ต้องบอกว่ายุคนี้เป็นยุคทองของซีรีส์วายจริงๆ ตอนนี้ช่องใหญ่ๆ ก็เริ่มมาจับกลุ่มตลาดซีรีส์แนวนี้มากขึ้น อย่างช่อง 3 ร่วมมือกับ 3 บริษัทผู้จัด “คิงสมจริงศรีสุภาพ”จากบริษัทกู๊ดฟีลลิ่งจำกัด, “ก้องปิยะเศวตพิกุล ,พี่ชุชุดาภาจันทรเขตต์”จากบริษัทเอส.เอ็ม.เคกรุ้ปและ “บอสอนุสรณ์ลิ้มประเสริฐ์”จากบริษัทดีฮัพเฮ้าส์จำกัด ที่เริ่มมาทำแนวนี้ ตั้งแต่เรื่อง นับสิบจะจูบ ก็สร้างกระแสฟีเวอร์ทั้งตัวซีรีส์และนักแสดงได้อย่างท่วมท้น และตอนนี้ก็กำลังจะเปิดตัวเรื่องใหม่ Golden Blood รักมันมหาศาล นำแสดงโดยสองนักแสดงวัยรุ่น “กัน ณภัทร ณ ระนอง” และ“โบ๊ท ธารา ทิพา” ซึ่งจะออนแอร์ทุกคืนวันพุธ เวลาประมาณ 23.00 น. โดยเริ่มตอนแรก 23 มิย. นี้ ทางช่อง 3
โดยครั้งนี้ถือว่าเป็นการเปิดซิงครั้งแรกของหนุ่ม โบ๊ท กับซีรีส์แนวนี้ และต้องเข้าฉากเลิฟซีนครั้งแรกกับผู้ชายซะด้วย ซึ่งทั้งหนุ่มกันและโบ๊ทก็มาเปิดใจถึงการแสดงและบทบาทในซีรีส์เรื่องนี้ให้ฟังว่า
กัน : “ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าบทมันจะเป็นยังไง เพราะว่าตอนแรกแค่ทางช่อง 3 ติดต่อมาก็ตื่นเต้นแล้ว พอไปอ่านบทตัวสกาย พออ่านแล้วมันเห็นภาพของเราที่เป็นเขา มันมีหลายๆ อย่างที่เราเข้าใจเขา มีหลายๆ อย่างที่รู้สึกว่าเราเป็นเขาได้ อยากจะพาเขาไปยังจุดต่างๆ ที่เรื่องมันจะพาไป แล้วก็ได้มาเจอกับพี่โบ๊ทวันแรกเลย แล้วภาพของบอดี้การ์ดที่เราคิดมันเป็นพี่โบ๊ทจริงๆ นะ เป็นผู้ชายเข้มๆ หน่อย มีกล้าม นิ่งๆ ขรึมๆแต่ตัวจริงพี่โบ๊ทเป็นคนร่าเริงแจ่มใสมากนะ พูดเลยว่ามันกลมกล่อมมากๆ รู้สึกดีมาก”
โบ๊ท : “ตอนแรกที่บอกว่าจะให้มาเล่นซีรีส์วายก็งงๆ ครับ พอได้มาเจอกันก็ยิ่งงงหนักเลยครับ เพราะตอนนั้นผมยังไม่รู้จักกัน ยังไม่เคยดูซีรีส์วายสักเรื่องเลย และพอมาเจอกันครั้งแรกด้วยไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่เราค่อนข้างต่างกันมากก็ยิ่งหนักใจว่าจะยังไง บวกกับตอนนั้นยังไม่ได้อ่านบท ก็นึกภาพคร่าวๆ รู้มานิดหน่อยว่าต้องเล่นเป็นอะไรยังไง เราก็จินตนาการตัวเองไม่ออกเหมือนกันว่าจะยังไง แต่พอได้มาร่วมงาน ได้ฟิตติ้ง ได้อ่านบทจริงๆ ก็โอเคว่ามันก็ไม่ได้ต่างจากงานที่เราทำมา จริงๆ มันเหมือนกันเลยครับ เป็นงานที่สนุกและมีสีสันมากๆ ครับ
ในความคิดผมตอนแรกซีรีส์วายเป็นหนังรักที่เป็นชาย-ชายแค่นั้นเลยครับ ไม่ได้รู้ลึกอะไรมากกว่านี้ พอรู้ว่าจะได้เล่นก็เลยไปหาดูบ้างครับ แต่ก็ยังนึกภาพไม่ออก เพราะคาแร็กเตอร์ของซันมันต่างจากซีรีส์วายอื่นๆ ที่เคยทำมา ซึ่งทำให้ผมตกใจ คือกลัวจะตีความและถ่ายทอดตัวละครออกไปได้ไม่ดี เพราะเรายังนึกภาพตัวเองไม่ออกว่าตัวเราพอไปอยู่ในซีรีส์วายแล้วมันจะเป็นยังไง”
“โบ๊ท” ยอมรับเขิน ไม่กล้าดูที่ตัวเองเล่นฉากเลิฟซีน
กัน : “ฉากเลิฟซีนเหรอครับ (ยิ้ม) ก็ด้วยความที่เรายืนกรานตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นซีรีส์วายที่ครบรสชาติมากๆ และมีความใหม่ที่ยังไม่เคยเจอด้วย เราในฐานะนักแสดงก็พยายามปรุงซีรีส์เรื่องนี้ให้เหมือนอาหารให้มันมีครบทุกรสชาติมากที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงฉากนี้ก็พูดได้เลยว่าเข้ม (หัวเราะ) ก็มีครับ อยากให้ดู แต่ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ แล้วจะมีเลยนะ มันคือเหตุผลที่ผมค่อนข้างคิดว่าสมเหตุสมผลนะ ถ้าเป็นผมก็คงจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน เพราะเรื่องนี้กว่าจะถึงฉากตรงนั้นได้มันค่อนข้างที่จะใช้เวลา ปูมาจนถึงจุดที่จำเป็นแล้ว”
โบ๊ท : “คือตัวละครมีเหตุและผลที่จะทำฉากเลิฟซีนต่างๆ ที่เกิดขึ้นครับ ไม่ใช่อยู่ๆ จะเอาใจคนดู คือตัวละครคิดที่จะไปถึงตรงนั้นจริงๆ มันใช้เวลา ให้คนดูอินกับตัวละครก่อนว่าเขารู้สึกถึงกันยังไง”
กัน : “ก่อนจะเข้าฉากจูบ ไม่ได้คุยกันเลยครับ คือมันเป็นเรื่องที่ปูมาตั้งแต่ต้นและไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ”
โบ๊ท : “เป็นเรื่องที่คุยกันมาตั้งแต่แรกๆ มากกว่าว่าอะไรยังไง แต่ผมก็บอกว่าให้ตัวละครมันพาไป เพราะพอถึงจุดๆ นั้นพอเราเป็นตัวละครเต็มที่เราจะรู้เองว่าเราทำทำไมครับ ไม่ได้ปรึกษากันด้วยว่าจะจูบอะไรยังไง มันมาจากอินเนอร์ จากฟีลตอนนั้นของตัวละครว่ามันจะไปถึงขั้นไหน จะหยุดที่ตรงไหนหรือจะอะไรแค่ไหน (หัวเราะ)
บอกจูบกันจนปากหายลอกกันไปเลย
โบ๊ท : “ถามว่าผมรู้สึกยังไงกับการจูบปากผู้ชายครั้งแรก คือเวลาผมเล่นผมจะไม่เอาตัวเองไปผูก ผมจะเป็นคาแร็กเตอร์นั้นเลยแทบจะ 100% เพราะอย่างตอนถ่ายหรือตอนฟิตติ้งเสร็จแล้ว พอหลุดกลับมาเป็นตัวผม ผมก็ไม่ค่อยกล้าดูรูปหรือเช็กเทป เพราะพอหลุดมาเป็นตัวเองแล้วก็เหมือนมันกลับมาเป็นตัวเราแล้ว มันค่อยมาเขินทีหลังอธิบายไม่ถูกเหมือนกันครับ (หัวเราะ) คือพอมาเป็นตัวเองแล้วไปดูรูปนั้นหรือซีนนั้น มันก็รู้สึกว่าเราทำอย่างนั้นไปได้ยังไง แต่พอมาเป็นคาแร็กเตอร์มันก็จะกลับมาอีกว่ามันมีเหตุผลของมัน”
กัน : “ผมก็จะบอกเขาก่อนเลยว่าผมเป็นภูมิแพ้ครับ พี่โบ๊ทก็ตอบกลับมาว่าเขาก็เป็นภูมิแพ้เหมือนกัน เราก็เลยสามารถจูนกันได้ มันไม่มีอะไรหรอกครับ จริงๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร เหมือนเล่นกับเพื่อน คือสำหรับตัวสกายกับซันก็อย่างที่บอกว่าพอถึงจุดๆ นั้นมันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ เป็นเรื่องของความรู้สึกที่มันมีให้กันมากกว่าครับ อย่างที่พี่โบ๊ทบอกว่าพอมันเป็นตัวละครเต็มที่แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมากลัวกันก่อน มันคือการแสดงเราต้องพาตัวละครไปถึงจุดนั้น”
โบ๊ท : “ถ้าเป็นผมสักนิดนึงหรือว่ามีความเป็นผมในซีนนั้น ผมว่าผมก็คงเล่นไม่ได้หรือว่าชะงัก เพราะมันจะมีคำถามว่าทำทำไม จูบทำไม ทำสิ่งนี้ทำไม เพราะเขาเป็นผู้ชาย หรือจะกับผู้หญิงก็ตาม ผมว่าต่อให้ทำได้มันก็ไม่ดี ถามว่าปากเปื่อยไหม ไม่เปื่อยครับ แค่ปากลอกเฉยๆ (ยิ้ม) ปากที่มันลอกๆ อยู่ก็หลุดจนไม่ลอกแล้ว (หัวเราะ)
ถามว่าพอเป็นช่อง 3 จะได้เห็นฉากแบบนี้มากแค่ไหน ผมว่าก็น่าจะได้ประมาณนึง ก็แค่พอรู้แหละว่าตัวละครทำอะไรกัน และมีความรู้สึกต่อสิ่งนั้นๆ มีความรู้สึกให้กันแค่ไหน ถ้าในฉากที่น่าจะเป็นของ wetv มั้งที่น่าจะเป็นฉากอันคัตหรือใส่อะไรได้มากกว่านี้ ผมก็อยากเห็นเหมือนกันว่าจะตัดออกมาประมาณไหน เพราะเล่นไปเยอะมากจริงๆ ถามว่ากล้าดูไหม คือถ้าดูตอนมันเป็นงานแล้ว เพราะว่าเราดูตั้งแต่แรก เราก็จะไม่รู้สึกว่านั่นคือเรา เราจะรู้สึกว่านั่นคือซัน แล้วเราก็จะเกาะตัวละครไปเรื่อยๆ
ติดใจไหมเหรอครับ ผมว่าก็สนุกดีครับ ชิลๆ ถ้ามีอีกก็ไม่ติด ยังไงก็ได้ เพราะมันเป็นความท้าทายเหมือนกันที่จะได้รับบทใหม่ รวมถึงเรื่องนี้ด้วยที่เป็นครั้งแรกของผมกับซีรีส์วาย และเป็นซีรีส์วายแนวใหม่ด้วย ก็เป็นความแปลกใหม่ เพราะฉะนั้นผมก็สนุกกับการทำงานตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นบทของซีรีส์วายหรือบทเรื่องอื่นก็ได้หมดเลย”
ไม่หวั่นแฟนคลับจะรับไม่ได้ที่ต้องเปลี่ยนคู่ใหม่
กัน : “พอมีคู่ใหม่จะมีผลกระทบกับแฟนคลับคู่เดิมไหมเหรอครับ จริงๆ ไม่มีครับ เพราะเขาเข้าใจแหละ เพราะที่ผ่านมาแฟนคลับเราเขาก็อยากเห็นเราในแบบที่โตขึ้น ในบทบาทใหม่ๆ ในฐานะนักแสดงนำด้วย ยิ่งเป็นของทางช่อง 3 ด้วย ยิ่งกับทางน้องมาร์คก็ไม่อยากใช้คำว่าคู่เก่า เพราะทุกวันนี้ยังคุยกันอยู่เลย วันนี้เขาก็ส่งดอกไม้มาให้แสดงความยินดี และมาร์คกำลังจะมีซีรีส์ใหม่ด้วย เราก็ให้คำปรึกษากันมาตลอดว่าจะเอายังไง จะเล่นยังไง ด้วยความที่อยู่กันมานาน แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรกันหนำซ้ำยังสนับสนุนกันด้วย เพราะพอเป็นนักแสดงอย่างบทบาทบางบทผมก็ไม่สามารถที่จะเป็นได้ ต่อให้เก่งแค่ไหน หรือมาร์คเองก็ตาม ผมใช้คำว่าก้าวไปด้วยกันดีกว่า แค่เริ่มบทบาทใหม่เท่านั้นเองครับ”
โบ๊ท : “ถามว่ากดดันไหมเพราะตอนนี้ซีรีส์วายเยอะมาก ผมไม่กดดันครับ ผมชิลๆ ถ้าแค่ดูงานตัวเองแล้วไม่ได้ติดอะไรในผลงานของตัวเอง และถ้าถามผู้ใหญ่ ถามจากฟีดแบ็กคนรอบตัว ถ้าเขาชอบผมก็แฮปปี้แล้วนะครับ ไม่ได้คาดหวังถึงขนาดนั้น ถ้าได้อะไรแบบนั้นก็ถือเป็นกำไร”
กัน : “ก็ไม่ได้คาดหวังสูงขนาดนั้น เพราะว่าเราแบกรับความหวังของพี่ๆ แฟนคลับอยู่ แต่ในส่วนของเราอยากจะทำให้คนที่เขาตั้งใจมาดูเรา เขามีความสุข เขาอุตส่าห์รอเรามาตั้งนาน เขาติดตามเรามาตั้งนาน แค่อยากทำอะไรให้เขาเห็นว่านี่คือสิ่งที่เราตั้งใจ และอยากทำให้ออกมาดีที่สุดให้ทุกคนได้ดูจริงๆ ทุกคนมีความสุข ทุกคนสนับสนุนกันอย่างที่เคยเป็นมาตลอด แค่นั้นกันก็ดีใจแล้วครับ”
เชื่อถ้าอนาคตจะมีแฟนตัวจริง แฟนคลับก็น่าจะเข้าใจได้
กัน : “เล่นซีรีส์วายห้ามมีแฟนเหรอครับ จริงๆ ก็เข้าใจแฟนคลับนะครับที่สนับสนุน แต่จริงๆ ตอนนี้กันก็ยังไม่มีแฟน ก็ยังไม่รู้หรอก (หัวเราะ) แต่ว่าวันนึงถ้าโตขึ้นไปมันก็อาจจะเป็นการตัดสินใจของเขา ของตัวนักแสดงเอง แต่ผมรู้สึกว่าหลายๆ เรื่องตอนนี้ อย่างคนไทยหรือแฟนคลับต่างชาติหลายๆ ท่านก็เข้าใจแล้วว่ามันเป็นเรื่องของบทบาท แต่ในฐานะหลังบ้านผมพูดเลยว่านักแสดงทุกคนสนิทกันหมด มีความรู้สึกดีๆ ให้กัน อยากช่วยเหลือกันตลอด อย่างตลอด 3-4 เดือนที่ทำงานกับพี่โบ๊ทมารู้สึกเลยว่าต้องขอบคุณพี่คนนี้มากจริงๆ ที่เข้ามาในชีวิต และช่วยหลายๆ เรื่องครับ ก็ไม่ได้เกี่ยวว่าต้องเป็นคู่จิ้นกันตลอดไปหรอก หลังบ้านก็ดีกันเสมอครับ”
โบ๊ท : “เหมือนกันเลยครับ ผมก็เข้าใจว่าด้วยบทบาทคนอาจจะอินและตามติดมาถึงชีวิตจริง ก็เข้าใจ แต่ในพาร์ตของชีวิตถ้าใครจะมีแฟนหรือไม่มี ผมว่ามันเป็นอีกพาร์ตนึง คนเข้าใจก็โอเค แต่คนไม่เข้าใจ ผมก็เข้าใจว่าทำไมนะ ก็เหมือนเข้าใจกันและกันมากกว่า ในขณะเดียวกันเราก็เข้าใจว่าทำไมคนที่เป็นนักแสดงในชีวิตจริงเขาถึงมีแฟน ก็อยากให้มาเจอกันตรงกลางมากกว่า แต่ตอนนี้เราก็ยังโสดทั้งคู่ครับ”


