xs
xsm
sm
md
lg

พนง.JSL ร่ำไห้! อยากฆ่าตัวตาย ไหว้ผู้บริหาร ขอให้จ่ายเงิน อย่าทำแบบนี้เลย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พนักงานร่ำไห้! อยากจะฆ่าตัวตาย พนมมือไหว้ผู้บริหาร JSL ขอให้จ่ายชดเชยตามกม. อย่าทำแบบนี้เลย ที่ผ่านมาอดทนช่วยบริษัทมาตลอด โดนลดเงิน หัก ลา ไม่รับค่าจ้าง 2 ปี แบ่งจ่ายเงินเดือนก็ยอม ด้าน “ทนายเดชา” เตรียมพาไปร้องที่พนักงานตรวจแรงงานพื้นที่  ลั่นไปแจ้งความเอาผิดได้ ถ้าไม่มาออกหมายจับ จ่ายไม่ถูกต้องโดนดำเนินคดีอาญา มีสิทธิ์โดนยึดทรัพย์ 

หลังบริษัทยักษ์ใหญ่ในตำนานอย่าง “JSL (เจเอสแอล)” ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์มายาวนานกว่า 43 ปี ได้ประกาศปิดตัวลงแบบสายฟ้าแล่บ ก็ส่งผลให้พนักงานในบริษัทหลายสิบชีวิต ต้องตกงานอย่างกะทันหัน แบบไม่ทันได้เตรียมใจ แต่งานนี้นอกจากจะช็อกกับการไม่มีงานทำแล้ว ยังต้องช็อกให้กับจำนวนเงินชดเชยที่ได้รับอีก เพราะที่ต้องได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ กลับได้เพียงแค่คนละ 16 เปอร์เซนต์เท่านั้น

ล่าสุดวันนี้ (3 ก.ค.65) เหล่าพนักงานเลยมารวมตัวกัน มาร้องทุกข์กับ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ที่ สำนักงานทนายเดชา เพื่อปรึกษาข้อกฎหมายในการดำเนินการต่อไป โดยทุกคนต่างร่ำไห้เผยความในใจถึงอดีตเจ้านายที่รัก ไม่คิดว่าจะทำกันแบบนี้

พนักงานหญิงท่านหนึ่ง “วันนี้พวกเราอดีตพนักงาน บริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด มาทั้งหมด 37 มาขอควมช่วยเหลือจากทางทนายเดชา เพื่อที่จะขอให้เรียกร้องสิทธิเงินชดเชยที่เราควรได้ตามกฏหมาย ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และ เงินค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จากตามข่าวทีบริษัทได้ปิดตัวไปเมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา แล้วก็แจ้งให้พนักงานทราบว่ามีเงินชดเชยให้ 16 เปอร์เซ็นต์”

“ซึ่งตอนที่ได้รับการแจ้งเรื่องนี้รู้สึกช็อก เราเสียใจกับการที่บริษัทต้องปิดตัว รู้สึกว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมเงินชดเชยที่พวกเราทั้งหมดทำงานมา ทั้งหมด 89 คน พวกเราก็ไปต่อไม่ถูก ได้แต่ปลอบและปรึกษากันว่าจะไปต่อยังไงดี แต่ละคนทำงานกันมาเป็นเวลานาน เนื่องจากบริษัทมีชื่อเสียงและเป็นสื่อใหญ่อยู่กันมานาน บางคนอยู่มา 35 ปี บางคนอีก 2 ปีเกษียณ อยู่กันมานานเพราะทำงานด้วยความเชื่อมั่น ความรัก ความอบอุ่นที่เราได้รับการปลูกฝังมาจากผู้บริหารตลอดเวลาว่าเราจะทำงานไปด้วยกัน สู้ไปด้วยกัน เหนื่อยไปด้วยกัน”

“เราผ่านวิกฤติต่างๆ ด้วยกันมามากมาย ตั้งแต่ ต้มยำกุ้ง ฟองสบู่แตก บริษัทประกาศลดเงินเดือน ทุกคนยอมลดช่วยกันเพื่อประคองบริษัทไปให้รอดเพราะเราคิดว่ามันคือบ้าน เราไม่เคยคิดอยากให้บ้านของเราต้องพังไปในน้ำมือของเรา ทุกคนเลยตั้งใจทุ่มเทลงไป และมีแม่ 2 ท่านที่นำเราไปได้ ในวิกฤติโควิดที่ผ่านมา ทุกคนก็ช่วยกันเต็มที่ ลดเงินเดือน ไม่มีโอทีมานานมาก แบ่งจ่ายเงินเดือน ทุกคนก็ต้องไปขอประนอมหนี้ โบนัสไม่มี เรารู้ว่าเป็นเพราะเศรษฐกิจ แต่วันนี้เราเหมือนถูกเท เป็นมนุษย์ชุดสุดท้ายที่อยู่ แล้วเทเราที่ 16 เปอร์เซ็นต์ เราไม่เชื่อจนมาเปิดเอกสารว่าได้เท่านี้จริงๆ เราทำอะไรไม่ถูก (เปิดเอกสาร) คือในนี้เขาจะไม่ได้เขียนว่า 16 เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวเลขที่เฉลี่ยออกมาคือเท่านี้”

ป๊อบ พนักงานหญิงฝ่ายบุคคล : “ตอนแรกทางฝ่ายบุคคลได้ร่างเอกสารออกมาแล้ว 1 ฉบับ แล้วส่งไปให้ทีมผู้บริหารดูว่าเรียบร้อยไหม ซึ่งก็มีการแก้ไขกลับมาโดยในเอกสารฉบับนี้นอกเหนือจากเรื่องเงินเดือนของพนักงานแต่ละบุคคล รวมถึงจำนวนเงินชดเชยที่จะได้รับ โดยจะระบชัดเจนว่า ที่ต้องได้ 100 บาท แต่จ่าย 16 บาท และทางทนายได้เพิ่มข้อความมาว่า 'ข้าพเจ้า รับทราบและตกลงยอมรับการเลิกจ้างและข้าพเจ้าพอใจในเงินจำนวนดังกล่าวข้างต้นนี้ ไม่ติดใจเรียกร้องเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด จึงลงรายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน' เป็นข้อความนี้เพื่อให้พนักงานยอมรับ ซึ่งก็มีคนเซ็นรับเงินไป 10 คน”

ทนายเดชา : “รู้ไหมว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายแรงงาน คุณจะให้ลูกจ้างสละสิทธิ์รับเงินชดเชยทำไม่ได้ ผิดกฎหมาย”

แพรว พนักงานการเงิน : “เป็นเจ้าหน้าที่การเงินค่ะ (ร้องไห้) คือแพรวรู้ความเคลื่อนไหวบ้างว่าเป็นยังไงกับสถานการณ์บริษัท เรารู้ล่วงหน้าก่อนทุกคน 1 วัน แพรวก็ช็อกว่าบริษัทจะปิดเพราะหัวหน้าแจ้งให้ทุกคนเตรียมตัวเคลียร์งาน พอถามเรื่องเงินชดเชยเขาก็บอกว่าให้รอไปฟังวันที่ประชุมทีเดียว เราก็รู้สึกแล้วว่ามีอะไรผิดปกติ เราก็ร้องไห้ จนอีกวันนั่งรอถึง 5 โมงเย็น ประกาศออกมาว่าได้รับเงินชดเชย 16 เปอร์เซ็นต์ ช็อก…ในหัวคิดว่าจะทำยังไงต่อไป หนี้สินก็มี เงินเดือนก็ไม่ได้เยอะ พอได้ยินวันนั้นเกือบฆ่าตัวตายจริงๆ แม่โทรมาบอกอย่าทำอะไรนะ ถึงจะเป็นแบบนี้แต่เราต้องเดินหน้าต่อไป เราไม่ได้โกรธบริษัทเลยที่ปิดตัวลง แต่เจ็บใจว่าทำไมเขาทำกับเราแบบนี้ คุณโยนอะไรมาให้เรา เรารับไม่ได้จริงๆ วันที่ลง Tiktok ก็ไม่คิดว่ากระแสจะไปขนาดนั้น คนก็เข้ามาให้กำลังใจเรา ก็ขอบคุณทุกกำลังใจที่ดีมาก เราไม่คิดว่าจะถึงพี่ๆ สื่อด้วยซ้ำ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยดันให้เรามาถึงจุดนี้ได้”

การกระทำของบริษัท ถือเป็นการเข้าข่ายผิดพ.ร.บ. เพราะการเลิกจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือน
ทนายเดชา : “การเลิกจ้างต้องมีการบอกกล่าวล่วงหน้าตามที่กฎหมายกำหนด โดยทั่วไปคือ 1 เดือน ถ้าไม่มีการบอกกล่าวก็ต้องมีการจ่ายเงินค่าบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยที่ต้องจ่ายในวันที่ประกาศเลิกจ้าง ผ่านมา 3 วันแล้วเขาก็ต้องจ่ายดอกเบี้ย ร้อยละ 15 ต่อปี แล้วต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 15 ทุก 7 วัน แล้วถ้าเขายังไม่จ่ายก็ต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน แล้วก็บันทึกที่บังคับให้สละสิทธิ์ในการเรียกเงินเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ถ้าเป็นทนายความถือว่าผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ”

“กระบวนการจากนี้ไปก็พรุ่งนี้เช้า 9 โมง ทุกคนไปร้องที่พนักงานตรวจแรงงานพื้นที่ จะมีการสอบสวนวินิจฉัยภายใน 60 วัน แล้วก็จะสั่งให้นายจ้างจ่ายภายใน 30 วัน ถ้าไม่จ่ายก็ดำเนินคดีอาญา คนที่ต้องรับผิดก็ประกอบไปด้วยบริษัท กรรมการ และผู้รับมอบแทนนายจ้าง ตอนนี้ก็ยื่นไปตามขั้นตอน การใช้สิทธิ์ทำได้สองอย่าง หนึ่งคือไปใช้บริการพนักงานตรวจแรงงาน หรือไปฟ้องศาลแรงงานโดยตรง ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งให้เสร็จสิ้นกระบวนการก่อน”

“ถ้าให้แนะนำคือไปยื่นพนักงานตรวจแรงงานก่อนเลย เพราะกฎหมายบังคับเขาต้องสอบสวนสั่งภายใน 60 วันจบเลย ที่รับผิดชอบเฉพาะค่าชดเชยและเงินตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ส่วนเงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ต้องไปใช้สิทธิ์ทางศาลเอง ซึ่งเดี๋ยวผมก็ไปช่วยดำเนินการให้ ถ้าครบกำหนดแล้วไม่จ่ายก็ไปแจ้งความมีความผิดทางอาญา ถ้าบริษัทไม่มีเงินกรร,การ คนดูแลกิจการก็ต้องรับผิดชอบ”

วันที่ประกาศปิด มีการให้ลูกสาวมานั่งอ่านคำแถลงว่าขาดทุนไปต่อไม่ได้ รวบรวมผู้บริหารได้มาหนึ่งก้อน 5 ล้านบาท ที่หารแล้วได้แค่คนละ 16 เปอร์เซ็นต์
พนักงานหญิงท่านหนึ่ง : “วันที่ประกาศเขาให้ลูกสาวของเจ้าของมานั่งอ่านคำแถลงว่าบริษัทเราขาดทุนไปต่อไม่ได้ ให้พนักงานเก็บข้าวของ ขอบคุณทุกคนที่อยู่สู้ เขารวบรวมเงินผู้บริหารได้หนึ่งก้อน (ร้องไห้) เพื่อให้พนักงานทุกคนได้มีเงิน เราก็เข้าใจได้ เพราะขนาด 2 ปีโดนลดเงินเดือนเรายังอดทนได้เลย จ่ายแบ่งครึ่งเราก็อดทน ชีวิตทำงานเบื้องหลังกันมาตลอด มันจุกมาก หนูตกงานคู่ค่ะ ลูกหนูยังไม่ถึงขวบ เราก็คิดว่าคงมีเงินชดเชยตามกฎหมาย เราไม่คิดว่าสิ่งที่เขารวบรวมมาให้เรา 16 เปอร์เซ็นต์มากกว่าเงินเดือนหนู 2,000 มันโอเคเหรอ อายุงานหนู 8 ปี แฟนหนู 21 ปี ตกงานเงินยังไม่มีสร้างตัวเลย (ร้องไห้)”

หลังจากวันนั้นยังไม่ได้รับการติดต่อจากผู้บริหารเลย
พนักงานหญิงท่านหนึ่ง (คนแรก) : “เขาไม่ติดต่อมาเลยค่ะ เขาไปไหนไม่รู้ ติดต่อไม่ได้ คือเอาง่ายๆ ว่าโดยปกติ เราก็จะเคยเห็นเจ้านายเข้ามาบ้าง แต่พอสัปดาห์สุดท้ายนั้น เราไม่เห็นเลยค่ะ”

ไม่มีใคร หรือตัวแทนใดๆ ติดต่อมาทั้งสิ้น วันประชุมล่าสุดยังคิดว่าเป็นคนประชุมสรุปไตรมาสเหมือนปกติ
พนักงานหญิงท่านหนึ่ง : “ไม่มีค่ะ ทุกคนเข้าใจว่าการประมาณวันนั้นคือการประชุมไตรมาสที่ 2 ที่สรุปว่าบริษัทเราจะประชุมทั้งหมด 3 ไตรมาส ก่อน กลาง และสรุป เราคิดว่าวันนั้นคือวันสรุปยอด รายได้เท่านี้ เราจะเดินแนวทางนี้ เราไม่คิดว่าทุกอย่างจะบอกเราว่าปิด (ร้องไห้) หนูยังทำงานอยู่เลย”

พนักงานชายอายุงาน 35 ปี : “มันแน่นในอกครับ เราอยู่มา 35 ปี ได้ 16 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินประมาณ 1 แสนบาท ปีหน้าผมก็จะปลดเกษียณแล้วครับ”

หนึ่ง พนักงานชายอายุงาน 34 ปี : “ตอนนี้ผมอายุ 54 ปี ทำมาตั้งแต่อายุ 19 จบมาก็มาทำนี่เลย บอกตรงๆ ที่นี้คือบ้านหลังที่ 2 ของเรา คนจะถามว่าทำมาได้ยังไง 30 กว่าปี แต่ถ้าคนที่อยู่ JSL รุ่นผมจะรู้ดีว่าเป็นยังไง เราอยู่ด้วยกัน เรามาเจอพี่น้องเอื้ออาทรกัน บริษัทเขาก็ดูแลเราดี เราถึงทำมาตลอดไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ อย่างที่บอกว่าผมเป็นรุ่นแรกที่ฝ่าฟันมาทุกเศรษฐกิจ เราก็ยอมมาตลอด หักเบี้ยเลี้ยง หัก OT ผมยอมหมด อยากให้บริษัทได้อยู่ต่อไป แล้วอย่างพวกผม 3-4 คน อายุมันก็เกษียณกันแล้ว (เสียงสั่น) มันลำบาก ที่อยู่มาอย่างน้อยผมก็จะได้นำเงินตรงนี้ ไปเดินหน้าทำอย่างอื่นต่อ ไม่นึกเลยว่าที่ได้มา 16 เปอร์เซ็นต์ จะไปเดินยังไงต่อ ถามว่าทำไมถึงไม่เก็บเงิน เศรษฐกิจแบบนี้จะเก็บยังไง แต่ละครอบครัวก็มีสิ่งที่ต้องดูแล หนี้สินมันก็มีทุกคนแหละครับ”

16 เปอร์เซ็นต์ที่ได้ มาจากเงิน 5 ล้านบาท ที่เจ้าของแจ้งว่ามีเหลืออยู่เท่านี้ ซึ่งจริงๆ แล้วต้องจ่าย 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 31 ล้านบาท
ป๊อบ พนักงานหญิงฝ่ายบุคคล : “พนักงาน 89 คน จริงๆ ยอดตามกฎหมายต้องจ่ายประมาณ 31 ล้านค่ะ แต่เขาบอกว่าเขามีอยู่ 5 ล้าน ให้เรามาแบ่งกัน ทีนี้ลองมาแบ่ง คำนวณดูก็กลายเป็นยอด 16 เปอร์เซ็นต์ของแต่ละคน แล้วบางคนเขาจะเกษียณปีหน้า ก็น่าเห็นใจเพราะหางานใหม่ยากมาก ตอนนี้มีคนสมัครรับเงินไปแล้ว ประมาณ 4 แสนบาท ซึ่งเงินส่วนที่เหลือ เขาไม่ได้นำมาวางไว้ที่กระทรวงแรงงาน จริงๆ เราเสนอเงื่อนไขผ่อนชำระไป เสนอไปหลายแนวทางมาก แค่บอกว่าว่าคุณจะจ่ายให้ครบ แต่สิ่งที่เขาฟันธงกลับมาคือเขาพอใจที่จะจ่ายเท่านี้
ก่อนจะสั่งปิด มีการตั้งบริษัทลูกขึ้นมา เขาก็บอกว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ซึ่งอันนี้ก็ไม่ทราบ เลยไม่ขอพูดรายละเอียดแล้วกันค่ะ”

ทนายเดชา : “ผมอยากให้ข้อคิดสองส่วน สำหรับนายจ้าง ถ้ากิจการของเรามันเจ๊ง มันไปต่อไม่ไหว เราควรจะพูดตรงไหนตรงมา ไม่ควรลอยแพ ทิ้งเขาไว้ข้างหลัง เขาเป็นฟันเฟืองเลี้ยงนายจ้างมานะ มีบ้านช่องมีอะไรก็ต้องขายนำมาชำระค่าจ้าง อันนี้เป็นกฎหมายแรงงานทั่วโลก และไม่ควรนำทนายมาเกี่ยวข้อง ส่วนลูกจ้างถ้าเจอกรณีแบบนี้ อย่าไปเซ็นต์รับเงิน รวมตัวกันไปร้องที่พนักงานตรวจแรงงาน อย่ายอมแพ้ เพราะกฎหมายบังคับเลย 60 วันต้องจบ ถ้าไม่จ่ายต้องแจ้งตำรวจ ในกรณีนี้ไปแจ้งสน.ลาดพร้าว เราไปแจ้งเองได้ พรุ่งนี้เราจะไปแจ้งเลยก็ได้ ว่าเขาไม่จ่ายค่าชดเชย”

พนักงานไม่มีใครรู้ ว่า JSL ยังมีสินทรัพย์อะไรเหลืออยู่บ้าน
พนักงานหญิงท่านหนึ่ง (คนแรก) : “ไม่ทราบเลยค่ะ เอาเป็นว่าพวกเราไม่เคยระแวง ไม่เคยสงสัย ว่าเขากำลังจะทำอะไรกับเรา การเรื่องเปิดบริษัทใหม่ มันเป็นลักษณะที่ว่าเป็นโครงสร้างเดิมของบริษัท จะมีแต่ละแผนกๆ คือปัจจุบันเขาก็จะแยกกลุ่มที่เขาอยากจะไปทำ แยกเป็นอีกบริษัทหนึ่ง ก็คือยกแผนกนั้นไปเลย ซึ่งบริษัทนั้นก็ยังอยู่”

ก่อนหน้านี้บริษัทก็มีปัญหาขาดทุน ต้องลดเงินเดือนพนักงาน
ป๊อบ พนักงานหญิงฝ่ายบุคคล : “มีค่ะ ตามที่แจ้งไป เรามีการลดเงินเดือน การหัก ลา ไม่รับค่าจ้างมาติดต่อกันประมาณ 2 ปีแล้วค่ะ ทุกคนรักยินดีที่จะช่วยบริษัทเสมอมา ถามว่าทั้ง 89 คน ได้รับคำชวนให้ไปอยู่บริษัทใหม่ของเขาบ้างไหม อันนี้ไม่ทราบค่ะ เพราะทั้ง 89 คนเราโดนกันหมด วันเดียวกันหมด ขออนุญาตอธิบายนะคะ การลดเงินเดือนในที่นี้ คือการบอกให้ลา ไม่รับค่าจ้างอัตโนมัติค่ะ แต่เราจะไม่ไปยุ่งกับฐานเงินเดือนนะคะ เหมือนการลาให้หยุดพัก โดยที่ไม่รับค่าจ้าง เราก็จะหักตามจำนวนวันที่เขาหยุด แต่ไม่มีใครได้หยุดเลยค่ะทำงานเหมือนเดิม ระยะเวลาเท่าเดิม เราไม่เคยเรียกร้อง แล้วมีเรื่องการแบ่งจ่ายอีก สมมติเงินเดือน 1 หมื่น โดนหักลาไม่รับค่าจ้างไป อีก 2 พันบาท เหลือ 8 พัน เขาหักอีกครึ่งหนึ่ง สิ้นเดือนได้ค่า 4 พัน อีก 4 พันไปจ่ายเดือนหน้า เสนอไปเพื่อขอให้เขายกเลิกทุกเดือน พูดขอจนรู้สึกอายแล้วค่ะ แต่ 16 เปอร์เซ็นต์ที่ได้ นับจากเงินเดือนเต็มค่ะ”

ทนายเดชา : “ก็ต้องไปแจ้งความ ถ้าไม่มาก็ต้องออกหมายจับนายจ้าง คือคดีเกี่ยวกับเรื่องค่าชดเชย มันมีโทษทางอาญา ถ้าไม่จ่ายต้องถูกดำเนินคดีอาญา ออกหมายจับ มีสิทธิ์ยึดทรัพย์ได้ ต้องรับผิดส่วนตัว เงินชดเชยต้องจ่ายทันทีในวันเลิกจ้าง ถ้าไม่จ่ายจะโดน 1. ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี 2. ทุก 7 วันเงินเพิ่ม ร้อยละ 15 ทุก 7 วัน หากจงใจไม่จ่าย เพราะฉะนั้นโดนสองเด้ง กฎหมายเขียนไว้ชัดถ้าเขาหนีออกนอกประเทศก็มีหมายจับ เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมเชื่อว่าเขาต้องจ่าย ต้องไปดิ้นรนหามาก เชื่อว่าน้องๆ ทุกคนยังไงต้องได้ครบ (ถ้าสุดท้ายแล้วจบที่ล้มละลายจะทำยังไง?) มันมีคดีอาญา มีโทษจำคุก 6 เดือน ผมเชื่อว่าเขาไม่ยอมติดคุกหรอก ถ้าล้มละลายต้องล้มหมด เขาจะยอมเหรอ บ้านช่องเขามีไหมละ คดีนี้มันจะเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานะ”

เหล่าพนักงานร่ำไห้ พนมมือไหว้ฝากถึงอดีตผู้บริหาร วอนเห็นใจและกลับมารับผิดชอบ
หนึ่ง พนักงานชายอายุงาน 34 ปี : “ก็อยากฝากพี่ต้น พี่หน่อย แล้วก็เจ้าของบริษัทนะครับ ผมที่อยู่กัน 30 กว่าปีก็น่าจะมีสิทธิ์ ผมอยู่กับพี่มานานมาก จนไม่รู้จะไปทำที่ไหนแล้ว อยู่มาตั้งแต่วัยรุ่นผมดำจนนผมหงอก ช่วยพวกผมครั้งสุดท้ายแล้วกันพี่ พวกผมจะได้ไปดำเนินชีวิตต่อ อย่าทำอย่างนี้กับพวกผมเลย พวกผมทุ่มเทเป็นมดงานอยู่ข้างหลังพี่มานานแล้ว”

พนักงานหญิงท่านหนึ่ง : “(ร้องไห้) ถึงหนูจะอายุงานน้อยกว่าพี่ๆ หลายๆ คน แต่หนูก็ขอฝากถึงนายอันเป็นที่รักของพวกหนู (พนมมือไหว้) พวกหนูไม่ได้โกรธนายเลย ยังคงรักและเคารพ หนูขอแค่นายหันหลังกลับมามองพวกหนู อยากให้นายนึกถึงวันที่เรียกพวกหนูไป แล้วบอกว่าพี่จะดูแลคนทำงานชุดสุดท้ายของพี่ให้ดีที่สุด หนูขอแค่ให้พี่ กลับมาคุยกับพวกหนู (สะอื้น) หลายคนอาจจะถามว่าทำไมถึงยังอยู่อีก ในสถานการณ์ที่บริษัทเป็นแบบนี้ แต่เรารักมากๆ ทุกคนรักและเต็มที่กับงานมาก วันสุดท้ายยังนั่งทำงานกันถึง 5 ทุ่ม เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือน ว่าลูกค้าจะมาว่าบริษัทไม่รับผิดชอบ พยายามเคลียร์งานให้ได้มากที่สุด ไม่อยากให้บริษัทเสียชื่อเสีย (ร้องไห้หนัก) หนูขอให้พี่เห็นใจพวกหนูด้วยนะคะ”

พนักงานหญิงฝ่ายพีอาร์ : “สื่อมวลชนจะรู้จักตัวเราเยอะ เพราะเวลาเราไปขอช่วยเหลือสื่อมวลชน ทุกคนจะน่ารักมากเลย ขอมาช่วยงานฟรีงานกุศล เขาก็จะมาช่วยเพราะเป็นเรา นอกเหนือจากงานบริษัท เรายังทำงานต่างๆ ที่เจ้านายอยากให้เราทำ กริ๊งหูมาเราทำได้หมด ทุกงานไม่มีค่าจ้าง เพราะเป็นงานช่วยบริษัท มีเยอะมากมาย ถามสื่อหรือเพื่อนๆ พี่น้องพีอาร์ทุกบริษัทในประเทศไทยก็ได้ (ร้องไห้) เราทำงานเต็มที่ทุกอย่าง แต่วันสุดท้ายรู้ตอน 5 โมงเย็น มีแมสเสจมาว่ารักเรานะ ซาบซึ้งจากใจ คืออะไร 16 เปอร์เซ็นต์เนี่ยมันอยู่ไม่ได้หรอกค่ะ เราก็มีภาระผ่อนบ้าน เพราะฉะนั้นได้โปรดกลับมาแล้วก็เห็นใจลูกน้องของคุณ ขอให้กลับมานะคะ”

พนักงานหญิงท่านหนึ่ง  : “ขออนุญาตหยิบเอกสารของสมาพันธ์วิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ มันคือสถาบันประกาศรางวัลที่นายเป็นคนก่อตั้งขึ้น มีเรื่องของวัตถุประสงค์สมาพันธ์ข้อที่ 2 ส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณแห่งอาชีพและวิชาชีพด้านกิจการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ฯ คือเรารู้สึกว่าเราตั้งสมาพันธ์นี้มาเหมือนเป็นองค์หนึ่งที่เป็นพวกเรา ที่เป็นสื่อด้วยกัน อาจจะตั้งมาเพื่อที่อยากจะบอกว่ามันมีคำว่าจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพอยู่ มันมีคุณธรรมอยู่”

“หนูแค่อยากขอวิงวอนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ให้มันเป็นแค่ความฝัน มันคงไม่ได้เกิดขึ้นจริง ไม่รู้ว่าตอนนี้จะต้องเดินต่อไปยังไงแล้ว พวกเราไม่ได้อยากทำร้ายใคร เราไม่ได้อยากทำร้ายนาย ทำร้ายบริษัท เราไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝงหรือต้องการทำลายชื่อเสียงใคร แต่สิ่งที่เรามารวมกันวันนี้ เราแค่ต้องการความถูกต้องทางกฎหมายเท่านั้นเอง เราขอแค่สิ่งที่เราควรจะได้รับแค่นั้น ไม่ขออะไรไปมากกว่านั้น หลายคนยังพูดถึงการลาไม่รับค่าจ้าง ว่ามันผิดกฎหมาย ถามว่าพวกเราไม่คิดหรอกค่ะ เพราะเราคิดแค่ว่าสิ่งที่ผ่านมาเราไม่นับก็ได้ แค่ตอนนี้สิ่งที่พวกเราขอ คือเงินชดเชย 100 เปอร์เซ็นต์ตามที่ควรจะได้”

“พวกเราอยู่มาไม่เคยร้องขออะไรเลย โบนัสไม่มีกี่ปี คำว่าโบนัสสะกดไม่เป็นแล้ว เราไม่เคยขอว่าเอาโอที เอาเบี้ยเลี้ยง เอาวันหยุดฉันกลับมาเถอะ ทุกอย่างก็ดำเนินกันไป เพราะเรารักเทิดทูนและศรัทธาในตัวผู้บริหาร วันนี้ที่ต้องมาถึงจุดนี้พวกหนูไม่แฮปปี้เลย (ร้องไห้) ไม่เคยคิดมาก่อน ว่านายจะทำแบบนี้จริงๆ ตั้งสตินานมากว่ามันเป็นแบบนี้จริงๆ เหรอ วันที่เรากอดคอทำงานมาด้วยกัน วันที่เรายิ้มหัวเราะไปด้วยกัน วันที่นายทุกข์ นายบอกว่าไม่มีแล้ว ไม่ไหว ทำไมฉันต้องโดนโกงนั่นนี่ พวกเราก็อยู่ข้างกัน”

“ถึงตอนนี้หนูไม่ขอมากไปกว่านั้น ขอสิ่งที่ถูกต้องนะ ท้ายสุดขอบคุณสื่อมทุกท่านที่วันนี้ให้โอกาส ให้เวลาพนักงานตัวเล็กๆ อย่างพวกเรา (ร้องไห้) เรารู้ว่าตอนนี้สิ่งที่กำลังเดินไปมันเหนื่อยมากๆ ไม่รู้จริงๆ ว่ามันจะสำเร็จอย่างที่ทนายเดชาพูดจริงไหม ที่บอกว่า 60 วัน เอาจริงๆ พอผ่านเรื่องนี้มา เผื่อใจมากเหมือนกัน แต่ก็หวังว่าสิ่งที่ทนายเดชาพูดว่า 60 วันพวกคุณจะต้องได้ ขอให้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ นะคะ”