จากกรณีที่รายการข่าวสามสี ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับมาตรการควบคุม วงการบันเทิงของประเทศจีน หรือกฎหมายชิงหลาง เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา โดยพาดหัวข่าวว่า “จีนผุดนโยบายปฏิวัติวัฒนธรรม แบนหนุ่มหน้าหวาน-ไม่สมชาย ห้ามปรากฏตัวออกสื่อ” และนำภาพของศิลปินดาราชื่อดังในวงการจีนหลายท่าน อาทิ หวังอี้ป๋อ, เซียวจ้าน, หยางหยาง, เติ้งหลุน, หลัวอวิ๋นซี และ เฉินเฟยอวี่ มาใช้ประกอบข่าว ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ถึงแม้พิธีกรจะมีการพูดแล้วว่าศิลปินในภาพ ไม่ได้ถูกแบน เพียงแค่ยกตัวอย่าง ว่าเป็นศิลปินหน้าหวานเฉยๆ แต่ในตอนท้ายกลับพูดต่อว่า “แต่ก็ไม่แน่นะ เพราะนี่ก็เป็นศิลปินในจีนเหมือนกัน” ทำให้เหล่าแฟนคลับของศิลปินดังกล่าว รู้สึกไม่พอใจ และไม่สบายใจเป็นอย่างมาก เพราะอาจจะทำให้เกิดความสับสนเข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของศิลปินโดยตรงได้
จึงเกิดเป็นประเด็นร้อนจนติดเทรนด์ทวิตเตอร์ ผ่านแฮชแท็ก #แบนข่าวสามสี เพื่อเรียกร้องให้ทางรายการและสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ออกมาขอโทษกับการนำเสนอข่าว ที่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง บอกเลิกได้เลิกนะ หยิบข่าวตามโซเชียล มาอ่านผ่านจอทีวี
และจากกระแสกดดันที่เกิดขึ้น ทางรายการก็ได้ร่อนหนังสือขอโทษเรียบร้อยแล้ว ผ่านทั้งเพจเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ก่อนต่อมาจะให้พิธีกรายการขอโทษออกอากาศอีกครั้งผ่านหน้าจอทีวี โดยเนื้อหาในหนังสือขอโทษ ได้ระบุข้อความว่า
“ประกาศขอน้อมรับทุกคำติเตียนและขออภัยเป็นอย่างสูง เรื่องการนำเสนอข่าว “จีนผุดนโยบายปฏิวัติวัฒนธรรม แบนหนุ่มหน้าหวาน ห้ามปรากฏตัวออกสื่อ” ด้วยทางรายการข่าวสามสี ได้นำเสนอข่าว ‘จีนผุดนโยบายปฏิวัติวัฒนธรรม แบนหนุ่มหน้าหวาน ห้ามปรากฏตัวออกสื่อ’ ออกอากาศทางช่อง 33 เมื่อวานที่ 6 กันยายน 2564
ทางรายการต้องขออภัยเป็นอย่างสูงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ข่าวดังกล่าวได้กระทบกับความรู้สึกของแฟนคลับศิลปินจีนจำนวนมาก และต้องขออภัยที่ไม่ได้ตรวจสอบไปยังข่าวต้นฉบับของทางการจีน
ผู้ผลิตรายการข่าวสามสีขอยืนยันว่าทางรายการไม่ได้มีเจตนาจะกล่าวอ้างว่านักแสดงที่นำภาพมาประกอบเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข่าว อย่างไรก็ตามทางผู้ผลิตรายการข่าวสามสีไม่ได้มีเจตนาที่จะสร้างความเสียหายใด ๆ กับตัวศิลปิน
ทางรายการขอน้อมรับความผิดพลาดที่ไม่เหมาะสมต่อการกระทำในครั้งนี้และขออภัยต่อศิลปิน ต้นสังกัด รวมถึงแฟนคลับ และผู้ชมรายการทุกท่าน เป็นอย่างสูงและทางรายการข่าวสามสีจะนำคำติเตียนในครั้งนี้มาแก้ไขเพื่อพัฒนางานให้ดีขึ้นต่อไป
บรรณาธิการข่าวสามสี”


