xs
xsm
sm
md
lg

“ไอซ์” ร่ำไห้เผยหมดทุกดรามา ลั่นจะไม่ยอมเสีย “แม่เอ๋” ทุกคืนนอนหลับไม่ลง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ไอซ์” ควง “แบงค์” ร่ำไห้ย้อนไทม์ไลน์ “พ่อค่อม” เสียชีวิต รับอวัยวะล้มเหลวหมดเหลือแค่หัวใจ บีบหัวใจสุดนาทีตัดสินใจจะยื้อหรือปล่อย เผยคำพูดหมอที่ทำให้เข่าทรุด ประกาศจะไม่ยอมเสียแม่เอ๋ให้กับโรคอะไรอีกแล้ว แบงค์ขอชาวเน็ตใจดีกับภรรยาเพิ่งผ่านการสูญเสีย

ออกมาเปิดใจเต็มๆ ผ่านรายการคุยแซ่บShow ประเด็นที่ครอบครัวต้องสูญเสียคุณพ่อสุดที่รัก “ค่อม ชวนชื่น” อย่างไม่มีวันกลับ จากโรคโควิด-19 พร้อมสารพัดดรามา สำหรับ “ไอซ์ ณพัชรินทร์ ไพบูลย์รัตนกิจ” และ “แบงค์ อธิกิตติ์ ไพบูลย์รัตนกิจ” โดยทั้งคู่ขอเปิดใจเคลียร์ทุกเรื่อง

แบงค์ : ขนาดเป็นสามีอยู่บ้านเดียวกัน ยังน้อยมากที่เห็นเขาร้องไห้ เห็นครั้งเดียวคืองานเผาคุณพ่อ พอเราพูดว่าต้องเข้มแข็ง ไม่ต้องเป็นห่วง เขาก็ไม่ร้องอีกเลย เวลาอยู่คนเดียวเขาก็ร้องไห้ ไม่มีจังหวะเห็นเขาร้องไห้ เลยไมได้ปลอบเลย ไม่ได้ทำแบบนั้น

ย้อนไทม์ไลน์พ่อค่อม
ไอซ์ : เราอยู่คนละบ้านกับคุณพ่อ เขายังตอบโต้ปกติ คุยสนุกสนาน ตั้งแต่เข้ารพ.ไม่ได้คุยกัน เขาไม่มีช่องทางโซเชียล แต่สอนให้เขาเฟซไทม์ เลยได้เฟซไทม์หาเขาที่รพ. ตอนถึงรพ. ยังคุยกัน เขาบอกได้ห้องแล้ว ไม่ต้องห่วง ดูแม่ดูน้องไป ตอนนั้นห่วงมาก (ร้องไห้) ตอนนั้นไม่คิดว่าจะออกมาร้ายแรง เราโทร.กันทั้งวัน พ่อบอกว่าพ่อไม่เป็นไร แต่เรากังวลเรื่องปอดเขา ในความคิดตื้นๆ คิดว่าเขาไม่ได้สูบบุหรี่ก็ไม่ทำให้ปอดมีปัญหา เดี๋ยวพ่อก็หาย เราก็นับวันให้เขา พอเกิดเหตุการณ์ปอดพ่อมีปัญหา เราทำอะไรไม่ถูก

วันสุดท้ายที่ได้เจอ
ไอซ์ : วันที่ไปตรวจโควิด คือวันที่ 11 เรามีถ่ายคลิปด้วยกัน พอพ่ออยู่ในรพ. ยังเฟซไทม์คุยกัน แต่อาการพ่อปกติ ไม่มีอาการอะไรเลย เราสังเกตพ่อได้ว่าพ่อผอมลง จิตใจเราสั่นคลอนนิดนึง (เสียงสั่นเครือ) เข้ารพ.ที่สองเริ่มทรุด

แบงค์ : คุณหมอไม่เคยพูดคำว่าอาการดีขึ้นเลย มีแต่คำว่าอาการทรงตัว หลายคนอาจตกใจเพราะเราไม่ได้อัปเดตแบบเรียลไทม์ อาการไม่ดีขึ้นเลย ตั้งแต่ย้ายไปอยู่รพ.ที่สอง

ไอซ์ : พอคว่ำตัว เป็นวันสุดท้ายที่ได้คุย เราบอกพ่อสู้ๆ นะ (ร้องไห้) พ่อบอกพ่อไม่ไหวแล้ว

แบงค์ : เรื่องการนอนคว่ำเป็นการรักษาตามปกติ มีสิทธิ์กลับมาดีเป็นไปได้แต่จะว่าโชคร้ายก็ได้ พ่อไม่ได้มีแค่เรื่องปอด มีเรื่องไต เรื่องตับที่ตามมา ส่งผลต่อๆ กันไปทำให้อาการเยอะขึ้น

นาทีพ่อค่อมบอกว่าไม่ไหวแล้ว
ไอซ์ : เขาคุยกับแบงค์ ไม่อยากไปร้องไห้ให้พ่อเห็น วันที่บอกว่าพ่อไม่ไหวแล้ว หนูลุกเข้าห้องน้ำไปร้องไห้แป๊บเดียว แล้วกลับมาบอกพ่อว่าพ่อสู้ๆ สิ ทุกคนรอพ่ออยู่ เราไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดช่วยให้เขาดีขึ้นแค่ไหน แต่พยายามเชียร์อัปให้เขาสู้ต่อ

แบงค์ : คลิปที่ออกมาขอความช่วยเหลือ ผมคุยกับคุณหมอตลอด เราอยากรู้ว่าวิธีรักษาต่อไปจากนี้จะทำอะไรต่อ คุณหมอรพ.ที่สองบอกว่าขั้นตอนรักษาคนไข้โควิดมีเท่านี้ คือไม่ได้มีขั้นตอนต่อไปแล้ว อาการของพ่อไม่ได้ดีขึ้น ที่อัดคลิปอยากลองถามดูเผื่อหมอสักท่านจะรู้ว่ามีวิธีรักษาอื่นไหม

ไอซ์ : มันตันไปหมดแล้ว เราเป็นลูกก็ทำได้แค่นี้ ต้องขอความช่วยเหลือช่วยพ่อเรา

แบงค์ : เราคุยกันตลอด ณ ตอนนั้นก่อนหน้าย้ายได้เป็นอาทิตย์ ขอไปเกือบทุกรพ. ไม่มีที่ไหนมีเตียงเลย เป็นจังหวะที่บีบหัวใจมาก หมอบอกว่ามีเครื่องแอคโม่ อยู่ในรพ.รัฐใหญ่ๆ อย่างรามาฯ ศิริราช จุฬาฯ แต่ทั้งสามรพ. เต็มหมดเลย ไม่สามารถจริงๆ จนสุดท้ายเราได้มารพ.รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ อยู่สมุทรปราการ

เคลียร์ใช้เส้นสาย
ไอซ์ : อันดับแรก ไอซ์ทำตามทุกระเบียบการรีเฟอร์ ทุกขั้นตอน ก่อนหน้านี้ขอทุกรพ. หลายวัน พอไม่ได้ก็อัดคลิปขอความช่วยเหลือ มีคนส่งข้อมูลมาเยอะมาก ซึ่งขอบคุณมาก แต่ก็ไม่ได้เหมือนเดิม

แบงค์ : ต้องขอบคุณรพ.วิภารามด้วย ที่ให้ความช่วยเหลือเราเรื่องนี้ ตอนนั้นแกอยู่ในภาวะที่ไม่รู้ตัวแล้ว ไม่ใช่ว่าด้วยร่างกายแกเอง คุณหมอให้ยาเพื่อให้แกพักผ่อน โดยไม่รำคาญ เพราะมีสายเยอะมาก พอย้ายไปรพ. ที่สาม อวัยวะต่างๆ แย่ไปหลายอวัยวะแล้ว จนคุณหมอว่าเครื่องแอคโมก็ไม่ช่วยแล้ว

ความหวังริบหรี่แต่ก็ยังหวัง
ไอซ์ : หนูหวังมาตลอด สมมติวันนี้หมอบอกอาการคุณพ่อ 5 อาการ ดีขึ้นแค่อาการเดียว หนูก็ดีใจ ถ้าไม่หวังก็เหมือนคนยอมแพ้ตั้งแต่แรก

แบงค์ : เราไม่เคยยอมแพ้สักวัน ไม่เคยนั่งเฉยๆ นั่งรอว่าเดี๋ยวคงดีขึ้น เราพยายามคุยกับคุณหมอตลอด หาข้อมูลว่าทำอะไรได้บ้าง

ไอซ์ : เราพยายาม ตื่นตัวกันตลอด

ไปถึงรพ.ที่สาม หมอพูดคำพูดนึงที่ทำให้เข่าทรุด
ไอซ์ : หมอบอกว่าจะปั๊มหรือไม่ปั๊มหัวใจ

แบงค์ : พอย้ายไปรพ.ที่สาม อวัยวะล้มเหลวไปหลายอวัยวะ ไม่ว่าจะปอด ไต ตับ สามอย่างนี้ก็หนักแล้ว คุณหมอบอกว่า ณ ตอนนั้นเหลือแค่หัวใจอย่างเดียว มันเลยทำให้เรารู้สึกว่าต้องมีคำถามประมาณนี้มาแล้วแน่ๆ จนวันนึงหมอก็ถามคำถามนี้ ถ้าถึงจุดหัวใจไม่ไหวแล้ว ญาติจะให้ปั๊มหัวใจไหม

ไอซ์ : หนู 50-50 ใจหนูอยากให้ปั๊มมาก แต่คิดกลับกัน คนทุกข์ทรมานคือเขา เพราะถึงฟื้นเขาก็จะไม่เหมือนเดิม อาจนอนติดเตียง แต่ถ้าไม่ปั๊มก็บอกไม่ถูก ณ ตอนนั้นมันตื้อไปหมด ก็ปรึกษาทุกคน ก็ออกความเห็นเดียวกันว่าไม่ปั๊มดีกว่า

แบงค์ : หมอบอกประโยคนึง ไม่การันตีว่าปั๊มแล้วหัวใจจะกลับมา ใช้ประโยคว่าให้คนไข้ไม่ต้องเจ็บตัว ทรมานในวาระสุดท้ายดีกว่า

แม่เคารพการตัดสินใจ
แบงค์ : เราโทรคุยกันว่าจะทำยังไงดี แต่คุณแม่ก็เคารพการตัดสินใจของทุกคน ไม่ใช่แค่ผม ไอซ์ ยังมีน้องชายสองคน

ไอซ์ : เรื่องปั๊มหัวใจ ยังไม่ได้เอาเรื่องนี้ไปคุยกับคุณแม่ เพราะแม่เป็นโควิด เจอเบาหวาน อารมณ์พลุ่งพล่านมาก เดี๋ยวดิ่ง เดี๋ยวร้องไห้ มีแต่น้ำตา เราก็ปรึกษากัน 3 คนพี่น้องว่าจะเอายังไง ไอซ์บอกแม่ตอนหลัง เวลาบอกอาการคุณพ่อ บอกไม่หมดด้วย เพราะเราไม่อยากให้เขาทรุด เขาทุกข์จริงๆ ค่ะ ทุกข์มาก (เสียงสั่นเครือ)

นาทีบีบหัวใจที่สุดในชีวิต
ไอซ์ : ระหว่างพ่อทรุด แม่เข้ารพ. หนูไม่เคยนอนหลับเลย หลับไม่ลงจริงๆ (ร้องไห้)

แบงค์ : เป็นช่วงเวลาที่บีบหัวใจที่สุดในชีวิตผม คงไม่มีเรื่องอะไรบีบหัวใจขนาดนี้แล้ว ทุกคนในบ้านเสียใจ ที่น่าสงสาร แม่เห็นแล้วอยู่ในรพ. ไม่สามารถไปดูพ่อ ไม่สามารถออกมากอดกับลูกตัวเองว่าเหตุการณ์จะผ่านพ้นไปด้วยดี เป็นช่วงเวลาทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะพูดยังไง จะกอดยังไง ให้ทุกอย่างมันผ่านไป

นาทีรพ.บอกว่าพ่อจากไปแล้ว
ไอซ์ : ก่อนพ่อจะเสีย รพ.โทรมาอัปเดตเป็นสเต็ป

แบงค์ : เที่ยงคืนคุณหมออัปเดตว่าคนไข้จากที่คุยกันจะไม่ปั๊มหัวใจ อาการของหัวใจถ้า 100 เปอร์เซ็นต์เหลือ 20-30 เปอร์เซ็นต์ ถ้าผ่านคืนนี้ไปได้จะผ่านไป แต่ถ้าผ่านไม่ได้จะหนักขึ้น สุดท้ายเที่ยงคืน พวกเราก็พยายามนอน เพราะคิดว่าจะเอาแรงให้ตัวเองออกไปทำธุระอะไรได้ สุดท้ายไม่ได้นอนกัน เพราะตี 4 มีโทรศัพท์ดังมาอีก ซึ่งเห็นเป็นเบอร์รพ. ซึ่งเวลานี้คงไม่มีใครโทรมาอัปเดตเรื่องนี้ ผมเป็นคนรับ หมอบอกว่าคนไข้ไปแล้วนะ ไอซ์เขารู้อยู่แล้ว เขาอยู่ข้างๆ เรา พี่พีเคยังรู้เลย โทรศัพท์โทรมาตอนตี 4 ไมน่าเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว มันกลายเป็นเรื่องอัตโนมัติที่ไม่ต้องไปบอกว่าพ่อเสียแล้ว

แม้แต่เห็นหน้าคุณพ่อนาทีสุดทายก็ไม่มีโอกาสได้เห็น จัดการเผาทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก
ไอซ์ : ไอซ์ทำอะไรแบบนี้ไม่เป็นเลย แต่ก็ต้องทำ เพราะเหลือกันแค่ 2 คน น้องชายกักตัว แม่อยู่รพ. จับมือกันแล้วว่าเรามานั่งทุกข์หรือซึมไม่เอาแล้ว ไปรพ.พ่อ คุณพี่พยาบาลหรือบุคลากรที่รพ.รามาฯ ก็น่ารักมาก พาเราไปทำตามสเต็ป ควรจัดการ ดำเนินการยังไง ก็ถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี ทรมานมาก ในงานห้ามเกิน 20 คน

แบงค์ : เอาคนที่สะดวกจริงๆ จำนวนไม่เกิน 20 ช่วยจัดการเท่าที่จะสามารถทำได้ มันไวมาก แจ้งใครไม่ทัน มันเกิดขึ้นเร็วจนทุกคนตกใจ จะไปยังไงต่อ

ไอซ์ : ตอนเผาศพ ได้วิดีโอคอลให้น้องชายส่งคุณพ่อ แต่คุณแม่ไอซ์ไม่แน่ใจ

จะต้องไม่เสียแม่ให้โรคอะไรแบบนี้อีกแล้ว
ไอซ์ : หลังพ่อเสียปุ๊บ เราโฟกัสแม่เต็มที่ เริ่มคุยเริ่มพูดกับเขา สิ่งที่เขาเป็นคืออยู่ในห้องสี่เหลี่ยมคนเดียว เขาทุกข์มาก เขาอยู่ด้วยกันมามากกว่าอายุเรา เขาจะอยู่กันยังไง เป็นกังวลมาก ไม่กล้าโทร.หาแม่ ให้น้องๆ ลูกสาวโทร.หา ให้กำลังใจ หนูคิดว่าจะไม่เสียแม่ให้โรคอะไรแบบนี้อีกแล้ว แม่ออกจากรพ.ก็เป็นหลายโรคมาก ก็พายายามประกบแม่ จี้แม่ให้ไปรพ. พาไปเอง ไม่ปล่อยค่ะ

แบงค์ : ต้องดูแลเต็มที่ ติดโควิดแล้วก็ยังเป็นได้อีก ไม่มีใครปลอดภัย ผมไปหาคุณแม่ที่บ้าน ผ่านมาเป็นเดือนก็ใส่มาสก์ตลอด เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะพาโรคบ้านี่กลับไปหาเขาอีกไหม ตอนนี้แม่หายแล้ว

ไอซ์ : 14 วันแล้วกลับมากักตัวที่บ้าน แม่ไม่ต้องใช้ท่อออกซิเจน แต่ตอนเข้ารพ. รู้ว่าแม่เครียด แต่อาจมีโรคประจำตัวน้อยกว่าคุณพ่อ

โต้ดรามาเกาะพ่อกิน ไม่มีใครเอาสามีมาให้พ่อแม่เลี้ยง ด้านแบงค์วอนชาวเน็ตขอให้เข้าใจไอซ์เพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆ มา ขอให้ใจดีกับภรรยานิดนึง
ไอซ์ : ตอนแรกที่พ่อเสียทำไมต้องมาซ้ำกันอีก ไม่รู้จะพูดยังไง แต่พออ่านไปเยอะๆ เหมือนมีหนึ่งคนจุดประเด็นมา พ่อเสียจะเอาเงินที่ไหนใช้ แม่ระวังเงินกงสีหมดนะ เราก็รู้สึกว่าทำไมถึงคิดว่าเราเกาะพ่อแม่กินอยู่ คนแต่งงาน มีลูกมีสามี ต้องทำงานมีระดับหนึ่งไหมคะ ตอนนั้นคิดแบบนี้แต่ไม่กล้าตอบเขาค่ะ (หัวเราะ) ก็อยากบอกว่าจริงๆ แล้วอย่าตัดสินคนด้วยอารมณ์ชั่ววูบ การที่เราโตมาขนาดนี้ เรากล้าแต่งงาน มีคู่ครอง เราต้องทำมาหากินเลี้ยงตัวเองได้อยู่แล้ว คงไม่มีใครเอาสามีตัวเองให้พ่อแม่เราเลี้ยงหรอกค่ะ ไอซ์มีร้านอาหาร ขายเสื้อผ้า เครื่องประดับกับเพื่อน และมียูทิวบ์เป็นของตัวเอง ว่างไม่ได้ หาโน่นนี่ทำตลอด

แบงค์ : อยากให้ใจเย็นๆ ทุกอย่างมีเหตุและผล ไม่มีใครทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล ใจเย็นนิดนึง เข้าใจภรรยานิดนึง เขาเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆ มา ใจดีกับแฟนผมนิดนึง

ไอซ์ : เวลาเจอดรามาหนักๆ วิ่งไปหาสามี คำว่าใจเย็นๆ ไม่ต้องอ่าน มองผ่านๆ แบงค์ไม่อยากให้เราปรี๊ดไม่มีสติ เขาพยายามสอนเราว่าให้ใช้ความคิด ใจเย็นๆ ให้นับหนึงถึงสิบตลอด ไม่ให้โผงผาง

แบงค์ : อะไรไม่โอเคแค่ก้าวผ่านมันไป ไม่ต้องไปเหยียบมัน เดี๋ยวจะติดตัวเราไปด้วย แค่เราก้าวข้ามผ่านมันไปก็พอ ทุกอย่างเกิดขึ้นมีเหตุมีผล

ไม่อยากย้อนเวลาไปแก้อะไร เพราะผ่านการตัดสินใจมาแล้วด้วยสติ
ไอซ์ : ไม่แก้ค่ะ ตั้งแต่ต้นจนจบ ใช้สติแล้วทุกๆ เรื่อง

แบงค์ : ไม่เคยคิดนึกย้อนกลับไปเสียใจเรื่องอะไรเลย เราร่วมกันตัดสินใจ ผ่านการกรองแล้ว ผ่านขั้นตอนการคิดที่รอบคอบแล้ว ไม่ต้องไปเสียใจกับมัน