เพราะความที่ผู้เขียนไม่เล่นเฟชบุ๊ก เรื่องหนึ่งซึ่งทำให้กลายเป็นคนที่เสมือนอยู่กับโลกคนละใบกับคนส่วนใหญ่คือข่าวคราวความเคลื่อนไหวสำคัญๆ ของคนรู้จัก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการเสียชีวิต!
สัปดาห์ที่แล้วขณะกำลังเดินอยู่ข้างถนน จู่ๆ ผู้เขียนหวนคำนึงถึงพี่แดง – วีระศักดิ์ สุนทรศรี หนึ่งในสมาชิกวงดนตรีเพื่อชีวิต ‘คาราวาน’
ตอนที่แวบครุ่นคิดถึงพี่เขานั้นยังตั้งคำถามกับตัวเองว่าสุขภาพแกเป็นอย่างไรบ้าง ยังดื่มอยู่หรือเปล่า หรือเลิกไปนานแล้ว
กระทั่งมาเห็นข่าวในผู้จัดการออนไลน์ อาลัย วีระศักดิ์ สุนทรศรี
แน่นอนว่าผู้เขียนรู้ข่าวช้ากว่าคนอื่นน่าจะเกินสองวัน
ไม่ถึงกับใจหายวูบเพราะพอจะเข้าใจในสัจธรรม กระนั้นก็รู้สึกสูญเสียกับการจากไปของพี่ที่เคยให้ความอารีอารอบต่อกันมายาวนานหลายปี
สมัยเด็กผู้เขียนฟังเพลงลูกทุ่ง สตริง แล้วก็เพลงสากล จนต่อเมื่อมาเริ่มอ่านหนังสือจึงเชื่อมต่อไปสู่การรู้จักเพลงอีกแขนงหนึ่งซึ่งตอนนั้นยังไม่เรียกเพลงเพื่อชีวิต รู้จักเพียงวงคาราวาน
ดูเหมือนว่าคาราวานคือแรงผลักสำคัญประการหนึ่งซึ่งทำให้ผู้เขียนเปลี่ยนชีวิตมาสู่ปัจจุบัน
การได้รับโอกาสให้เข้ามาทำงานขีดๆ เขียนๆ ในเมืองหลวง ช่วงชีวิตหนึ่งจึงพบเจอกับไอดอลอย่างพี่แดง คาราวาน โดยขณะนั้นนอกจากเล่นดนตรี พี่แกยังเป็นคอลัมนิสต์ ส่งผลให้เราเริ่มพูดคุยกันถูกคอ
สมาชิกคาราวานผู้เขียนสนิทกับพี่แดงมากที่สุด กินด้วยกัน เที่ยงต่างจังหวัดด้วยกัน หลายครั้งต่างแสงดทัศนะทางการเมืองแบบพี่น้อง
วันหนึ่งซึ่งจำไว้กลางอก พี่แดงมาหาผู้เขียนพร้อมย่ามประจำกาย ล้วงเอาเทปคาสแซ็ทของวงดนตรีฝรั่งหลายม้วนซึ่งเป็นของรักของสะสมยื่นให้
“ฉันไม่มีอะไรให้แก เก็บไว้ดีๆ นะ” ยังจำทุกถ้อยคำและสุ้มเสียงนั้นจนทุกวันนี้
ในสถานการณ์ยากลำบาก ทั้งกับส่วนรวมและส่วนตัว ผู้เขียนไม่ได้ไปส่งพี่แดงยังวัด ทว่าขอระลึกถึงพร้อมกราบอาลัยพี่ผ่านคอลัมน์นี้ด้วยมิตรภาพอันไม่เคยลืมเลือน