xs
xsm
sm
md
lg

คำตอบและเสียงสะอื้นจากคนใน หลัง "นายกทิพย์" ถาม ทำไมต้องมีงบฯ ให้กรมหม่อนไหมขนาดนี้?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เป็นเรื่องที่ได้รับการพูดถึงไม่น้อยจากกรณีที่เพจ The Momentum ได้มีการเผยแพร่คำสัมภาษณ์ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ออกมาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม เวลา 19:00 น.

โดยทางเพจได้ระบุถึงเหตุผลในการสัมภาษณ์อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ว่าเป็นเพราะอยากจะเห็นมุมมองของเจ้าตัวว่าคิดอย่างไรในวันที่สังคมไทย ‘สิ้นหวัง’ ถึงขีดสุดจากสถานการณ์โรคระบาดที่รุมเร้า และมองไม่เห็นอนาคต และหากเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี แทนนายกฯ คนปัจจุบัน อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่จะทำอะไรในเวลานี้ในฐานะ ‘ผู้นำ’

ทั้งนี้ในการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เองได้มุ่งวิจารณ์ถึงการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน โดยข้อความส่วนหนึ่งได้มีการพาดพิงไปยัง ‘กรมหม่อนไหม’ ซึ่งข้อความส่วนนี้เจ้าตัวระบุว่า...

"หากจะแก้ปัญหาเรื่องการจัดสรรงบประมาณ ผมมองเป็นเรื่องยาก เพราะหลายปัญหา มันคงอยู่ด้วยอำนาจที่ค้ำยันมาอย่างแข็งแรงมาก ผมยกตัวอย่างสนุกๆ คุณรู้ไหมประเทศไทยมีส่วนราชการที่ชื่อว่า ‘กรมหม่อนไหม’ กรมนี้มีงบประมาณ 560 ล้าน คุณลองคิดแล้วหาคำตอบให้ผมทีว่าทำไมประเทศไทยต้องมีงบฯ ให้กรมหม่อนไหมมากขนาดนี้"

"ถ้าเทียบกับกรมปศุสัตว์ที่ดูแลทั้งหมู ม้า แกะ แพะ วัว นมวัว เนื้อวัว ไก่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปากท้องของประชาชน แต่มีงบประมาณเพียง 5,840 ล้าน แต่กรมหม่อนไหม ได้รับงบประมาณมากกว่า 560 ล้านบาท แล้วหากคุณลองไปดูต่อก็จะพบว่ากรมหม่อนไหมนั้นไปส่งเสริมเชิงวัฒนธรรมให้กับคนบางกลุ่มได้ผลประโยชน์ อาจะไม่ใช่เชิงเศรษฐกิจ แต่ในเชิงของการสร้างอำนาจ กรมนี้จึงคงอยู่และได้งบประมาณสูงขนาดนี้"


แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็ทำให้หลายคนมองว่าอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั้นแสดงความเห็นเพื่อต้องการที่จะตีวัวกระทบคราดไปยังสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากกรมหม่อนไหมนั้นตั้งขึ้นโดยพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนั่นเอง
ขณะที่ในเวลาต่อมาที่แฟนเพจ "ผึ้ง ณ. ขวัญข้าว" ซึ่งระบุว่าตนเองทำงานอยู่ในสังกัด "กรมหม่อนไหม" ก็ได้มีการโพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้และได้รับการส่งต่อไปในวงกว้าง โดยระบุว่า...

"เมื่อวานได้ข่าวสะเทือนใจคนทำงาน ตอนแรกก็แชร์เพราะรู้สึกอยากระบายอยากให้เข้าใจ แต่พอมาคิดซักพักสิ่งที่เราทำมันเป็นการเพิ่มยอดแชร์ให้คนๆนั้น ตัดสินใจลบ... อย่าให้ค่าและราคาเขาอีกเลย(ขีดเส้นใต้ว่าตลอดกาล)

หน่วยงานเล็กๆ ที่มีหน้าที่ดูแลกลุ่มคนที่ไม่มีใครให้ความสนใจโดยเฉพาะจากนักการเมือง ถูกหยิบออกมาสร้างวาทะกรรม เสียดสีหวังให้สะเทือน​ถึงดวงดาว จนลืมไปว่า... สิ่งที่พูดนั้นมันทำให้เห็นถึงจิตใจ​ที่แท้จริงของผู้พูด

หน่วยงานเล็กๆ​ที่งบประมาณ​ถูกตัดลงทุกปีๆ มีคำอธิบายว่าต้องการให้เป็นหน่วยงานตัวอย่างที่ใช้งบน้อยแต่สามารถทำงานได้ คนทำงานกัดฟันตั้งใจทำงาน ใช้สรรพกำลังกาย​ ใจ​ สมอง ทำงานให้เต็มความสามารถ เพราะเราจะไม่ทอดทิ้งเกษตรกรแม้แต่คนเดียวให้อยู่เพียงลำพัง

ไม่ใช่แต่การอนุรักษ์​วัฒนธรรม แต่เป็นการรักษาสมบัติภูมิปัญญาของชาติ ที่เกี่ยวพัน​ไปถึงหลากหลายมิติ ให้มีอยู่มีกินมีรายได้ แม่ๆป้าๆ​บอกเราเสมอว่า ที่มีอยู่มีกินมีเงินส่งลูกเรียนสูงๆ ล้วนมาจากผ้าไหมผืนงามที่ทอขึ้นมา

อาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ไม่ใช่ได้แค่ผ้าไหม แต่ยังมีทั้ง​อาหาร​ ยารักษาโรค​ เครื่องสำอา​งค์​ประทินผิว และอื่นๆอีกมากมาย ที่นำมาซึ่งรายได้ของคนที่เป็นเกษตรกร​ ไปจนถึงการสร้างรายได้และสร้างอาชีพให้กับคนในเรือนจำ

และเส้นไหมเล็กๆนี่แหล่ะที่ช่วยชีวิตคนในห้องผ่าตัดยื้อชีวิตจากความตาย!

หน่วยงานนี้มีมาตั้ง​ 100​ ​ปี ถูกยุบบ้างพองบ้างตามการเมือง แต่งานก็ยังคงทำอยู่ไม่เคยเกี่ยงงอนใดใด

การทำงานท่ามกลางความขาดแคลน ต้องใช้หัวใจและกำลังใจในการทำ หลายครั้งควักไส้ควักพุงควักหัวใจตัวเองด้วยความเต็มใจ ออกไปทำงานออกไปสอนชาวบ้าน แค่อยากให้เขามีความรู้มีชีวิตที่เป็นอยู่ดีขึ้น

นักการเมืองนักธุรกิจ คงไม่เคยรู้...เบื้องหลังผ้าไหมผืนงามที่สวมใส่ประดับบารมี​ มีความหวังมีความตั้งใจของหลายๆชีวิตอยู่ในนั้น ชีวิตเล็กๆ​ ที่มักจะถูกหยิบยกมาสร้างวาทกรรมต่างๆ​นานา และสัญญา​ว่าจะทำให้คนรากหญ้ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เราเชื่อว่าเขามีความเก่งมีความสามารถ ถ้าเขาเอามาช่วยพัฒนาให้มันดีขึ้นมันต้องดีอย่างมากมายมหาศาล ดีกว่าการพูดเพื่อให้เกิดผลสำฤทธิ์​บนความแตกแยก

แม้ว่าในใจมีคำพูดเป็นล้านๆคำ แต่ก็ช่างแมร่งมันเถอะ ทำงานของตัวเองไปให้ดีที่สุด และเราเชื่อว่าพี่น้องในกรมของเราก็คิดแบบเดียวกัน

กรมที่ฉันอยู่ชื่อ​"กรมหม่อนไหม" เป็นหน่วยงานที่แทบจะไม่มีการเปิดสอนวิชาใดใดที่เกี่ยวข้อง ทุกคนต้องมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง วิจัยและพัฒนา​ให้มันดีขึ้น นักวิชาการเกษตรที่ต้องปลูกหม่อนเลี้ยงไหม​ ปรับปรุงพันธุ์​ ​สาวไหม​ ย้อมสี​ ทอผ้า​และแปรรูปเป็น!​ ทั้งๆที่จบเกษตรแต่ต้องมีความรู้ทั้งทางสิ่งทอ​ อาหาร​ วิศวกรรม​ อุตสาหกรรม​ ไปจนถึงการแพทย์!

ผ้าไหมผืนหนึ่งหาใช่แค่ถักทอเส้นใย หากแต่ถักทอชีวิตและความเป็นอยู่ของคนที่เป็นประชาชนเข้าไปด้วย"

สำหรับกรมหม่อนไหมนั้น เดิมเรียกว่า "กรมช่างไหม" ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2446 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งในอดีตให้ความสำคัญเรื่องไหมเป็นอย่างมาก แต่ในระยะต่อมาได้มีการยุบกรมดังกล่าวเข้ารวมเป็นกอง ในสังกัดกรมกสิกรรม

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ จึงได้มีการยกฐานะสถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ ในขณะนั้นสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดตั้งเป็น "กรมหม่อนไหม" ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาในเรื่องของหม่อนไหมและเส้นใยต่างๆ

ทั้งนี้ กรมหม่อนไหม แบ่งการบริหารออกเป็นหน่วยงานในส่วนกลาง 4 สำนัก 2 กลุ่ม หน่วยงานที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคประกอบด้วยสำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ 5 สำนัก และ ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ 21 ศูนย์ ทั่วประเทศ













กำลังโหลดความคิดเห็น...