลอาญา ถนนรัชดา เข้ายื่นฟ้องบริษัท JKN Global (มหาชน) และ แอน จักรพงษ์ ในข้อหาหมิ่นประมาท มาตรา 326 และมาตรา 327 รวมถึงพรบ.คอมพิวเตอร์ เรียกร้องค่าเสียหายมูลค่า 1,000 ล้านบาท โดยนำภาพจากเพจต่างๆ ของทางเจเคเอ็นที่โพสต์ดังกล่าวมาเป็นหลักฐาน

โดยทางตัวแทนบริษัท Tcg Group ได้เปิดเผยว่า มีการเซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนในการร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กัน ตั้งแต่เดือนมิ.ย.66 จนเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมาทางฝั่งเจเคเอ็นมีการโพสต์ดังกล่าวขึ้น ด้วยการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงว่าไม่รับรู้เกี่ยวกับเรื่องเหรียญตัวนี้ เป็นเหรียญสแกน และให้ระวังเรื่องการฉ้อโกง ซึ่งตนมีหลักฐานทั้งหมดว่าไม่มีเรื่องการสแกมและไม่เคยระดมทุนกับใคร จึงตัดสินใจมาฟ้องในครั้งนี้ เพราะทำให้บริษัทเสื่อมเสีย และจะมีผลกระทบต่อโปรเจกต์ต่อๆ ไปที่กำลังจะเกิดด้วย

พร้อมเผยอีกว่าโปรเจกต์นี้เป็นการร่วมมือกัน โดยการที่บริษัทของตนต้องการใช้แบรนด์มิสยูนิเวิร์สในการช่วยโปรโมตเหรียญ และมีการเซ็นเอกสารร่วมกัน ซึ่งไม่มีเรื่องของตัวเงินเข้ามาเกี่ยว แต่ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่รับผิดชอบและแบ่งส่วนแบ่งกันจากตัวโปรเจกต์ไป พร้อมบอกอีกว่าไม่เคยได้รับการติดต่อมาก่อนหน้าที่จะมีการโพสต์นี้แต่อย่างใด และไม่ได้มีปัญหาอะไรกันก่อนหน้านี้ ซึ่งบริษัทตนมั่นใจว่าอีกฝ่ายเข้าใจในกระบวนการทำงานของบริษัทตนดี เพราะในเอกสารก็มีระบุไว้ชัดเจน แต่พอมีการโพสต์แบบนี้จึงคิดว่าอาจจะไม่เข้าใจ หรืออาจจะไขว้เขวจากข่าวสารด้านอื่น แต่ทางบริษัทต้องทำการยื่นฟ้องเพื่อปกป้องชื่อเสียงของบริษัท และตอนนี้ศาลประทับรับฟ้อง และนัดไต่สวนมูลฟ้องเดือนธ.ค.ที่จะถึงนี้