xs
xsm
sm
md
lg

“ตงตง” ทำตามหัวใจ เล่นใหญ่จัดเต็มเซอร์ไพรส์ “เบส” เฉลยที่มาสินสอด 90 ล้าน!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ตงตง กฤษกร” เล่นใหญ่ เหมารสบัสพาแฟนคลับเซอร์ไพรส์วันเกิด “เบส” แถมซื้อสร้อยคอเพชรให้ ลั่นเกิดจากความรู้สึก ทำตามหัวใจตัวเอง ก่อนแจงสินสอด 90 ล้าน “สมรักษ์ คำสิงห์” แค่แซวเล่น เรื่องวิวาห์ขอให้เป็นเรื่องอนาคต

ผลัดกันเซอร์ไพรส์แบบจัดเต็มๆ หนักๆ สำหรับ “เบส รักษ์วนีย์ คําสิงห์” ลูกสาวคนเก่งของ “สมรักษ์ คำสิงห์” และหวานใจ “ตงตง กฤษกร กนกธร” ล่าสุดฝ่ายชายทำสาวๆ อิจฉาเบสทั้งเมือง เพราะเล่นใหญ่ เซอร์ไพรส์วันเกิดฝ่ายหญิงโดยหนุ่มตงตงเผยกลางงาน The 5 Elements First Fan Meet กับ 5 พระเอก ช่องone ณ ลิโด้ คอนเน็คท์ ฮอลล์ 2 สยามสแควร์ ลั่นสิ่งที่ทำเป็นการทำตามหัวใจตัวเองล้วนๆ

เป็นวันที่ตั้งใจจะทำให้น้องมีความสุข ก็วางแผน คอยจัดโน่นนี่เซอร์ไพรส์ น้องแฮปปี้มากๆ เป็นอีกวันที่ผมอยากให้น้องจดจำว่าเราทำให้น้องแบบนี้ น้องเขาก็ขอบคุณกันตามปกติ หลังจากที่ผมเซอร์ไพรส์กล่องแล้วก็พาไปทานข้าวที่รูฟท็อป น้องก็ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ กันมา”

กล่องเป็นเซอร์ไพรส์ที่น้องตกใจ ผมก็วางแผน คิดไว้ว่าอยากให้น้องมีความสุขในวันเกิด อยากให้น้องมีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป มันไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียว ยังมีคนที่คอยซัปพอร์ต มีแฟนคลับคอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ มีแม่ มีน้อง มีเพื่อนๆ ก็เลยวางแผนชวนแฟนคลับไปเซอร์ไพรส์ ก็วางแผนร่วมมือกับเพื่อนสนิทของน้อง เพราะวันนั้นตอนเช้าเขามีเซอร์ไพรส์ที่สยามพารากอนไปแล้วด้วย ผมก็เลยวางแผนพาแฟนคลับให้มาอีกที่นึง ผมก็ไปเหมารถบัสแล้วก็พาแฟนคลับขึ้นมา แล้วก็ไปรอ”

จัดให้ยิ่งใหญ่ เกิดจากความรู้สึก ทำตามหัวใจตัวเอง
“มันก็พูดยากนะ แต่ผมก็จะบอกอยู่ทุกครั้งว่าการที่ผมมาจัดแบบนี้ในแต่ละครั้งผมไม่ได้มานั่งกางปฏิทิน ว่าวันนี้ผมจะจัดอย่างนี้นะ อีกวันผมจะจัดอีกแบบ ผมว่าในสิ่งที่ผมทำในแต่ละครั้งมันเกิดจากความรู้สึกของผม ณ โมเม้นต์นั้นก่อนที่จะถึงวัน ผมคิดอยากจะทำอันนี้ให้ผมก็จะทำ ผมทำตามหัวใจตัวเอง ไม่ได้เป็นการเซ็ตเอาไว้ว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ปีนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง มันไม่ใช่แบบนั้นครับ

ก็ไม่ได้กดดัน เพราะมันไม่ใช่ว่าปีหน้าจะต้องมี คราวหน้ามันอาจจะเป็นการมอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ แบบส่วนตัวก็ได้ ก็ไม่อยากให้มองว่าในอนาคตมันจะต้องใหญ่กว่าเดิม อีก 2 ปีข้างหน้ามันจะใหญ่กว่านี้”

ให้ยันสร้อยเพชร
“ใช่ครับ น้องอยากได้กระเป๋า เราเห็นว่าน้องมีเยอะมากๆแล้ว แล้วไม่รู้ว่าซื้อมาให้จะถูกใจไหม ก็เลยคิดว่าซื้อของที่น้องเอาไปใส่ออกงานได้ เวลาไปออกงานจะได้รู้สึกว่ามีคนอยู่ข้างๆ ไปด้วย ก็เลยกลายเป็นสร้อยคอ

งอนกันเป็นเรื่องปกติ จับมือเรียนรู้ไปด้วยกัน
“มันเป็นเรื่องปกติ เหมือนกับทุกคู่ที่มีแฮปปี้บ้าง ทะเลาะบ้าง มันก็ต้องเรียนรู้กันไป เราสองคนยังต้องเรียนรู้อะไรกันอีกเยอะ มันไม่ใช่ว่าเราทะเลาะกันแล้วก็จะจบกันไป ผมว่าการคบกันครั้งนี้ผมอยากให้มันมองไปถึงอนาคต พากันโตเป็นผู้ใหญ่ พากันแก้ปัญหาที่จะเจอข้างหน้าว่าเราจะรับมือกับมันได้ไหม เราจะเจอกับอะไรบ้าง เราจะยังจับมือกันอยู่ไหม ผมอยากให้น้องได้เรียนรู้ คอยสอน คอยบอก ผมเองก็ได้เรียนรู้ด้วยเหมือนกัน”

เรื่องงอนได้มีการคุยกัน น้องเขาก็เข้าใจและรู้แล้วว่าต่อไปจะเป็นยังไง เรามีการพูดคุยกันเกิดขึ้น ทุกวันนี้ผมก็ทำงานหนัก 7 วัน นานๆ ทีกว่าจะได้เจอน้อง พอมาเจอผมก็ไม่อยากที่จะมาทะเลาะกัน งอนกัน เจอกันก็อยากให้มีแต่ความสุข เอาเวลาที่มาทะเลาะกันไปหาสถานที่ที่แฮปปี้ดีกว่า เอาเวลาที่จะทะเลาะกันมาคิดถึงสิ่งที่จะทำให้เราสองคนมีความสุขด้วยกันดีกว่า”

“พ่อบาส สมรักษ์ คำสิงห์” แซวเล่นขำๆ สินสอด 90 ล้าน
“เขาแซวผม เขาบอกผมไว้มานานแล้ว ผมมีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง พ่อก็บอกว่าขายให้ได้ 100,000 ตัวนะ ถ้าขายได้มาเลย ขันหมาก (90 ล้าน?) มันก็จะตกประมาณนั้น เป็นการแซวๆ กัน ถามว่าไหวไหม ก็ช่วยผมซื้อด้วยนะครับ (หัวเราะ) เสื้อผมตัวละ 799 บาท ผมขายมาได้ 5,000 ตัวได้แล้วมั้งครับ มันยังไม่ถึง 10% เลย

ส่วนเรื่องแต่งงานมันเป็นเรื่องของอนาคต การขายเสื้อของผมผมทำแล้วมีความสุข ผมขายไปด้วย มันเหมือนเป็นยอดที่ทำไปเพื่อให้เราได้ไปใช้ชีวิตต่อ ที่มันเกิดประโยชน์ ไม่อยากให้มองว่าขายเสื้อไปด้วยเพื่อจะไปจบลงเอยที่แต่งงาน สุดท้ายมันเป็นเรื่องของอนาคตอยากให้มองเป็นเรื่องของปัจจุบันมากกว่า ความรัก ณ ตอนนี้เอาปัจจุบันก่อน 90 ล้าน พ่อแค่พูดแซวครับ สุดท้ายมันก็เป็นการพูดคุยว่ามันจะเป็นไปในทิศทางไหน ยังไงมากกว่า”
 
ไม่ฟ้องคอมเมนต์ไม่ดี อยู่มา 5 ปีเริ่มเข้าใจ ต้องปรับตัวให้ได้
“ผมไม่นะ เราอยู่ ณ ตรงนี้มันมีทั้งคนที่ชอบและคนเกลียด เรามาอยู่หน้าจอตรงนี้แล้ว เราต้องยอมรับให้ได้ว่าเราไม่สามารถจะไปบังคับใครให้มาชื่นชอบเรา 100% ผิดอันไหนเราขอโทษ ผิดอันไหนเราปรับปรุง ผมเชื่อว่าถ้าเราทำในสิ่งที่ถูกต้องอยู่ ใครจะว่ายังไง สุดท้ายถ้าเรายังยืนยันที่จะทำในสิ่งที่มันดี และไม่ได้เบียดเบียนใคร ผมว่ามันก็จะไม่ส่งผลเสียกับตัวเรา

ผมอยู่มา 5 ปีแล้วผมก็เริ่มเข้าใจ บางคนยังเด็ก บางคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ บางคนฟังมาก็คิดไปแล้ว ผมยังเคยเป็นเลย ผมเข้าใจในหลายทาง ก็ไม่มีการฟ้องอะไรกันแน่นอน ตอนนี้น้องเองเขาก็เริ่มเข้าใจ และปรับตัวได้แล้ว ผมพยายามบอกน้องอยู่ว่าเราอยู่ตรงนี้ เราเป็นคนของประชาชน ต้องมีคนชอบและคนเกลียดเป็นเรื่องธรรมดา เราต้องรับให้ได้และเผชิญหน้ากับมัน”













กำลังโหลดความคิดเห็น