“ศิต โมทีฟ” สู้จนสุดทางแล้ว แต่ไปต่อไม่ไหว จำใจประกาศขายทุกอย่างที่มี ทั้งบริษัท บ้าน รถยนต์ ต้องการปลดพันธนาการหนี้ 10 ล้านให้เหลือศูนย์บาท รับสู้ตลอดปีกว่า แต่ไม่มีรายรับเข้ามา อยากขายความเครียด ไม่ต้องการมีหนี้ โอดแย่มาก สุดแล้วชีวิต ร้องไห้ทุกวันแต่ไม่ท้อ
ตั้งแต่วันที่นักร้องหนุ่มยุค 90 “ศิต โมทีฟ” หรือ “ประกาศิต สากลวารี” หายตัวไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาจนเพื่อนต้องออกประกาศตามหา ห่วงป่วยซึมเศร้า หวั่นทำร้ายตัวเอง จากนั้นข่าวคราวก็เงียบหายไป ล่าสุดวันนี้ (5 มี.ค.) ศิตก็ออกมาประกาศว่าขอขายทรัพย์สินที่มีทั้งหมด เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ที่มีอยู่จำนวน 10 กว่าล้านบาท
“เป็นการประกาศขายที่อาจจะดูกะทันหัน เราพยายามสู้แล้ว แต่ไม่ไหว ตั้งแต่วันที่ผมหายไปจนวันที่ผมกลับมา ผมขออนุญาตใช้คำว่าไม่ได้ท้อนะครับ ยังมีความรู้สึกอยากสู้ และขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนทั้งประเทศที่เป็นเหมือนผม แต่อันนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมเครียดและเป็นสิ่งที่ผมต้องจ่ายทุกเดือนๆ มันสุดทางของคนๆ นึง
ต้องใช้คำว่าขออนุญาตขายความเครียด ซึ่งพี่ๆ สื่อมวลชนและแฟนคลับทั่วประเทศเป็นกำลังใจให้ผมว่าผมห้ามหายไป และผมก็หาสาเหตุเจอ อันนี้เป็นอีกหนึ่งสาเหตุใหญ่เป็นสิบๆ ปีแล้วที่ผมบอกทุกคน เป็นสาเหตุที่ผมเก็บมานาน มันเป็นธุรกิจที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้กับน้องๆ นักดนตรีและกับทุกคนที่มีงานทำ แต่ผมรับในราคาถูกมาก ถูกจนผมแทบไม่มีกำไร ได้นำไปคืนให้ผู้มีพระคุณที่ลงทุนให้ผมด้วยบางส่วน ก็เลยเครียด และยิ่งโควิดด้วย
ธุรกิจที่ผมทำคือบริษัทซาวด์แอนด์ไลท์ติ้ง ซิสเต็ม ชื่อบริษัท ซาวด์เคลียร์ ผมก่อตั้งคนเดียว เป็นระบบแสง สี เสียงคอนเสิร์ต ระบบใหญ่รองรับคนประมาณ 3 - 5 หมื่นคน ของทั้งหมดที่มีตอนนี้พี่ที่ใจดีอยากจะเปิดผับสามารถเอาไปปุ๊บแล้วเปิดได้ 3 ผับใหญ่ๆ และก็เป็นออแกไนซ์ คิดวางแผน พัฒนาทั้งระบบจบที่เราที่เดียว อยากได้นักดนตรีผมก็มีเพื่อนๆ น้องๆ ครบวงจรครับ”
บอกปัญหาหลักเริ่มมาจากโควิดตั้งแต่รอบแรก
“ปัญหาหลักที่ทำให้มาถึงจุดประกาศขายอุปกรณ์ทุกอย่าง ก็คือตั้งแต่โควิดครั้งแรก พยายามสู้ตั้งแต่ครั้งนั้น แต่มันก็มีรายจ่ายที่ยังคงอยู่ทุกเดือน สู้มาตลอดปีกว่าๆ โดยแทบจะไม่มีรายรับเข้ามาเลย ผมแค่ต้องการปลดพันธนาการให้ผมเหลือศูนย์ แล้วค่อยว่ากันใหม่ จำเป็นที่จะต้องขายความเครียด มันทำให้ผมต้องหายไป ณ วันนั้น มันคือสิ่งที่ผมต้องเจอทุกวัน กำไรที่ได้มาก็ซื้อของ และเอามาพัฒนาองค์กรต่อ แต่มันไม่ได้กำไร
ซึ่งโพสต์ก่อนที่ผมหายไปว่าผมดีใจที่ได้ดูแลทุกคน ผมยังคงเดิมครับ ดีใจที่ได้ดูแลเพื่อนๆ ที่ทำออแกไนซ์เหมือนกันได้เช่าในราคาถูก ทุกคนอยากให้ผมแข็งแรง ผมแข็งแรงนะ อยากบอกคนเป็นซึมเศร้า ขอเรียกว่าโรคเครียดแล้วกัน ใครที่ไม่โอเค ผมขอเป็นกำลังใจให้ และคนที่ล้ม ไม่โอเคเหมือนผม สู้นะครับ ทุกคนให้ผมสู้ ผมสู้แล้ว และผมก็แข็งแรง นี่การพูดอ้อม พูดให้กำลังใจ
แต่จริงๆ แล้วผมแย่มากครับ (เสียงสั่น) ผมสุด คุณคิดว่าคนๆ นึงจะขายทรัพย์สินตัวเองทั้งหมด มันต้องสุดขนาดไหน ผมแข็งแรงครับ อยากบอกคนที่เป็นโรคเครียดแบบผม คุณต้องอยู่นะ และหาคนข้างๆ ห้ามหายไปไหนเด็ดขาด ผมยังเป็นคนนึงที่ยังมีชีวิตมาดึงพวกคุณได้ แต่คนที่จากไปแล้วไม่สามารถมาพูดแบบนี้ได้ ฉะนั้นอยู่กับผม แล้วผมจะทำทุกอย่างเพื่อสังคมให้ดีขึ้น”
บอกเป็นหนี้ที่มีมานานจากการทำธุรกิจ
“ถ้าจะให้พูดแบบสารภาพ ณ วันนั้นนี่คือหนึ่งในความเครียด แต่ที่ผมหายไปก็เพื่อไตร่ตรองและคิดทบทวนว่าอะไรที่ทำให้เราเครียด ตรงนี้ก็ขอให้แบบที่ผมคิดไว้ ผมขายความเครียดทั้งหมดทิ้ง เพื่อต้องการให้ไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ หนี้ทั้งหมดมันสั่งสมมานานครับ ก็จะเป็นค่าผ่อนรถบรรทุก เป็นค่าผ่อนบ้าน ผมขอเรียกว่าเป็นของสะสมแล้วกัน เงินที่ผมไปเล่นคอนเสิร์ต ไปทำออแกไนซ์ เงินที่ได้มาไม่ว่ามากหรือน้อยผมก็เอามาซื้อของเพิ่มเติม อาจจะเป็นการลงทุนที่ค่อยๆ พัฒนาจนค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น
ทั้งหมดอาจจะเป็นหลักสิบล้านอัปที่ผมตั้งใจพัฒนาองค์กร และอาจจะมีการขอหยิบยืมบ้างจากผู้มีพระคุณที่เห็นความสำคัญกับเห็นศักยภาพในตัวผม ว่าผมทำได้ แต่ ณ ตอนนี้มันกลายเป็นว่าผมหนักจริงๆ ผมไม่ได้บอกว่าผมเก่ง แต่ผมพร้อมลุยงาน แต่เนื่องด้วยตอนนี้สุขภาพตัวเอง กับแก่ขึ้นทุกวันแล้วก็คิดว่าไม่ไหวครับ ค่าใช้จ่ายเดือนนึงเหยียบๆ แสนครับ บางเดือนก็หลักแสนอัป เป็นเบี้ยหัวแตกที่ไม่สามารถกู้คืนหรือทำอะไรได้ ก็คือการผ่อนรถ ผ่อนบ้านนั่นเอง”
เผยรายรับเป็นศูนย์ เพราะโดนยกเลิกไป 19 งานในวันเดียวเมื่อปลายปีที่แล้ว
“รายรับเป็นศูนย์ครับ ตอนนี้เกี่ยวกับตอนนี้บริษัทออแกไนซ์ของผมรายรับเท่ากับศูนย์บาท แต่ยังต้องจ่ายอยู่ ส่วนรายรับตอนนี้ผมก็ทำเรื่อยเปื่อย ตอนนี้อาจจะมีสอนร้องเพลงบ้างก็ได้รับความกรุณาจากผู้ใหญ่ให้ผมไปสอนศิลปิน และผลิตน้ำยาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับรถ ผมรักรถอยู่แล้วก็เลยผลิตน้ำยาเคลือบเงา น้ำยาขจัดคราบเอนกประสงค์ ทำเพราะต้องการอุ้มลูกน้องให้อยู่ได้ครับ ผมสัญญากับน้องชาย 2 คนไว้ว่าผมจะดูแลเขาในฐานของเงินเดือน เขาอยู่กับเรามานานแล้ว ผมก็เลยทำเพื่อให้เขาได้มีอาชีพ เราก็ไม่มีวันทิ้งเขา
ต้องแบกภาระรายรับเป็นศูนย์มานานเกือบๆ ปีครับ ตั้งแต่โควิดครั้งแรกเลยครับ แล้วเหมือนกำลังจะดีก็โดนแคนเซิลวันเดียว 19 งาน ช่วงเดือนธันวาคม กำลังจะได้เงินเลยครับ มันเป็นปลายธันวาคมที่เหมือนจะขาดใจ มันสุดจริงๆ ครับ ทีมงานที่ผมต้องดูแลมี 2 คนครับ แต่อาจจะลามไปถึงเรื่องของการหาเงินบางส่วนมาลงทุนเพื่อให้มีอะไรทำ เพราะเครื่องเสียงตัดทิ้งไปเลยครับ มันไม่มีธุรกิจตัวอื่นครับ เพราะอย่างร้านอาหารก็นั่งทานไม่ได้ จะไปทำอะไรไม่สามารถขยับได้เลยเพราะเราลงทุนไปเยอะ”
เผยพยายามทำทุกอย่างแล้ว ธุรกิจกว่า 32 อย่าง แต่ไม่ใช่ว่าจะสำเร็จทั้งหมด
“บางท่านถามว่าแล้วที่ไม่คิดจะทำโน่นทำนี่เหรอ ผมทำทุกอย่างที่เป็นความสามารถส่วนตัวที่ทำออกมาแล้วก็ 32 ธุรกิจ ที่ทำอยู่ มันเยอะจริงๆ ครับ แต่ไม่ใช่ว่าธุรกิจทุกอันมันจะประสบความสำเร็จ อะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ลูกน้องและที่บ้านผมอยู่ได้ ไม่ได้อยู่เฉยรอโอกาสรอโชคชะตา จนพี่ๆ เตือนว่าพักบ้างก็ได้ ผมจะพูดเสมอว่านอนคืออะไร ผมไม่รู้จักคำว่านอนครับ ผมคิดว่า 24 ชั่วโมงต่อวันผมไม่พอ ผมอยากได้ 72 ชั่วโมงต่อวัน ผมคิดเยอะ ทำเยอะ และลงมือทำจริงและไม่เคยท้อครับ
ที่จะขายใหญ่สุดก็คือกิจการซาวด์เคลียร์ เป็นของสะสมและเป็นระบบลำโพงซิสเต็ม ซาวด์แอนด์ไลท์ติ้ง ชื่อบริษัทซาวด์เคลียร์ ก็ฝากพี่ๆ นักข่าวทุกคนไว้ด้วยครับ ใครที่สนใจสามารถซื้อปุ๊บทำธุรกิจได้เลย สามารถรองรับงานเฟสติวัลใหญ่ได้อยู่แล้ว และเป็นรถบรรทุก 6 ล้อ 1 คัน น่าจะช่วยปลดความเครียด ของผมได้ และมีรถเบนซ์ของผม ซึ่งเป็นรถคู่ใจ ซึ่งเป็นน้ำพักน้ำแรงส่วนตัวที่เราซื้อมานอน (ยิ้ม) แล้วก็มีบ้านครับ ทุกอย่างที่ว่ามาก็คือยังผ่อนอยู่ ยกเว้นรถเบนซ์ครับ ส่วนบ้าน ของในบ้าน ขออนุญาตใช้คำว่าทั้งชีวิตก็ได้ สามารถมาช็อปได้ แต่ว่าอยากให้แบบเหมาก็ดี หรือใครอยากให้แยกก็ได้”
บอกยอมขายขาดทุนเพื่อปิดหนี้ทั้งหมด
“ตอนนี้คือตัดใจขายทุกอย่างในชีวิต คือมันถึงขั้นสุดแล้วครับ ผมขอเหลือศูนย์จริงๆ ครับ โดยที่ผมไม่ขอมีหนี้สักบาทเดียว อาจจะย้ายกลับไปอยู่บ้านเก่า หรือไม่ก็หาที่ที่ได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ ถามว่าของที่จะขายมูลค่ามันครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายที่เรามีใช่ไหม มันก็คงเอาไปตัดจบ อย่างรถยนต์ ถ้าคนซื้อดาวน์ต่อก็โอเคไป แต่ถ้าไม่ได้ก็คงต้องเอาเงินที่ได้บางส่วนไปตัดจบ เพราะว่าของมูลค่ามันต้องลดได้อยู่แล้ว ก็จะเคลียร์ตรงนี้ เงินที่ได้มาก็คือตัดจบจริงๆ ทุกอย่างครับ แล้วก็จะเอาไปให้กับผู้มีพระคุณ ทดแทนคืนในสิ่งที่เขาดูแลผม แล้วก็มันแย่ทั้งหมด ในเมื่อเขาแย่ เราต้องช่วยเขา เพราะผมก็ไม่เคยทิ้งใคร ไม่เคยทิ้งเพื่อนพี่น้องครับ
แต่เอาจริงๆ หนี้สิบกว่าล้าน กับทรัพย์สินสมบัติที่จะขาย มันขาดทุนครับ ยังไงก็ขาดทุน คือต้องยอมรับสภาพขาดทุนอยู่แล้ว อย่างเครื่องเสียง เราเข้าใจว่าไม่ใช่มือหนึ่ง เราสั่งทำ เราซื้อมามันคือมือหนึ่ง แต่เราใช้ของถนอม แต่ยังไงซื้อมาแล้วก็ตีมือสองอยู่ดี รถที่ซื้อมาในราคามือหนึ่ง รถสองปี วิ่งยังไม่ถึงสามพันกิโลฯ เลย รถบรรทุกคันขาวคือแทบจะไม่ได้ใช้งานวิ่งรับร่วมเลย แค่เอาไว้ขนของ และทุกอย่างผมดูแลดีตลอด ทั้งลิฟต์ไฟฟ้าตัวท็อป ทุกอย่างตัวท็อป คิดว่ามันจะไปได้ไงครับ คิดว่ามันจะโอเค
“ซื้อมาในจังหวะที่ไม่มีงานพอดีครับ แต่ถ้าขายทุกอย่างแล้วยังไม่พอกับที่เป็นหนี้อยู่ตอนนี้ ก็คงต้องขอผัดผ่อนเจ้าหนี้ แต่ ณ ตอนนี้ก็จะมีเรื่องของไฟแนนซ์ใช่ไหมครับ ก็คำนวณไว้คร่าวๆ ว่าอาจจะปลดหมด แต่ถ้าไม่หมดจริงๆ คือผมต้องทำงานเพิ่มนั่นแหละ ก็คงจะขออนุญาตผู้ใจดี โอเคว่าผมต้องรอคอนเสิร์ต แล้วก็เอางานคอนเสิร์ต ซึ่งเป็นความสามารถส่วนตัวที่ทำได้เอามาปลดพันธนาการ”
บอกเป็นคนที่รักษาของอย่างดี ใครซื้อไปไม่ต้องห่วงว่าจะต้องซ่อม
“รถเบนซ์คันนี้ก็ที่ตั้งไว้อยากได้ 1.3 ล้านนิดๆ เพราะว่าคันนี้ก็เป็นดีเซลตัวท็อปแหละ ก็บอกเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ทักมาตลอดว่า ตอนนี้ในตลาดไม่มีนะ ลองเช็กราคากลางก่อนได้ครับ แล้วก็แต่งไป 5 แสนกว่าบาท ทั้งล้อแม็กซ์ ทั้งเบรก ทั้งอะไร คือมันเป็นความชอบ และช่วงที่ผมยังพอไหว คือแต่งเพื่อที่เราจะให้ลูกค้า คือผมทำรถ และรับแต่งรถ มีเพื่อนพี่น้องทำสติกเกอร์ ทำอู่ โน่นนี่นั่น มันก็เลยกลายเป็นว่าทำรถเพื่อที่เราจะได้โฆษณาว่าเรามีความสามารถพอที่จะซ่อมรถให้ลูกค้าได้ สามารถแต่งรถให้ลูกค้าได้ประมาณนั้น ก็เลยยอมที่จะแต่งเพื่อให้รถมันดูดี แต่ก็ยอมรับว่าคันนี้สภาพดีจริง เพราะผมรักรถมาก ทุกคันที่ออกไปจากผมไม่ต้องซ่อมไม่ต้องทำ ดูดีมากๆ ครับ
ส่วนบ้านตอนนี้ยังติดผ่อนอยู่ครับ ก็หวังว่าจะไม่เกินแค่ 3 ล้าน คือทุกอย่างที่ผมขายจะเป็นราคากลาง จะมีราคากลางที่ทุกคนสามารถรับได้ ผมไม่บวกแน่นอน เพราะว่าผมอยากปลดพันธนาการ แต่ว่าถ้าเกิดวิงวอนพี่ๆ ทุกคนครับว่า ถ้าจะมาต่อราคาจนผมไม่ไหว เดี๋ยวผมก็ร้องไห้ อย่าแซวหน้าม้าหนู (หัวเราะ) ประมาณนี้
หกล้อใหญ่ คันสีขาว ก็จะเป็นตัวใหญ่สุดของฮีโน่ ตอนนี้เช็กราคากลางอยู่ ก็น่าจะประมาณ 2 ล้านกลางๆ ครับ เพราะว่าตัวรถพร้อมตู้พร้อมลิฟต์ เกือบๆ 3 ล้านแล้ว ทำสีพิเศษด้วย ทำโลโก้ด้วย ติดลิฟต์เพิ่มด้วย เอาง่ายๆ คือราคาตกลง 25-35 % อยู่แล้ว แต่ว่ามันได้มีคือไมล์น้อยมาก เพราะรถบรรทุกเราเข้าใจว่าซื้อมาเพื่อวิ่ง ฉะนั้นรถปีหนึ่งเกินสองหมื่นกิโลฯ แน่นอน แต่ของผมน่าจะสตาร์ทไม่เกิน 3,500 กิโลฯ รถ 2 ปี แต่สภาพใหม่มาก
เวทีแสงสีเสียงน่าจะทั้งหมด น่าจะมีมูลค่าประมาณ 10 กว่าล้าน แต่ว่า ณ ตอนนี้ผมยังไม่ได้แจกแจงว่ารวมทั้งหมดเท่าไหร่ โอเคถ้าขายเป็นเหมา อยากให้พี่ๆ มาคุยกันก่อน เพราะผมก็ตอบไม่ได้ เพราะรายละเอียดเยอะ เป็นพันรายละเอียดเลย เพราะฉะนั้นในรูปที่ลงในเฟซ ประมาณเกือบ 70 รูป ยังไม่หมดครับ ก็ได้แค่ดึง เพราะมันมีข้อจำกัด เดี๋ยวพี่ๆ ที่เน็ตไม่แรงก็จะเปิดไม่ได้อีก ก็จะค่อยๆ เปิดกรุทีละนิด”
เผยยังร้องไห้ทุกวัน แต่ไม่ท้อ ขอสู้ต่อไป
“ก็มีไอดอลเป็นแม่นกน้อย อุไรพร คือผมเห็นวันนั้นแล้วก็ร้องไห้แทนเลยครับ คือออกมาเพื่ออุ้มลูกน้อง ก็ไม่รู้ตอนนี้เป็นไงบ้าง ยังไม่ติดตามข่าวเพิ่ม แต่ว่ากล้าที่จะออกมายอมรับว่าไม่ไหว เพื่อดูแลคนที่แม่เขารักทุกคนเหมือนกันครับ ผมก็ต้องยอมขาย เพื่อลูกน้องผม กับบริวารผม พี่ๆ ผม น้องๆ ผมได้อยู่รอด กับตัวผมต่อให้ไม่เหลืออะไรเลย ก็โอเคครับ เดี๋ยวเราค่อยเริ่มต้นกันใหม่เนอะ คนที่เป็นโรคเครียดทั้งหลายนะครับ สู้ไปด้วยกัน
ผมร้องไห้ทุกวันครับ คนเป็นโรคเครียดร้องก็ต้องร้องครับ เชื่อผม ผมเป็นคนที่ยังมีชีวิตอยู่โดยการที่ยังไม่ไปหาหมออย่างถูกต้อง แต่ทานยาคลายเครียด ผมเป็นคนหนึ่งที่ยังมีชีวิตอยู่ และอธิบายให้ท่านดู ให้ท่านฟังได้ อยากให้ผมเป็นวิทยากรที่ไหน บอกครับ อยากร้องก็ร้อง เพราะมันร้องมาเอง ทุกคนบอกว่าเมกไหม อย่างเมื่อกี้เสียงผมมีสั่น ก็คนเสียใจครับ คนขายของมาทั้งชีวิต ถูกไหมครับ ร้องก็ร้อง แต่อย่าท้อ มันไม่มีอะไรกับคำว่าน้ำในสมอง สารเคมีในสมอง คุณหายไปสองตัวแค่นั้น เข้าใจตัวเองใหม่ แล้วสู้กับมัน
ในหัวผมกลางกระหม่อมผมมีคุณพ่อคุณแม่ลอยขึ้นมาทุกครั้งที่เครียด คือต้องดูแลให้ได้ วันนั้นที่ผมหายไปแล้วทุกคนเห็นในข่าวว่าผมนอนน็อกอยู่ มีอุปกรณ์ทั้งหลายครบหมด ยอมรับครับว่ามันไม่ดี เพราะฉะนั้นอย่าทำตามผมเด็ดขาด ผมผ่านมันมาได้แล้ว ให้ข้อมูลกับคุณได้ คุณให้ผมสู้ ฉะนั้นพวกคุณต้องสู้ ห้ามหายเหมือนผมเด็ดขาด เราน่าจะมีโอกาสได้เจอกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผมจะทำรายการดีๆ มาให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน หวังว่าผู้ใหญ่จะสนับสนุนผมด้วย”


