“อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ - แดง ธัญญา” นำทีมลูกศิษย์เผยอาการ “หม่อมน้อย” มีแต่ทรุด กราบลา-สั่งเสียกันตลอด เฮือกสุดท้ายรอหนัง “มายาพิศวง” เข้าฉาย 15 ก.ย. ก่อนปลดล็อกทุกอย่าง จากไปอย่างสบายและสงบ ลั่นคำสอนจะอยู่เป็นอมตะ เป็นครูไปตลอดชีวิตของลูกศิษย์
เรียกว่าเป็นลูกศิษย์ที่ “หม่อมน้อย ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล” ภูมิใจ เพราะได้ดิบได้ดีกันทุกคน โดยในงานรดน้ำศพ และสวดอภิธรรมวันนี้ (17 ก.ย.) อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ - แดง ธัญญา วชิรบรรจง, นก สินจัย เปล่งพานิช, ก้อง ปิยะ, ชุดาภา จันทเขตต์ ได้เปิดใจถึงวาระสุดท้ายของชีวิตหม่อมน้อย เผยเฮือกสุดท้ายรอหนัง “มายาพิศวง” เข้าฉายวันแรก
อ๊อฟ : “ตอนที่อาจารย์ไม่สบายพวกเราไปเยี่ยมกันบ่อย ในใจพวกเราทุกคนกราบลาท่านกันไปเรียบร้อยแล้ว เพราะอาการท่านนับวันก็มีแต่ทรุด มันเป็นสัจธรรมนะ เราต้องยอมรับ ก็กราบลากันมาตลอด เรื่องสั่งเสีย ท่านก็สั่งตลอดนะ ตั้งแต่เจอท่านมา ท่านสั่งตลอด สอนตลอด สอนให้พวกเราทำในสิ่งที่เรียกว่า ให้พวกเราทำดีๆ กับวงการนะ อย่ามักง่าย นี่คือสิ่งที่อาจารย์รักและห่วงใยพวกเราตลอด”
อยู่สวดมนต์ส่งอาจารย์จนนาทีสุดท้าย
อ๊อฟ : “อยู่กันหลายคนนะ ตามความเชื่อของพุทธศาสนา คือในวาระสุดท้ายที่จิตสุดท้ายจะออกจากร่าง เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด พวกเราทุกคนช่วยกันสวดมนต์ส่งอาจารย์ ได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว คิดว่าสว่างกับหนทางที่ไป และใสสะอาด สวยงามครับ”
เป็นครูไปตลอดชีวิตของลูกศิษย์ทุกคน
นก : “แกเป็นครูไปตลอดชีวิตของพวกเราแหละ ไม่ใช่ตลอดชีวิตท่าน เป็นครูตลอดชีวิตของทุกคนที่ได้เรียน”
อ๊อฟ : “วันนี้ท่านไปแล้ว คำสอนท่านยังอยู่นะ และต้องปฏิบัติตลอด อย่ามักง่ายนะ วันไหนที่คุณมักง่าย ถึงแม้ว่าอาจารย์จะจากเราไป 10-20 ปี พวกเราทุกคนก็ต้องไม่มักง่ายไปตลอดตามคำสอนของอาจารย์”
ชุ : “ต้องทำให้ดีที่สุด นอกจากคำสอนแล้ว แกจะเป็นตัวอย่างการทำงาน หม่อมเป็นคนทุ่มเทให้กับการทำงาน แกมีพลังในการทำงานอย่างสูงมากๆ ซึ่งการกระทำของหม่อมเป็นคำสอนด้วย นอกจากคำพูดที่หม่อมพยายามสอนทุกอย่างแล้ว”
“นก สินจัย” เผยในฐานะนางเอกคนแรก ถูกบ่มเพาะจนมีวันนี้
นก : “ตอนนั้นเราไม่ได้กังวลอะไร เราใหม่ หม่อมเองก็ทำหนังเรื่องแรก ต่างคนต่างใหม่ มันก็สนุกที่จะทำอะไรร่วมกัน สนุกที่จะเผชิญกับปัญหา นกว่ามันคือประสบการณ์ที่ดีมากๆ จนถึงวันนี้ หม่อมได้ทิ้งทุกอย่างไว้ให้กับวงการ ทิ้งลูกศิษย์ทุกคน ทิ้งคำสอนทุกอย่างไว้ เรามีหน้าที่ทำตามเลือกทำต่อ คือความซื่อสัตย์ของเรานี่แหละที่จะตอบแทนท่านว่าคุณจะรักษาสิ่งดีๆ ที่หม่อมสอนไว้ยังไงต่อไป หม่อมเห็นเราอยู่แล้ว เชื่อว่าหม่อมเห็นเราแน่ๆ เพียงแต่ว่าคุณจะเป็นยังไงต่อไป นกเชื่อว่าหม่อมได้ทิ้งทุกอย่างไว้ให้กับวงการ ศรัทธาในการทำงาน ซื่อสัตย์ เคารพสิ่งที่เราทำ เคารพในอาชีพ นั่นคือสิ่งที่หม่อมพูดมาตั้งแต่แรกเลย คุณมีหรือเปล่า ถ้ามีฉันจะสอน ถ้ามี คุณก็เป็นนักแสดงที่ดีได้ ท่านได้บ่มเพาะนก มาจนเป็นนก สินจัยในทุกวันนี้”
“ก้อง ปิยะ” 4 ปีร่วมงานกับหม่อมน้อยในศรีอโยธยา เผยสูญเสียสิ่งที่สำคัญมากๆ ในชีวิตของลูกศิษย์ ห่วงหนังจนวาระสุดท้าย
ก้อง : “หม่อมได้ปรับคาแรกเตอร์ ปรับทุกสิ่งทุกอย่างในการแสดงของเรา ถือเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิต ครูแนะนำสิ่งที่ดีที่สุดทั้งหมดให้กับเรา เราก็พยายามทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับครูของเรา ก็ถือว่าครั้งนี้เป็นการสูญเสียที่สำคัญมากๆ ในชีวิตของพวกเราซึ่งเป็นศิษย์ของหม่อม ที่หม่อมห่วงที่สุดในวาระสุดท้ายก็คือหนังล่าสุดที่ทำ มายาพิศวง six characters ไปหาหม่อม แกก็ฝากเรื่องงานกาล่าของหนัง หม่อมก็ห่วงหนังจนวาระสุดท้ายของแกเลย พี่อ๊อฟ พี่แดงบอกแกว่าหนังเข้าแล้วนะ คนได้ชมแล้วนะหม่อม หม่อมก็มีความสุข”
เผยปลดล็อกรอบกาล่ามายาพิศวง หมดห่วงทุกอย่างแล้ว
แดง : “งานวันกาล่าหม่อมได้ดูถ่ายทอดทั้งหมดเลยที่โรงพยาบาล วันรุ่งขึ้นพวกเราก็เข้าไปหาหม่อมกัน แกก็หมดห่วงทุกอย่างแล้ว ดูเหมือนแกจะรอวันนั้นที่แกจะได้ปลดล็อก เพราะตอนเช้าครูเล็ก ภัทราวดี ได้วิดีโอคอลเข้าไปชื่นชม บอกแกว่าชอบหนังนะ ดีจังเลย แกก็ยิ่งรู้สึกดี แกอยากจะโต้ตอบมาก แต่แกก็โต้ตอบไม่ได้แล้ว เรารู้สึกว่าแกสบายใจเพราะคนระดับครูเล็กส่งข่าวมา พวกเราทุกคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันจบได้สวย มันดีแล้วนะ”
เฮือกหายใจลำบาก เพื่อวันที่หนังฉายวันแรก
แดง : “ใช่ ดูเหมือนแกเฮือกๆ หายใจลำบาก แต่ก็พยายามที่จะอยู่เพื่อที่จะรับรู้ว่ามันสิ้นสุดแล้วนะ เพราะมันเป็นวันที่หนังฉายวันแรก แกไปอย่างสบายใจจริงๆ”
อ๊อฟ : “ตอน 22.20 น. วันที่ 15 กันยายน ก็หมดห่วงทุกอย่าง”
ยกเป็นตัวอย่างสอนไปด่าไป
อ๊อฟ : “ท่านก็สอนหลายอย่าง เรื่องของความตั้งใจทำงาน วิธีการคอนแท็กกับแต่ละคน ในการที่เราจะคอนแท็กนักแสดงแต่ละคน หม่อมน้อยเป็นตัวอย่างของการสอนไปด่าไป พวกเราทุกคนโดนด่าหมดเวลาที่อาจารย์สอน แต่คำด่ามันจะเป็นคำสอนที่เข้าไปอยู่ในหัว คนบางคน…ธรรมดาไม่รู้เรื่องต้องด่า ก็มี อาจารย์สอนให้เราเรียนรู้ว่าคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน วิธีการของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน”
แดง ธัญญา : “ท่านจะให้เราไปหา ไม่ใช่จบคลาสแล้วก็จบกันไป ไม่ใช่ ต้องเข้าไปหา แล้วแกจะตักเตือนและให้วิชา บอกว่ามันควรจะต้องอยู่ยังไงในสภาวะการณ์ที่วงการภาพยนตร์มันเปลี่ยนไปมาก
ตอนที่แกเจ็บแกยังพูดอยู่เลยว่าต้องปรับตัวนะแดง ทำงานต้องคิดให้เยอะขึ้น แกก็ยังห่วงอยู่ หน้าที่ของเราในฐานะศิษย์ที่ได้รับความรู้มากมายจากท่านก็มีหน้าที่จะต้องส่งต่อ อันนี้คือภารกิจที่ยิ่งใหญ่มากๆ ที่จะต้องส่งต่อให้กับนักแสดงรุ่นใหม่เพราะเป็นคำสอนที่อมตะ เป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถจะรับได้ และเป็นนักแสดงที่มีคุณภาพต่อไปได้”


