xs
xsm
sm
md
lg

กู้ภัย ไม่หยุดค้นหา ไม่ถอดใจ จะพา “แตงโม” กลับบ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ครบ 24 ชั่วโมงแล้ว สำหรับการค้นหา “แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์” แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ชะตากรรม แม้ทีมกู้ภัยจะออกค้นหาจนมีอาการเหนื่อยล้า แต่ทุกคนก็สู้ตายปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดกำลัง

โดยล่าสุดเมื่อเวลา 22.15 น. อดีตนักแสดงชื่อดัง “โบ๊ท วิบูลย์นันท์” ซึ่งตอนนี้เป็นอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู และ “นายปิยะลักษณ์ ถิ่นแก้ว” หัวหน้าชุดปฏิบัติการ มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ออกมายืนยันว่าคืนนี้จะไม่หยุดค้นหาแตงโม คาดสาเหตุที่ยังไม่พบร่างเป็นเรื่องของอุณหภูมิ และการถูกพันธนาการ พร้อมฝากแจ้งคนที่บ้านอยู่ริมน้ำ หากพบอะไรที่น่าสงสัยสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่หรือสื่อมวลชนได้เลย

ปิยะลักษณ์ : “สันนิษฐานว่าจะเจอ แต่ยังไม่เจอ ทุกข้อความ ทุกข้อมูลที่ส่งมาให้เรา เราพยายามเคลียร์ชัดให้ แคลงใจตรงไหน น่าจะเป็น น่าจะใช่ เราประเมินหน้างาน เราปฏิบัติการได้ เราก็ปฏิบัติการให้ เราคือความหวังของคนทุกคน เพื่อที่จะได้พบแตงโมไวๆ เราเลยยังไม่มีความคิด ว่าเราจะหยุดปฏิบัติการ”

โบ๊ท : “ผมขอเล่ากรณีตัวอย่าง เมื่อ 20.00 น. บริเวณวันเขมาฯ มีคนแจ้งเบาะแสเข้ามา ก็ดำเนินการค้นหาแล้ว ก็ยังไม่พบ เราใช้เครื่องปฏิบัติการเรด้าโซน่า ที่ติดอยู่ที่เรือ เพื่อมองวัตถุใต้น้ำ ก็ยังค้นไม่เจอ ปรากฏเป็นกลุ่มก้อนที่นอนพับๆ รวมกัน การค้นหาค่อนข้างลำบากยาก ณ ปัจจุบันนี้ กระแสน้ำค่อนข้างแรง น้ำไหลเชี่ยวเป็นอุปสรรคสำคัญในการงมหา”

ปิยะลักษณ์ : “ก็ยืนยันว่า การกาหลักตอนนี้ คือการค้นหาผิวน้ำ ส่วนการค้นหาใต้น้ำ จะพิจารณาเป็นที่ๆ ไป ในพื้นที่ที่สามารถปฏิบัติการได้ ขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้วย เราค้นหาบริเวณผักตบชวา ซอกเรือ บริเวณโป๊ะต่างๆ ที่หลายคนให้เบาะแสมาทางโลกโซเชียล ก็ส่งเรือไปทั้งหมด ตอนนี้มี 7 ลำ เจ็ตสกีอีก 6-7 ลำ เราปูพรมค้นหา ตั้งแต่สะพานพระนั่งเกล้า จนถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า”

โบ๊ท : “ถามว่าเปอร์เซ็นต์พื้นที่ในการค้นหา จะบอกว่าแม่น้ำเจ้าพระยามีความลึก 20 กว่าเมตร กระแสน้ำมีการผันแปร ก็ตีไว้ 60 เปอร์เซ็นต์ที่เราค้นหา พยายามทุกพื้นที่ อาสาสมัครเองก็ไม่ได้นอนครบ 24 ชั่วโมง”

ปิยะลักษณ์ : “จากข้อมูลแรกที่เป็นข้อมูลลักษณะแบบสุ่ม จุดที่ตกผมตีเลยว่าเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ แต่เราก็ยังไม่พบ ส่วนข้อมูลภาพโดยรวม ผมเดินหน้าไปแล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ประมวลผลจากวงจร ไม่ต่ำกว่า 15 ชั่วโมง ใกล้จะ 24 ชั่วโมง ผมคิดว่าจากประสบการณ์ ร่างจะไม่อยู่ที่พื้นก้นแม่น้ำแล้ว อาจจะลอยขึ้นมาแล้ว มั่นใจว่าถ้าแตงโมตกน้ำ 24 ชั่วโมง ต้องลอยขึ้นมาไม่พ้นน้ำ ก็อยู่ระดับกลางน้ำ”

โบ๊ท : “ฝากถึงพี่น้องประชาชน ที่ได้เบาะแส ก็ฝากแจ้งสื่อมวลชนด้วย เราก็ช่วยกันทำงาน คนที่บ้านอยู่ริมน้ำ ถ้าหากพบอะไรที่ต้องสงสัย ก็แจ้งมาได้”

ปิยะลักษณ์ : “ถามว่าตรงวัดสร้อยทองได้เคลียร์หรือยัง ยังไม่ได้เคลียร์ทั้งหมด แต่เคลียร์ตามจุด ที่มีการสร้างเขื่อน มีโรงจอดเรือน มีมุมอับ มีการตรวจสอบแล้ว ตรงวัดสร้อยทองที่มีประวัติบ่อยๆ ก็เข้าไปตรวจสอบแล้วเมื่อเย็นที่ผ่านมา อยากเรียนให้ทราบว่า การค้นหาผิวน้ำ อุปสรรคคือเมื่อฟ้ามืด การมองเห็นระยะไกล กับกลางมันมันคนละเรื่อง”

โบ๊ท : “รอบ 17.00 น. ที่เราออกไปค้นหาตั้งแต่สะพานพระนั่งเกล้า จะถึงสะพานพระราม 8 เราใช้เรือ 9 ลำ ร่วมกับกองทัพเรือด้วย กรมเจ้าท่าตำรวจน้ำ เราเรียงหน้ากระดานค้นหา ก่อนที่แสงมันจะหมด ใช้เวลาค้นหา 1 ชั่วโมงกว่า ทั้งไปและกลับก็ยังไม่พบ ถ้าโดยธรรมชาติ คนที่ตกน้ำไม่ได้ถูกพันธนาการ ใน 24 ชั่วโมง ในความคิดพวกเราและหลักการ จะต้องลอยขึ้นมา

ปิยะลักษณ์ : “จากประสบการณ์ที่เราเคยเจอ สูงสุดเกือบ 3 วันที่ร่างยังไม่ขึ้น แล้วเราลงไปสัมผัสร่าง ร่างเย็นและแข็ง เริ่มมีกลิ่นแล้ว แต่ไม่ยอมขึ้นจากน้ำ ตอนนั้นคือน้ำเย็นมาก ลงไปนี่หนาวเลย”

โบ๊ท : “ปัจจัยหลักที่เราให้ไว้ มีอยู่ 2 อย่าง ก็คืออุณหภูมิ กับเรื่องของถูกพันธนาการ”

หัวหน้าทีมค้นหา : “หรืออาจจะไปอยู่มุมอับ เราอาจจะคลาดสายตา หรือไปอยู่ใต้ท้องเรือ ใต้โป๊ะ อันนี้ก็ทำงานลำบากเหมือนกัน”

โบ๊ท : “ตามเบาะแสที่ให้มา ตามเรือทราย เราก็ตามหาหมด ถามว่าจะยุติการค้นหาไหม…ยังครับ เราก็ยังปักหลักเฝ้ากันทุกคน ผมเชื่อว่าทุกคนมีความหวังแบบเดียวกันกับพวกเรา อยากจะพบร่างไวๆ 06.00 น.ครับ ผมจะอยู่ถึงตอนนั้นแหละ ช่วงเช้าทัศนวิสัยดีขึ้น เราจะปูพรมอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้เรานัดหมายพระอาทิตย์ขึ้นเมื่อไหร่ เราจะปูพรมหาอีกครั้งหนึ่งครับ”

ขณะที่ “ต่าย สายธาร นิยมกาญจน์” จิตอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู ก็ได้เปิดใจว่า “ยังไม่เจออะไร ข้างล่างก็มีเศษไม้ ถามว่าหลายกระแสบอกว่าเจอตรงนั้นตรงนี้ ไม่ใช่นะคะ เพราะต่ายไลฟ์อยู่ ต่ายอยู่บนเรือ ถ้าดูจากไลฟ์ของต่าย จะเห็นว่าสถานการณ์จริงๆ มันเป็นยังไง ถ้าเห็นถ้าเจอ เราก็จะได้เจอพร้อมกันกับสื่อมวลชนทุกสำนักเลย การออกไปค้นหามีเจ้าหน้าที่เป็นตะคริว เนื่องจากน้ำมีความเย็น คนหนึ่งเป็นตะคริวที่ขา ก็ปฐมพยาบาลเบื้องต้นกันไป ส่วนที่บริเวณวัดเขมาต่ายนั่งไลฟ์อยู่ตลอด ก็เลยไม่ทราบว่ามีกระแสตรงไหนบ้าง เราโฟกัสที่เจ้าหน้าที่ ไม่ได้อ่าน ไม่ได้ดูอะไรเลย ไลฟ์อย่างเดียว

ก็ยังมีความหวังว่าจะเจอ แต่ด้วยตอนนี้มันกลางคืน มันมืด มันเป็นอุปสรรค อีกอย่างน้ำเริ่มขึ้นแล้ว แต่ยังไงพวกเราก็ส่งพลังกำลังใจมา ก็ขอให้เจอในวันนี้ เจ้าหน้าที่หลายท่านวันนี้ ลงกันไม่ได้พักเลย ก็ค่อนข้างที่จะเหนื่อยล้า แต่ก็มีทีมซัปพอร์ตอยู่แล้ว

น้ำขึ้นก็มีผล โดยเฉพาะน้ำเย็น ก็จะทำให้เป็นตะคริว เป็นสองคนแล้ว แล้วถ้ากระแสน้ำแรง ก็ค่อนข้างอันตราย กลางคืนก็มองไม่เห็นอยู่แล้ว มองไม่เห็นว่ามีอะไรอยู่ใต้น้ำบ้าง”

ยันจะไม่ยุติการค้นหา
ยังไม่หยุดค่ะ ส่วนจะไปตรงไหน เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ คือแผนมันเปลี่ยนตลอดเวลา เปลี่ยนตามทิศทางลม เปลี่ยนตามกระแสน้ำ มันมีปัจจัยหลายอย่าง ที่ต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เราก็ไม่หยุดอย่างที่สื่อเห็น ไม่ได้พักไม่ได้หยุดกันเลย คุณลุงแถวนี้บอกว่าน้ำจะขึ้น 2-3 ทุ่มจนถึงพรุ่งนี้เช้า ต่ายก็คุยกับเจ้าหน้าที่ตรงๆ ด้วยประสบการณ์ก็น่าจะเจอนะ ยังไม่อยากใช้คำว่าขึ้น แต่กี่โมงเราไม่รู้ ในกรณีที่วันนี้ไม่ได้จริงๆ ก็อาจจะเป็นพรุ่งนี้ ต่ายเองก็จะอยู่จนกว่าจะเจอ

การค้นหายังค้นหาทั้งแบบผิวน้ำและใต้น้ำ แต่เขาจะดูตามหน้างานและสถานการณ์ ว่ายังพอจะลงไปได้ไหม และเจ้าหน้าที่ยังไหวไหม เพราะบางคนลง 4 รอบแล้ว และน้ำมันเย็น มันทำให้เกิดเป็นตะคริว ขึ้นเป็นลูกหนูเลย”









กำลังโหลดความคิดเห็น