xs
xsm
sm
md
lg

“บิวกิ้น” เล็งอีก 10 ปีสร้างพิพิธภัณฑ์ของรักจากแฟนคลับ รู้สึกไม่ดีถูกคนคุกคามหาผลประโยชน์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“บิวกิ้น” น้ำตาซึมซึ้งใจแฟนคลับมอบของขวัญวันเกิด ประทับใจแฟนๆ เห็นคุณค่าและงานของตน บอกตอนนี้ต้องอุทิศโกดังที่บ้านเป็นที่เก็บของที่แฟนคลับมอบให้ เล็งอีก 10 ปีสร้างบ้านทำพิพิธภัณฑ์ รู้สึกไม่ดีมีกลุ่มคนบางส่วนคุกคามหาผลประโยชน์คนที่ชื่นชมตน

อายุครบ 22 ปีเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ “บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” โดยวันเกิดปีนี้เจ้าตัวถึงกับออกปากว่าเป็นวันเกิดที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา ทำตนแฮปปี้ ซาบซึ้งใจที่แฟนคลับมอบความรักให้มากมายขนาดนี้

“แฮปปี้ครับ มันยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เราโตขึ้นทุกปีด้วย จากปีที่แล้วถึงวันนี้ เราก็ดีใจที่มีคนรักคนชื่นชอบเรา ชอบสิ่งที่เราทำเพิ่มมากขึ้น เราดีใจที่มีคนเห็นคุณค่าในความเป็นตัวเรา เห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ ขอบคุณที่รักและซัปพอร์ตผม ยิ่งมีมากขึ้น เรายิ่งดีใจ เราพยายามพัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้าน ทั้งทำเพลง การแสดง และด้านอื่นๆ ขอบคุณทุกคนที่ร่วมเดินทางด้วยกันมาตลอด”

น้ำตาซึมแฟนคลับตั้งใจทำเพลงให้ลงยูทิวบ์
“เราดูแล้วน้ำตาซึม เขาใส่ใจในรายละเอียดของชีวิตเรา ผมเป็นคนที่อินกับเรื่องของความทรงจำ เราดีใจ เราแฮปปี้ที่มีคนมาเป็นกำลังใจให้เรา เขาช่วยผมในทุกอย่าง ไม่ว่าจะทำอะไร เขาเหมือนคนที่ซัปพอร์ตเราทุกๆทาง ทำให้เราเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน”

ประทับใจแฟนคลับทุ่มทุนโดเนทร่วมบุญกันถึง 1.3 ล้าน
เราประทับใจหมดเลยไม่ว่าเขาจะทำอะไรให้เราในรูปแบบไหน แค่เขาชื่นชอบเรา ชื่นชอบงานที่เราทำ ก็เป็นกำลังใจให้เราแล้วนะ เราไม่ได้ดูที่ตัวเงินว่ามีคนมาบริจาคให้เราเท่าไหร่ถึงแสดงว่าเขารักเราเยอะ การที่คนที่โดเนทเราก็ถือว่าเขาให้คุณค่ากับเรา เขาให้คุณค่าเรา เราเองก็ให้คุณค่ากับเขาทุกๆ คนเหมือนกัน”

ตระเวรตามเก็บโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่แฟนๆ ทำให้
“ไปเก็บมาครับ ไปไล่เก็บป้าย จะมีพี่ผู้จัดการไปไล่ดูว่ามีป้ายเราอยู่ที่ไหนบ้าง ขึ้นวันไหน ขึ้นถี่แค่ไหน แล้วถ้าเราจะไปถ่ายรูปกับป้ายมาเวลาไหนถึงจะสวย เราไม่เคยคิดเลยว่าเราจะได้มีโอกาสมาอยู่ในวงการอะไรแบบนี้ ผมว่ามันเป็นกำไรชีวิตมากๆ

ของขวัญเยอะมากครับ มีพี่ๆ ที่นาดาวเป็น 10 คนมาช่วยดูแล ช่วยแยกของให้ มีทั้งมาจากแฟนคลับที่ไทยและต่างประเทศ เครียดเลยครับตอนดู มันเยอะจนเรารู้สึกว่าเราคงจะใช้มันไม่ทัน แล้วก็เสียดาย ของที่เขาให้มามันไม่ได้มีมูลค่าแค่ตัวเงินแต่มันมีมูลค่าทางจิตใจที่เขาตั้งใจจะให้เรา พูดตรงๆ ผมจะเก็บอะไรต่างๆ ที่เป็นความทรงจำดีๆ ของผม ถ้าคนเขียนการ์ดมาให้ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ามา ผมจะเก็บหมด ผมจะแบ่งเป็นกล่อง เป็นงานไว้ จริงๆ ก็ยังไม่เคยย้อนกลับไปอ่านหรอกนะ แต่ถ้าเก็บไว้จนถึงตอนแก่แล้วเอามาเปิดอ่านก็คงจะแฮปปี้ที่ได้อ่านมัน”

ตอนนี้ที่บ้านไม่มีที่เก็บของขวัญจากแฟนคลับแล้ว แพลนอีก 10 ปี ทำบ้านใหม่ไว้เก็บของขวัญจากแฟนคลับ แล้วทำเป็นพิพิธภัณฑ์
“ที่บ้านผมเก็บไม่หมดแล้ว ถ้าเป็นของที่มันเป็นความทรงจำของผม ผมเอาขึ้นกระบะขนไปที่บ้านแล้วทีนึง เราทิ้งไม่ลง แต่บ้านเราก็ไม่ได้เป็นคฤหาสน์ใหญ่โต เรารู้สึกว่าห้องเราก็เล็กนิดเดียวจะไปเบียดเบียนห้องคนอื่นเราก็เกรงใจก็เลยฝากเอาของไปเก็บไว้ที่โรงงานที่บ้าน อีก 10 ปีเรามีบ้านใหม่ ค่อยทำเป็นพิพิธภัณฑ์

มองถูกแฟนคลับคุกคามมาจากเจตนาดีมากกว่าไม่ดี คงระวังตัวมากขึ้นแต่ยังใช้ชีวิตตามปกติ
“ผมว่าส่วนนึงมันอาจจะเกิดจากส่วนนึงแล้วเราโตขึ้น มันก็มองได้หลายมุม ผมว่ามีหลายส่วนนะคนที่เข้ามาคุกคาม บางคนอาจจะมีเจตนาดีแต่เขาอาจจะลืมนึกถึงเรื่องการคุกคามตรงนี้ไป เพราะจริงๆ ข้างในมันจะมีส่วนนึงของคนที่เจตนาดี เราอาจจะต้องปรับจูนกันมากกว่า ก็ปรึกษากับพี่ๆ มากกว่าว่าเราจะบอกเขายังไงดีว่าทำแบบนี้ไม่ดีนะ

แต่เราเข้าใจและเราก็ขอบคุณที่เขามีเจตนาดีกับเรา กับอีกส่วนนึงที่จริงๆ แล้วเขาก็ พูดง่ายๆ ก็เจตนาไม่ดีแหละ เหมือนว่าเอาความเป็นส่วนตัวหรือเอาอะไรบางอย่างของเราไปแสวงหาผลกำไร จริงๆ ทางบริษัทนาดาว มิวสิค และ นาดาว บางกอก ก็สกรีนเรื่องพวกนี้ให้ผมอยู่แล้ว ผมไม่เล่นทวิตเตอร์ไง ก็จะไม่รู้เรื่องราว พี่ๆ เขาก็จะคอยดูแล คอยบอกเราอยู่แล้ว ก็อาจจะมีการดำเนินคดีบ้างกับการที่เขามาคุกคามเราโดยที่เขามีเจตนาที่ไม่ดี

สำหรับผมคนที่มีเจตนาไม่ดี ก็นิดนึงว่ามันอาจจะต้องทำให้เราระวังตัวมากขึ้น เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะเอาข้อมูลส่วนตัวของเราไปทำอะไร แต่ถ้าคนที่เจตนาดี ถ้าพูดในมุมความเป็นส่วนตัวของเราน้อยลง คนที่เขาชื่นชอบเราแล้วเข้ามาหาเรา รู้จักเรา ผมว่าเรื่องนี้มันไม่ได้ทำให้ชีวิตเรายากขึ้นหรอก เรารู้สึกดีใจมากกว่าที่มีคนเจอเราและจำเราได้ หรือให้คุณค่ากับงานที่เราทำ เหมือนว่าเห็นตัวเราแล้วไปรีมายด์ถึงสิ่งนั้น เราก็แฮปปี้มากกว่า ถ้าเขาไม่ได้มาล้ำเส้นหรือมาคุกคามสิทธิ์ของเรา

ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยมี เพราะผมก็ไม่ค่อยออกจากบ้านด้วย อยู่บ้านผมก็เรียนออนไลน์ ประชุมก็ zoom ตั้งแต่มี work from home เราก็สงบขึ้น ผมว่าทุกๆ คนก็อยู่บ้านกัน”

รู้สึกไม่ดีมีกลุ่มคนบางส่วนหาผลประโยชน์คนที่ชื่นชมตน
“ก็รู้สึกไม่ดีแหละครับ พูดตรงๆ ก็คงเซ็งแหละ สิ่งนี้มันเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลของเรา แล้วเราก็รู้สึกว่ามีคนไปแสวงหาผลกำไรกับสิ่งนี้ของเรา ก็เซ็ง บางทีเราก็แบบทำไมถึงมามีเจตนาแบบนี้กับเรา

“มันก็ไม่ดี ผมว่ามันคือการคุกคามสองทางเลย เหมือนว่าหากินกับคนที่เขามีเจตนาที่ดี แล้วก็มาเบียดเบียนเราเพื่อที่จะไปหากินกับคนที่มีเจตนาดี มันก็ไม่ควร เราอยู่ในสังคมควรจะเคารพสิทธิ์กันและกันและให้เกียรติกันและกัน”