“เอกชัย” เผยภาพติดตานาทีหนีตายน้ำป่าไหลหลากถล่มบ้าน เกิดขึ้นเร็วมาก ภายใน 4 นาที ดีที่ตื่นก่อน แว๊บหนึ่งคิดว่าถ้าตายในบ้านจะขี้เหร่มาก ต้องขึ้นหน้าหนึ่ง น้ำตาไหลหนีออกมาได้ รับทุเรศตัวเอง ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบ 40 ปี รีสอร์ต 15 ล้านไปทั้งแถบ ภูมิใจที่สุด “โนราห์” ได้ขึ้นทะเบียนยูเนสโกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เคยถูกนักวิชาการค้านจนตอกกลับไปว่าไม่เข้าใจก็อย่าโชว์โง่ ไม่สืบทอดก็อย่าดูถูก
หลังกรณีน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดพัทลุง จนทำให้ “เอกชัย ศรีวิชัย” ซึ่งกำลังนอนหลับอยู่ต้องวิ่งหนีตายจ้าละหวั่น ก่อนบ้านจมมิดในอีก 5 นาทีต่อมา พร้อมรถยนต์อีก 4 คันที่จอดอยู่บริเวณบ้าน เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดเอกชัยได้เผยว่านาทีนั้นรู้สึกทุเรศตัวเองมาก และคิดว่าหากตายไปในบ้านคงขี้เหร่มาก ตอนนี้ก็ยังเป็นภาพที่ติดตาอยู่
“ก็เป็นประสบการณ์ใหม่ ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เกิดขึ้นภายใน 3-4 นาที น้ำขึ้นถึงหน้าอก มันเร็วมาก ดีที่เราตื่นทันก่อน คือน้ำมันไม่ได้มาเงียบ มันมาแบบเสียงเซอร์ราวด์ ปึ้งปัง แล้วฝนก็ตกหนักด้วย มีลมพายุด้วย โชคดีที่วันนั้นเรานอนเปิดม่าน ปกตินอนปิดม่าน แล้วก็ไม่เปิดไฟที่ส่องลงไปในน้ำ ยกเว้นแต่เราจะนั่งปาร์ตี้ชิลๆ กันข้างนอก แต่วันนั้นเปิดสปอร์ตไลท์ส่องไว้ด้วย ไม่รู้นึกยังไง แล้วก็เห็นเลย มันมาเร็วมาก แล้วก็เป็นน้ำขุ่นแดงน่ากลัวมาก เป็นภาพติดตาเลย
แล้วเราเพิ่งรู้ ว่าประตูกระจก เวลาน้ำท่วมมันเปิดไม่ได้ สไลด์ก็ไม่ออก ผลักก็ไม่ออก เราต้องใช้แขนกระแทก แล้วพอกระแทกเสร็จปุ๊บ เราต้องหลุดออกไป เพราะน้ำมันตีเข้ามา พอวิ่งออกมาจะถึงอกแล้ว แล้วรถจอดอยู่บนเนิน แต่ดันจอดเอาหัวเข้าบ้าน ก็ต้องถอย ก็ถอยแบบน้ำไล่ตามหลัง เหมือนหนังเลย
เป็นนาทีหนีตาย คิดว่าถ้าตายในบ้านจะขี้เหร่มาก โคลนพอกเต็มตัว กางเกงต้องหลุด แล้วมันจะต้องหดเหลือเล็กนิดเดียว ผมก็ไม่ได้ไดร์ รองพื้นก็ไม่ได้แต่ง เละเทะมากเลย มันเป็นความคิดที่ไม่ใช่คิดแว๊บหนึ่งนะ คิดตลอด (หัวเราะ) คิดเลยว่าถ้าตายในนั้น มันต้องขึ้นหน้า 1 แน่เลย ‘เอกชัยโดนน้ำป่าถล่มตายคาบ้าน’
ตอนออกมาได้เราน้ำตาไหลเลยนะ วันนั้นอยู่คนเดียวด้วยไง ไม่มีลูกน้อง ไม่มีใครอยู่ ที่น้ำตาไหลมันไหลเพราะเราทุเรศตัวเอง เสื้อผ้าเราเปียกหมดเลย ฝนก็กระหน่ำ ตอนถอยรถออกมามันก็ถอยได้ไม่ตรง เพราะถนนมันโค้ง มันก็ลงข้างโน่นข้างนี้ ไฟก็มองไม่เห็น มันสมเพชตัวเอง ว่ากูต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เหรอ
ก็เรียกว่าทุลักทุเล พอวันรุ่งขึ้นก็ตัดสินใจว่าไม่อยู่แล้ว…กลับ แต่ว่าชาวบ้านเกือบ 200 คนในคืนนั้นมาช่วยกัน แล้วทุกคนก็มาช่วยกัน บอกว่าไม่เอานะ อย่าถอดใจ ต้องอยู่ที่ต่อ ก็เลยใจง่ายอยู่ต่อ”
ข้าวของเสียหายหมด ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบ 40 ปี
“เสียหายทุกอย่างเลยครับ ยกเว้นโครงสร้าง นาฬิกา 2 เรือน แล้วก็มีสร้อยที่ยังอยู่ เพราะเราถอดแล้วพันไว้กับเชิงเทียน แต่พระก็คงกินน้ำไปหลายอึกแหละ ตอนที่ออกไปเราก็มีแค่รถแล้วโทรศัพท์เครื่องเดียวครับ ถ้าให้ตีเป็นมูลค่าความเสียหายทั้งหมด ก็หลายตังค์อยู่ เพราะพังหมดเลย เคลียร์อยู่เป็นอาทิตย์ครับกว่าจะเสร็จ เพราะโคลนมันถึงหน้าแข้งเลย ชาวบ้านแถวนั้นบอกว่า ในรอบ 40 ปีเขายังไม่เคยเห็นเลย บางคนบอกว่าเกิดมา 50-60 ปี ยังไม่เคยเห็นมันแรงขนาดนั้น มันเคยแรงแบบนี้ครั้งเดียว ตอนปีพ.ศ.2524 แล้วมาเจอช่วงที่เรากลับบ้านพอดี อีกครั้งหนึ่งก็น่าจะอีก 40 ปี พี่จะรอไหม
บ้านอื่นเสียหายมาก คือบ้านเรามันอยู่ติดกับน้ำตก มันเป็นแบบภูเขา แล้วก็น้ำตก แล้วก็บ้านเราเลย ส่วนข้างล่างมันก็จะเป็นอีกชั้นหนึ่ง มันแรงกว่าบ้านเราอีก รีสอร์ต 15 ล้านไปทั้งแถบเลย”
ขำๆ ลูกชายร้องไห้ ทิ้งให้อยู่คนเดียว
“ตอนนี้ก็ยังอยู่บ้านหลังนี้ หลังนี้เป็นบ้านของลูกชาย แต่วันที่เกิดเหตุมันไม่อยู่ มันรู้ มันให้กูอยู่คนเดียวด้วย วันรุ่งขึ้นมันก็มาหานะ มาถึงก็ร้องไห้ ร้องทำพ่อมันเหรอ (หัวเราะ)”
ภูมิใจที่สุด “โนราห์” ได้ขึ้นทะเบียนยูเนสโกเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ลั่นเคยมีนักวิชาการออกมาค้านจนตอกกลับไม่เข้าใจแล้วโชว์โง่ ไม่สืบทอดก็อย่าดูถูก
“หลายคนอาจไม่รู้ว่า ท่านรัฐมนตรี นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เป็นต้นเรื่องปลุกกระแสเรื่องนี้ ผมจำได้ว่าตอนนั้นมีหลายท่านออกมาคัดค้าน ไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ใช่ของคนไทย เพราะเล่นกันไปทั่วอาเซียน ชาวลาว เวียดนาม ก็เล่น คือเรื่องพระสุธน มโนราห์ เลยพูดว่าให้นักวิชาการคนนั้นกลับไปคิดใหม่ คือเข้าไม่เข้าใจแล้วมาโชว์โง่ โนราห์ของเราที่ได้รับ คือโนราห์ต้นฉบับ คือพ่อขุนศรีศรัทธา องค์ปฐมโนราห์ ที่เวียงตาบางแก้ว เจ้าเมืองพัทลุง นั่นคือตำนาน ไม่ใช่นางกินรีและพระสุธน มโนราห์ คนละเรื่องกัน ผมต่อสู้เรื่องนี้มาตั้งแต่เข้าวงการ วันนี้มันเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ ผมไม่รู้ว่าใครคิดอย่างไร แต่ผมอยากให้มีการเฉลิมฉลอง
ถามว่ากี่ปีถึงจะมีวันนี้ ก็ตั้งแต่ตั้งต้น ผมเกิดมาผมก็รู้จักโนราห์ พ่อผมเป็นโนราห์ ผมอายุ 60 ปี เราอยู่กับโนราห์มาตลอด และลูกศิษย์ที่ผมสร้างมา 99.99 เปอร์เซ็นต์ ทุกคนรู้จักโนราห์ ก็น่าจะต่อสู้เรื่องนี้มาประมาณ 10 กว่าปี ผมไม่ใช้คำว่าส่งเสริม แต่มันเป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่สืบทอดไม่เป็นไร แต่อย่าดูถูก เพราะมันคือการดูถูกบรรพบุรุษของคุณนั่นเอง ถ้าผมคิดผิดก็กราบขออภัย แต่ผมอยากเห็นวัฒนธรรมของไทยเดินก้าวต่อไปได้ ผมเชื่อว่าคนไทยรักในสิ่งที่เราเป็น วันนี้ภูมิใจที่สุดครับ”


