“นิว ชัยพล” เล่าโมเมนต์ขอแฟนแต่งงาน แค่มองตาก็รู้ใจ มีขอให้คุณแม่ช่วยเซอร์ไพรส์และเลือกแหวน มีภาพครอบครัวในหัวแล้ว ขอฤกษ์แต่งแบบเร็วที่สุด อยากอยู่กันด้วยไม่ไหวแล้ว แทบไม่ต้องทำความรู้จักกันใหม่ ส่วนตัวอยากมีลูกเลย แต่ฝ่ายหญิงเป็นสายมู
หลังจากพระเอกหนุ่ม “นิว ชัยพล จูเลียน พูพาร์ต”เพิ่งจะคุกเข่าขอแฟนสาวทายาทนักธุรกิจหมื่นล้าน “เมษา กิตติมา วงษ์สวัสดิ์” ไปเมื่อ 11 มิถุนายน ล่าสุดวันนี้เจ้าตัวก็ได้ออกมาอัปเดตการเตรียมงานแต่ง พร้อมเผยถึงเส้นทางรักให้ได้ฟังกันอีกครั้ง เพราะกว่าจะลงเอยกันได้ ทั้งคู่เคยเลิกรากันไปแล้วถึง 2 ปี ก่อนจะวนกลับมาเป็นคู่ชีวิตในตอนนี้
“ตัดสินใจขอแฟนแต่งงานก็เพราะว่าแก่แล้วครับ ถ้าใครเคยสัมภาษณ์ เราก็อยากแต่งงานมานานแล้ว ตั้งแต่อายุ 25-26 เพราะคุณพ่อคุณแม่เราแต่งงานตอนนั้น แต่งเร็วๆ ปุ๊บ มีลูกก็ทันเล่นกันสนุกกัน แล้วครั้งนี้พอกลับมารีเทิร์นกัน ก็เคยคุยกันว่า ถ้าเกิดกลับมาคุยกัน ถ้ามันดีมันโอเคเรามองถึงอนาคตอยู่แล้ว เรารู้จักกันมาก็นานแล้ว ถ้ากลับมาคบกันจริงจังก็มองถึงอนาคต แล้วพอกลับมาคบมันดีขึ้นจริงๆ อย่างที่เราทั้งสองคนรู้สึกได้ เลยไม่อยากจะเสียเวลาแล้ว ก็เลยขอแต่งงานเลยครับ
2 ปีที่ห่างกันไปคือไม่ได้คุยกันเลยนะ สำหรับเรามันก็มีความคิดถึง ยังอะไรอยู่ เราก็ไม่ได้มีใคร ไม่ได้เจอใคร พอเวลาผ่านไปมีโอกาสกลับมาเจอกันเลยรู้สึกว่ากลับมาคลิกกันได้ง่ายขึ้นด้วยอายุ ด้วยสิ่งแวดล้อมอะไรที่มันโตขึ้น ก็ทำให้ทั้งสองคนโตขึ้นและเข้าใจกันง่ายขึ้น
ไม่ได้คาดหวังว่ากลับมาแล้วจะดีหรือไม่ดี แบบเดิมก็โอเคแล้ว แต่ถามว่ามีความกลัวไหม ก็กลัวนะว่ากลับมาจะเป็นยังไง แต่ถ้าเรายังคิดถึงยังรู้สึกดีกัน ไม่ลองกลับมามันก็ไม่มีทางรู้ เลยลองกลับมาก็ได้ แต่ถ้ากลับมาเป็นแฟนจริงๆ ก็มองถึงอนาคตเลยนะถ้าเรามองทิศทางเดียวกัน มันดีขึ้นก็กลับมาเป็นแฟน และไม่อยากเสียเวลาอะไรแล้ว ก็ขอแต่งงานเลยดีกว่า รู้จักกันอยู่แล้ว แทบไม่ต้องรู้จักกันใหม่ แค่ด้วยวัยวุฒิที่มันโตขึ้นกับสิ่งแวดล้อมโตขึ้นทำให้มันถึงเวลาแล้วที่เราจะแต่งงาน”
กลับมาแล้วมีเป้าหมายเดียวกัน
“น่าจะใช่ครับ กลับมาแล้วดีขึ้นเราก็มองถึงจุดเดียวกัน ไม่คิดว่ามันจะดีขึ้นนะแต่มันดีกว่าครั้งแรกอีกทำให้เรายิ่งมั่นใจว่าอนาคตมันจะดีขึ้น”
2 ปีที่ห่างกันไป ตอนแรกๆ ก็ยังรอและยังคิดถึงตามประสา
“ถามว่ารอไหมก็มีความรู้สึกแรกๆ ที่รอนะ แต่พอเวลาผ่านไปเราก็รู้สึกว่าการรอ บางทีมันก็เหนื่อยนะ เราก็ใช้ชีวิตของเราปกติดีกว่า แรกๆ เราก็เป็นเหมือนคนทั่วไป ที่พอเลิกกันยังหวังยังคิดอยู่ แต่พอเวลาผ่านไปเราก็โตขึ้น เราก็มองในการทำงาน มองอย่างอื่น พอเราปล่อยวางเรื่องนี้ไปทำเรื่องอื่นให้ดีขึ้นๆ พอถึงเวลาของมันเอง มันก็กลับมาเอง เราไม่ได้คาดหวังอะไรแล้ว แค่ปล่อยไปตามชีวิตเราตามปัจจุบัน”
กลับมาแล้วหวานกว่าเดิมมาก
“ก็ใช่ ก็ประมาณนั้น มันดีมาก”
ก่อนทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน ก็มีไปปรึกษากับคุณแม่ของฝ่ายหญิงก่อน และให้ช่วยเลือกแหวนด้วย
“ก็ได้มีโอกาสคุยกับคุณแม่เขาก่อน ไหนๆ ขอลูกสาวเขาแล้ว ก็อยากแจ้งคุณแม่เขาก่อน ว่าเดี๋ยวจะมีทริปนี้ไปแล้วจะขอแต่งงาน คุณแม่ก็ไม่ได้หลุดอะไร เราก็แอบให้หม่าม๊าเขาและพี่สาวเขาช่วยเลือกแหวน เพราะหม่าม๊าน่าจะรู้จักลูกสาวเขาดี เราตั้งใจใช้แหวนของคุณพ่อคุณแม่ แต่เราก็เอาเพชรเม็ดนั้นมาทำวงเรือนใหม่ อยากให้เขาประทับใจในแหวน เพราะต้องใส่ที่นิ้วเขาตลอดเวลา”
ไม่มีซ้อมขอหน้ากระจกก่อน เพราะถึงเวลาก็พูดไปตามความรู้สึก มีอัปคลิปเก็บไว้ดูในช่องยูทิวบ์ด้วย
“ไม่เคยเลยครับ แต่ในหัวเคยคิดว่าจะพูดอะไร แต่พอถึงเวลาจริงมันจำไม่ได้หรอก แต่โครงๆ น่าจะประมาณที่เราตั้งใจไว้ ไม่เหมือนในละครที่เคยเล่นเลยครับ ถ้าใครดูในยูทิวบ์ในช่องของผมผมได้ถ่ายความรู้สึกตัวเองหลังจากขอแต่งงานไว้ เพราะมันเพิ่งเกิดขึ้น เราอยากเก็บโมเมนต์นั้นไว้ดูในอนาคต ดูตอนเราคิดถึง บางทีเก็บในฮาร์ดดิสก์มันพังไปตามกาลเวลา อัปขึ้นบนนั้นง่ายกว่า และมีหลายๆ คนได้ดูด้วย ก็ยินดี แต่เราอยากเก็บไว้เป็นความรู้สึกเรา”
ตอนนี้กำลังรอฤกษ์อยู่ อยากแต่งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ตอนนี้ก็รออยู่ครับ ได้เอาวันเกิดของผมและเขาไปให้อาจารย์ที่เราสนิทรู้จักดู ว่ามีฤกษ์เป็นยังไงบ้าง บวกกับดูสถานการณ์แล้วเดี๋ยวจะมาแจ้งให้พี่ๆ ทุกคนทราบ อยากแต่งเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”
ไม่ได้รีบ แต่ว่าทุกอย่างมันดี มันใช่ เลยอยากอยู่ด้วยกันให้เร็วที่สุด จะได้อยู่ด้วยกันนานขึ้น
“ไม่ได้รีบ แต่รู้สึกว่ามันดี มันโอเคมันใช่ เราก็ไม่อยากเสียเวลา อยากอยู่ด้วยกันให้เร็วที่สุด ยิ่งอยู่ด้วยกันเร็วที่สุด เราก็ได้อยู่ด้วยกันนานขึ้น”
ฝ่ายหญิงเองก็คิดแบบเดียวกัน
“ก็ได้มีการคุยกันหลังจากขอแล้วว่าอยากประมาณไหน ยังไง เขาเองก็บอกว่าเร็วที่สุดก็ดีเหมือนกัน ด้วยความรู้สึกที่กลับมาแล้วดีขึ้น ก็อยากอยู่ด้วยกันแล้ว”
มีภาพครอบครัวในหัวแล้ว
“เรามีอยู่แล้ว เราเป็นคนอยากมีครอบครัว มีลูกนานแล้ว”
บอกฝ่ายหญิงเป็นสายมู จะมีลูกก็ต้องดูก่อน ว่าปีไหนเสริมกันไหม แต่ส่วนตัวอยากมีเลย
“ต้องถามเขาด้วย เขาค่อนข้างสายมู มีการดูฤกษ์การแต่งงาน การมีลูกว่าปีไหนเสริมกันไหม ผมก็ต้องรอดูเขา แต่ตัวเราอยากมีเลยครับ ก็เร็วที่สุดเหมือนกัน(หัวเราะ)เราโตแล้ว อยากมีลูกทันเรา ไปเที่ยวด้วยกัน”
ไม่ได้มีพร้อมทุกอย่างแล้วร้อยเปอร์เซ็นต์ ค่อยเป็นค่อยไป จับมือสร้างอนาคตไปด้วยกัน
“ก็ไม่ได้เรียกว่าพร้อมหรอก ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ผมเชื่อว่ามันไม่มีวันพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าเราไม่ลองอยู่ด้วยกันจริงๆ ไม่ลองแต่งงานมันก็ได้ แต่รอไปเรื่อยๆ ถ้าประมาณหนึ่งแล้วเราก็ลองดู แล้วลุยไปด้วยกัน จับมือไปด้วยกันในอนาคตก็เป็นสเต็ปต่อไป ที่เราจะได้ก้าวเดินไปด้วยกัน”
น้อมรับและขอบคุณ หลายคนอิจฉาเจ้าสาว ไม่เคยได้ยอดคอมเมนต์และไลก์เยอะขนาดนี้
“ก็ขอบคุณครับที่อยากเป็นเมษา ไม่รู้จะพูดอะไร แต่ก็ดีใจที่หลายๆ คนให้การตอบรับหรือมีฟีดแบ็กในทางที่ดีมากๆ ในวันที่เราลงรูปขอแต่งงานไป เป็นครั้งแรกในไอจีที่ได้แสนกว่าไลก์ และคอมเมนต์เยอะมาก เราก็อ่านทุกอัน และกดหัวใจให้ด้วย กดอยู่ 2 ชั่วโมงทุกคอมเมนต์ไปในทางที่ดีมากๆ เราก็ดีใจที่ทุกๆ คนทั้งคนในวงการและแฟนคลับเข้ามายินดี”
แพลนตอนนี้มีพิธีไทยและงานเลี้ยง แต่ที่สำคัญคือต้องรอฤกษ์ก่อน
“แน่ๆ ก็น่าจะมีงานพิธีไทยและงานเลี้ยงงานแต่ง ที่ไหนบ้างเราดูวันก่อน ว่าไปตรงกับโรงแรมที่ไหน และจำนวนแขกก็กำลังนั่งลิสต์กันอยู่ แต่ยังไม่ได้สรุป อยู่ในขั้นตอนดูทุกอย่าง ที่สำคัญคือรอฤกษ์ก่อน ค่อยทำหลายๆ อย่างได้ (แต่ทำให้เร็วที่สุด?) ใช่ครับ ก็จะรีบๆ ครับ ตอนนี้วันนึงต่อสัปดาห์ต้องมีวันนึงต้องมาจัดการเรื่องงานแต่งงาน”
ไม่ต้องคุยอะไรกันมาก แค่มองตาก็รู้ใจ ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้ทุกวันมีความสุข
“จริงๆ ก็ได้พูดกับเขาตลอดเวลา จริงๆ เราสองคนเป็นเหมือนเพื่อนกัน ที่แทบไม่ต้องคุยอะไรกัน มองตาก็รู้ใจแล้ว ใครดูยูทิวบ์ที่ผมลง เมษาเขาพูดเลยว่า เขาไม่รู้ว่าจะมาขอแต่งงานในทริปนี้ แต่แค่ตอนที่เราเดินมา แว๊บแรก เราไปถ่ายรูปเล่นตอนพระอาทิตย์ตก แล้วอยู่ๆ เราก็หายไป จริงๆ คือผมไปเอาแหวน แล้วแค่ผมกลับมาเขามองหน้าผมปุ๊บ เขารู้แล้วว่าขอแต่งงาน เราสองคนสนิทกันมากๆ เป็นเพื่อนกันมองตาก็รู้ใจแล้ว ถามว่าอยากขอบคุณอะไร ก็ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้ทุกวันมีความสุข เราไม่ได้ต้องการอะไรมาก ต้องการแค่คนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ และคนๆ นั้นก็คือคุณ”
ถ้าได้ฤกษ์แล้วโควิดยังไม่ซา ก็มีแผนสำรองเตรียมไว้แล้ว
“ก็มีแผนสำรองแล้วเหมือนกัน รอดูสถานการณ์ อย่างน้อยก็จัดพิธีเล็กๆ ในครอบครัวก่อน แล้วค่อยจัดงานเย็นทีหลัง”


