xs
xsm
sm
md
lg

“เจี๊ยบ กาญจนาพร” สะอื้นเล่า “เจย์ ศุภกาญจน์” รักษาไบโพลาร์มาเกือบ 2 ปี บวกกับปัญหาธุรกิจช่วงโควิดทำลูกยอมแพ้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“เจี๊ยบ กาญจนาพร” สะอื้นเผยลูกชาย “เจย์ ศุภกาญจน์” ไม่มีลางบอกเหตุอะไร เผยลูกชายต่อสู้กับโรคไบโพลาร์มาเกือบ 2 ปีแล้วจนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า รวมไปถึงการต่อสู้ทำธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจช่วงโควิด คนปกติก็สู้ได้ แต่คนที่มีภาวะอย่างลูกตนแพ้ ที่ผ่านมาตนพยายามใช้ธรรมะบำบัดลูก พาไปปฏิบัติธรรม



หลายคนยังคงเศร้าและตกใจกับการจากไปของ “เจย์ ศุภกาญจน์ ปลอดภัย”ลูกชายของนักแสดงรุ่นใหญ่ “เจี๊ยบ กาญจนาพร ปลอดภัย” ที่ได้ตัดสินใจจบชีวิตตนเองด้วยการผูกคอกับราวบันไดบ้าน สาเหตุเบื้องต้นของการคิดสั้นลาโลก เนื่องจากป่วยเป็นไบโพล่าร์ต้องรับประทานยาเป็นประจำ คาดว่าน่าจะเกิดจากความเครียด จึงก่อเหตุสลดขึ้น

โดยในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทางญาติได้นำร่างอันไร้วิญญาณของ เจย์ ศุภกาญจน์ จากสถาบันนิติเวชเคลื่อนมายังบ้านย่านพัฒนาการ เพื่อทำการเชิญวิญญาณจากจุดเกิดเหตุ จากนั้นก็ได้นำศพมายังศาลา 28 วัดธาตุทองในเวลา 16.30 น. ตามลำดับ โดยไม่ได้มีพิธีรดน้ำศพ ซึ่ง เจี๊ยบ กาญจนาพร ผู้เป็นแม่ได้จุดธูป 1 ดอก พร้อมเคาะที่โลงเพื่อเป็นการบอกกล่าวลูกที่จากไปว่าตอนนี้ได้มาถึงวัดแล้ว ตลอดระยะเวลาที่กล่าวตามพระบอก นักแสดงรุ่นใหญ่สะอื้นไห้ตลอดเวลา

ซึ่งนอกจากคนบันเทิงโพสต์โซเชียลร่วมแสดงความเสียใจ อาทิ เข็ม รุจิรา, พลอย เฌอมาลย์, หนิง ปณิตา, เป๊ก สัณณ์ชัย, เต้ บรม - ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ต่างก็ยังทยอยส่งพวงหรีดมาร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก ส่วนคนบันเทิงที่มาร่วมงานในวันนี้ อาทิ ก้อง ปิยะ, ตู่ นพพล, เข็ม รุจิรา, เฟย ภัทร, พลอย หอวัง,แอริณ ยุกตะทัต ,โจ๊ก อัครินทร์

ด้านครอบครัว “ปลอดภัย” ประกบด้วย “เจฟ พรภูมิ ปลอดภัย” น้องชายคนเล็ก “จั๊มพ์ กมลรัตน์ ปลอดภัย”พี่สาวคนโต ได้เปิดเผยความรู้สึกกับสื่อมวลชนพร้อมคุณแม่ เจี๊ยบ กาญจนาพร ถึงการสูญเสียในครั้งนี้ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก โดยไม่ได้มีลางบอกเหตุแต่อย่างใด ทุกคนในครอบครัวเสียใจมาก ยอมรับส่วนหนึ่งมาจากการป่วยไบโพลาร์ที่รักษามานานเกือบ 2 ปี

เจฟ : “เขามีโรคประจำตัวอยู่ ก็รักษาตัวอยู่แต่สถานการณ์ต่างๆ มันไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไหร่ รวมถึงบ้านเมืองด้วย ก็สู้มาเต็มที่แล้ว”

เจี๊ยบ : “ทำให้ทุกอย่างมันแน่นไปหมดตั้งแต่โควิด เราก็ช่วยกันทุกอย่างเท่าที่เป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมา เพื่อที่จะประคองให้มันดีขึ้น แล้วก็ให้กำลังใจเขาว่าสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมามันไปได้ แต่เขาก็อยู่ในอาการ...”

เจฟ : “เขาเป็นไบโพลาร์ ก็รักษามาด้วยตัวยาที่รักษา อยู่ไปนานๆ ความคิดมันก็จะเริ่มกลับคืนมา ความจำต่างๆ ที่เคยทำไม่ดี ไม่ถูกไว้ มันจะมีความรู้สึกผิดอยู่ในตัวเยอะ แล้วมันก็คิดวนๆๆ ไปทุกๆ วันเป็นเวลาจะ 2 ปี”

เจี๊ยบ : “เขารักษาโรคนี้มาจะเกือบ 2 ปีแล้ว จนเขาเข้าสู่ความสงบ นิ่ง เฉย แล้ว มันก็เป็นกระบวนการการใช้ยาของโรคนี้ตามสเต็ป

จากโรคไบโพลาร์พัฒนาไปสู่โรคซึมเศร้า รวมถึงปัญหาธุรกิจจากสถานการณ์โควิด
เจฟ : “โรคมันขึ้นไปสู่จุดที่สูงที่สุดแล้วก็ลงมาจุดต่ำที่สุด (คือซึมเศร้า?) ครับ ถามว่าเขามีปัญหาทางธุรกิจไหม พูดตามตรงตอนนี้ทุกคนก็มีปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจกันหมดอยู่แล้ว เศรษฐกิจมันไม่ดี

เจี๊ยบ : “แต่การจัดการของคนปกติเขาก็จะจัดการได้ แต่การจัดการของคนมีอาการมันแพ้…มันแพ้ (สะอื้น) ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางครอบครัวเราก็ดูแลกันเต็มที่ เพียงแต่การก้าวเข้าไปอยู่กับเขา ประกบเขามันยากค่ะ คนในบ้านจะรู้ว่ายากที่จะประกบอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ได้แต่ชวนให้มาอยู่ด้วยกัน มาเป็นลูกน้อยของแม่ เขาก็บอกว่าได้เหรอ เราก็บอกได้ มาเลย แต่เขาก็เลือกของเขา ก่อนที่จะมาบ้าน เขาไปอยู่กับแม่ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. ไปปฎิบัติธรรม คือมันไม่มีอะไรบอกเลย พอมันวิบมาก็วิบเลย

ตอนที่เขาปฏิบัติธรรม พระอาจารย์บอกว่าเขาภาวนาดีมาก เราพาทำทุกอย่าง วัดข้างบ้านที่บ้านโป่ง เราก็พาไปขอขมา ยกธูปเทียนแพ เขาบอกอันนี้อะไรแม่ เจย์ไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะว่าอันนี้คือธูปเทียนแพ เอาไว้ขอขมา พอเขารู้เขาก็บอกเอาๆ เขาก็ขอขมาพระอัฐิธาตุ แปะทองพระ ขอพรพระ ที่หนองเสือแล้วก็มาที่บ้าน เขาก็ชี้พระแล้วถามว่าพระองค์นี้ชื่ออะไร เราก็บอก เราก็นั่งบอกแล้วก็บอกเขาว่าเราสามารถขอขมาพระพุทธเจ้ากับพระพุทธรูปได้เลยนะ ช่วงปีใหม่ทำไว้ก็ดีเหมือนกัน ก็จะเขาทำสิ่งดีๆ ให้เสริมบุญเขา”

“เจี๊ยบ กาญจนาพร” พยายามพา “เจย์” บำบัดด้วยธรรมะ
เจี๊ยบ : “ก็ต้อง นิดๆ หน่อยๆ ก็ต้องเก็บ ก็ยังเป็นภาพจำที่ดีก่อนที่เขาจะเป็นแบบนี้ อย่างน้อยเขาได้เก็บ เขาได้ไปปฏิบัติกับองค์อริยะ เป็นศิษย์หลวงตามหาบัว ที่วัดที่ศาลายา ที่วัดก็ยังชม พอจะออกจากวัดก็ไปถวายผ้าไตร เราบอกกับเขาว่าทุกปีเราควรจะถวายผ้าไตรนะ เขาก็ยินดีถวาย พระท่านก็บอกว่าผ้าไตรจะเก็บไว้ให้ลูกชาย ลูกชายต้องบวช เขาบวช แม่ไม่ได้อยากให้เขาบวช”

เจฟ : “เขาอยากจะบวชเองครับ”

เจี๊ยบ : “เราก็ตอบไปว่าเจ้าค่ะ เราดีใจ นั่นคือสิ่งที่เขาได้เก็บก่อนที่จะมีวันนี้”

ตลอดระยะเวลาเกือบ2ปี ที่ “เจย์ ศุภกาญจน์” ต่อสู้กับโรคอย่างเต็มที่แล้ว รวมถึงคนในครอบครัวเองก็พยายามกันอย่างเต็มที่
เจฟ : “มันเต็มที่แล้วครับ เราก็คุยกันอยู่เรื่อยๆ ให้กำลังใจกันมาเรื่อยๆ คอยพูดคอยบอก คอยอะไรต่างๆ เราเองก็ศึกษาเยอะ อ่านเยอะ พยายามกันอย่างเต็มที่ ตัวเขาเองก็สู้อย่างเต็มที่แล้ว”

เจี๊ยบ : “การพูดคุยกับเขา เราต้องหาข้อมูล โดยลูกชายจะเป็นคนหาแล้วมาถ่ายทอดให้แม่ว่าอันนี้บางทีต้องพูดอย่างนี้ มันเยอะ รายละเอียดมันเยอะมาก มันอยู่ที่ตัวเขาด้วย ตัวเขาเองก็มีความดื้อมาแต่ไหนแต่ไรแล้วคิดว่าตัวเองแข็งแรง เขาเอาอยู่ ปรากฎว่าโรคนี้มันไม่ใช่ มันเป็นการหลั่งสารเคมีในสมองที่มันเอาไม่อยู่”

ได้นำร่าง “เจย์ ศุภกาญจน์” ไปทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณที่บ้านก่อนจะนำร่างมาที่วัดเพื่อทำพิธีทางศาสนา
เจี๊ยบ : “เราก็สืบถามไปว่าควรทำยังไง เราก็ต้องทำ เพราะเขาจะเดินทางแล้วเราก็ต้องทำให้ถูกต้องทุกอย่าง หลังจากนี้ก็มีหน้าที่จิตภาวนาส่งให้เขารู้ถึงโทษทัณฑ์ เมื่อรู้แล้วก็หลุดจากโทษทัณฑ์ด้วยอะไร มันเป็นเรื่องของจิตภาวนา ไม่ใช่เรื่องของทำบุญทำทานแล้ว”

ท้ายนี้ “เจฟ” น้องชายได้เผยถึงอัฐิว่าอัฐิส่วนหนึ่งจะนำไปลอยอังคาร และอีกส่วนจะนำไปบรรจุที่วัดที่ เจี๊ยบ กาญจนาพร ไปปฏิบัติธรรม ที่ จ. ราชบุรี