“มาร์กี้ ราศรี” คัมแบ็กรับละคร ไม่ติดต้องรับบทแม่ แต่รับไม่ได้เยอะเหมือนแต่ก่อนแล้ว เผยยังไม่ได้ฉลองกับ “คิมเบอร์ลี่” ขำอีกฝ่ายส่งรูปแหวนเพชรมาขิง ถามแสบตาเปล่า ลั่นขนาดแหวนไม่สำคัญ อยู่ที่คนให้ ดีใจหนักมาก “จัสติน บีเบอร์” มาไทย ทุ่มซื้อบัตร ชี้คนปั่นราคาหลักล้านแค่คอนเทนต์ เชื่อไม่มีใครซื้อ เตรียมตัดชุดใหม่รอแล้ว
กลับมารับเล่นละครหลังหยุดพักไปนาน สำหรับ “มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์” โดยเจ้าตัวเผยว่าการรับบทแม่ในละครเรื่องมามี้ที่รัก ก็ไม่ได้ติดอะไร ด้วยวัยก็ได้แล้ว รวมทั้งเปิดใจกรณี “คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ” ถูก “หมาก ปริญ สุภารัตน์” ขอแต่งงานแล้ว และที่ทำเอาเจ้าตัวตื่นเต้นสุดๆ คือการที่ “จัสติน บีเบอร์” มาแสดงคอนเสิร์ตที่เมืองไทย
“จริงๆ กี้ถ่ายเสร็จมาสักพักแล้วค่ะ ช่วงตอนถ่ายเหมือนเราก็คิดถึงบรรยากาศในกอง ได้เจอเพื่อน ได้ออกมาอยู่ข้างนอกทั้งวัน แต่ก็มีคิดถึงลูกบ้างเหมือนกัน ก่อนถ่ายทำก็มีได้ไปเวิร์กช็อปหลายรอบอยู่ ส่วนการรับบทแม่ ที่จริงกี้อายุ 31 ปีแล้วจะให้รับบทใสๆ จีบผู้ชายในโรงเรียนก็ไม่ได้แล้ว เราก็ตามอายุ กี้ไม่ติดนะว่าต้องเล่นเป็นแม่ เพราะว่าเพื่อนเราเขาก็มีลูกกันตอนอายุ 27-28 ปี แล้วแต่คนสะดวก แล้วในเรื่องเหมือนกับว่าเพิ่งเรียนจบก็มีลูกเลย มีลูกตอนอายุ 23 ตอนนี้ลูกก็อายุ 6 ขวบ ถามว่าจะให้ลูกๆ ดูละครเรื่องนี้ไหม ไม่รู้ว่าจะทันดูหรือเปล่า เพราะว่าละครออนแอร์ประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง อาจจะดูย้อนหลัง”
รับถ่ายละครกินเวลาไปเยอะจริงๆ รับไม่ได้เหมือนแต่ก่อนแล้ว
“มันกินเวลาเยอะจริงๆ ค่ะ แต่กี้ไม่ได้รับเหมือนแต่ก่อน เพราะว่ามันกินเวลาจริงๆ บางคนอาจจะไม่รู้ว่าถ่ายละครอาทิตย์ละ 3-4 วัน คิวตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม ไม่รวมอาบน้ำแต่งตัวขึ้นรถมากองนะคะ มันก็มีคิดถึงลูก แต่สมัยนี้ก็ใช้วิดีโอคอลหาช่วงพักเที่ยง จะโทร.หาเขาครั้งหนึ่ง และช่วง 6 โมงเย็นโทร.หาเขาอีกครั้งหนึ่ง
ก่อนออกจากบ้านก็บอกเขาว่ามาถ่ายละคร จากที่เขาไม่รู้ว่าละครคืออะไร จนตอนนี้เขารู้แล้วว่ามาทำงาน ตอนออกมาทำงานเขาก็ไม่มีงอแง คุยกันรู้เรื่อง เพราะว่าเราจะสลับกัน วันไหนกี้มาถ่ายละครพี่ป๊อกต้องอยู่บ้าน วันไหนพี่ป๊อกไปคอนเสิร์ต กี้จะไม่ไปถ่ายละคร ถามว่าจะรับละครยาวไหมหลังจากนี้ ดูเป็นเคสบายเคสก่อน เพราะว่าการรับละครก็มีปัจจัยหลายอย่าง มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับบทอย่างเดียว มันต้องดูองค์รวมหลายๆ อย่าง
พี่ป๊อกก็ไม่ได้เบรกให้รับแค่เรื่องเดียว เขาแล้วแต่เรา เราก็รู้ว่าเราไหวที่เท่าไหร่ เราสามารถเลือกเองได้ ตอนนี้มีแต่ถามว่ายังรับละครอยู่รึเปล่า(หัวเราะ) เราก็บอกว่าดูๆ ไม่อยากบอกว่ารับหรือไม่รับ กี้ไม่ได้กำหนดขนาดนั้น”
ไม่รู้จะดีใจหรือสงสาร “คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ” วิ่งวุ่นกองละคร
“ยังไม่ได้เจอเลย คิวเขาแน่นมาก เขาทำงานทุกวันเลย ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือว่าสงสารเพื่อนดี ตอนนี้ ขนาดถามว่ามีวันไหนเลิกเร็วไหม เขาบอกว่าวันที่เลิกเร็วคือ 6 โมงเย็น แต่วันรุ่นขึ้นนัดกองตี 5 เราก็บอกว่าถ้างั้นพักเถอะเพื่อน เดือนนี้เขาไม่ว่างเลยสักวัน ก็ค่อยว่ากันใหม่เดือนหน้าเลย
ถามว่าเราอยากฉลองให้เขาไหม กี้บอกว่าถ้าว่างนัดมาฉลองกันที่บ้านกี้ นางบอกว่าอยากกินหมูกระทะ ได้เลยเพื่อน เดี๋ยวจัดหมูกระทะให้นะ แต่เพื่อนเอาคิวเพื่อนมาก่อน เราได้คิวเขาไม่ว่างเลย อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงสงกรานต์เขาหยุดยาวด้วย”
“ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” ยังไม่กลับเมืองไทย เหนื่อยใจนัดเจอกัน
“ญ่าก็ยังไม่กลับมา กี้ว่ารวมตัวกันโน่นปีละวัน เหนื่อยใจมาก ต้องวันหยุดนักขัตฤกษ์ถึงจะได้”
แสบตาแหวนเพชร ส่งมาขิง ขนาดแหวนไม่สำคัญ อยู่ที่คนให้
“อุ้ย!เห็นแล้วค่ะ เขาส่งรูปมาทางไลน์ แล้วบอกว่าแสบตาเปล่า เขาขิงเรา ถามว่าเม็ดเล็กไหม ไม่ได้สำคัญที่ไซส์แต่มันสำคัญที่คนให้ (หัวเราะ) เราก็ถามว่าตื่นเต้นไหม รู้มาก่อนไหม แต่ดูจากชุดก็รู้แล้วค่ะว่านางไม่รู้ เพราะถ้านางรู้คงลากชุดเดรสมา วันที่เขาเซอร์ไพรส์ เราก็อยู่ในสายด้วย เพราะว่าญ่าโทรเฟสไทม์มา ก็เสียดายมากที่ไม่ได้ไป
ส่วนที่คิมบอกว่าตอนนั้นถ้าหมากเอาดอกหญ้ามาให้ก็เซย์เยส ก็บอกแล้วว่ามันไม่ได้อยู่ที่ของ(หัวเราะ) มันอยู่ที่คน (เคยถามคิมไหมว่าถ้าหมากขอจะโอเคไหม?) เคยค่ะ แต่ไม่บอก เพราะว่ามันเป็นความลับระหว่างเพื่อนกัน ที่ถามครั้งนั้นก็ถามเผื่อหมาก และก็อยากรู้เองด้วย”
ดีใจหนักมาก “จัสติน บีเบอร์” ทัวร์คอนเสิร์ตที่เมืองไทย
“ดีใจมาก(ลากยาว) อยากให้คุณมาเห็นเมืองไทย กี้อยากไปกับเพื่อนด้วย เลยคุยกันว่าเดี๋ยวฝั่งกี้ก็จะกดบัตรนะ เราก็มีพนักงานออฟฟิศ วันนั้นพนักงานก็ไม่ทำงาน คอมบ์ที่ต้องตัดต่อออนเดอะรัน ก็ไม่ตัดต่อ ต้องกดบัตร แต่ทางเพื่อนก็พ่อแม่ พี่น้อง ปู่ ย่า ตายายก็ช่วยกันหมด แต่ฝั่งกี้ไม่ได้นะ ฝั่งโน้นได้มา 2-3 คน เราก็ต้องต่อคิว เขาเปิดระบบให้จองประมาณ 10 โมง เราก็ต้องเข้าไปในเว็บก่อน ก็ทำตามขั้นตอนค่ะ ก็มันส์ดีนะ ตอนกดบัตรไม่ทันก็ไม่ได้ใจแป้ว เพราะว่าใครที่ได้บัตรก็มาขายต่อให้เราแล้วกัน ก็ยอมซื้อ”
ชี้กระแสปั่นบัตรคอนเสิร์ตพุ่งสูงหลักล้านแค่คอนเทนต์ เชื่อไม่มีใครซื้อ
“กี้ว่าทำมาแบบนั้นไม่มีคนซื้อหรอก ขนาดนั้นใครจะซื้อ งานปั่นคอนเทนต์ ยุคนี้ต้องมีคอนเทนต์(หัวเราะ) ถามว่าถ้าเขาเอามาขายเรา ไหวที่เท่าไหร่ 5 หมื่นเคยกดมาแล้วนะ งานที่ทำมาไม่ได้เพื่ออะไรหรอก ทุกวันนี้ที่ทำงานมาเพื่อช้อปปิ้ง กับซื้อของจัสตินเท่านั้นแหละ(หัวเราะ) คือเราก็ได้ในระดับหนึ่งเท่าที่เราไหว
ตอนที่ไปดูที่แอลเอ กี้ไปได้ตั๋วที่ด้านหน้า ตั๋วที่กี้ซื้อคือ 5 หมื่น ตอนแรกจะมีมีตแอนด์กรี๊ด เราสามารถเข้าไปทักทายได้ แต่ว่าเขาแคนเซิลไปเพราะโควิด เราก็เลยได้เงิน 5 หมื่นนั้นคืน แล้วกี้ต้องไปต่อแถวรอ 2 ชั่วโมง เมืองไทยว่ายากแล้ว ตอนที่กี้ไปแอลเอ กี้เหนื่อยกว่าเมืองไทยอีกนะ กี้ต้องไปต่อแถว 2 ชั่วโมง แล้วมันวุ่นวายมาก ใจก็ไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ได้ ชุดก็ใส่มาแล้ว หนาวก็หนาว ตอนนั้น 14 องศา ยืนหนาวอยู่ข้างนอกคือสู้มาก พี่ป๊อกบอกเอาตามสะดวกเลยแม่เอ้ย รอบนี้มันเป็นตั๋วแพงสุด แต่ไม่ใช่แถวหน้าสุด ก็โอเค มันก็มีของ มีเสื้อหมวก ใดๆ แบบนี้ ไม่มีมีตแอนด์กรี๊ด ถ้ามีเราก็ซื้อค่ะ”
พูดเต็มปาก ชอบเพราะหล่อ ตัดชุดใหม่รอแล้ว
“ครั้งที่แล้วที่เขามา กี้ก็ไปดูนะ ไปคนเดียวด้วย เพราะกี้ได้บัตรใบเดียว จุดเริ่มต้นชอบเลยคือหล่อ อันนี้พูดตามตรง แต่ว่าหลังๆ คือเพลงเขาดีมากๆ ดีจริงๆ ขนาดเพื่อนผู้ชายเราที่เขาไม่ชอบ เขายังบอกเลยเพลงเขาดังมากช่วงนี้ ก็เลยชอบเขาอยากต่อเนื่อง เพราะเขาไม่ตกเลย ตอนนี้ชุดเราต้องตัดใหม่ ไหนๆ เราก็ได้อยู่ข้างหน้าแล้ว ชุดเราก็ต้องโดดเด่น แต่ต้องไม่น่ากลัว เครื่องหัวไม่ต้องมี เดี๋ยวเขาว่าเป็นนางรำ บอกแล้วโดดเด่นแต่ไม่น่ากลัว”


