xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจ “แม่น้อย” ภรรยาคนแรก “ไพโรจน์” เลิกกันแล้วแต่ไม่เคยทิ้ง ดูแลจนสิ้นลม เลี้ยงลูกให้ทุกบ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เปิดใจ “แม่น้อย” ภรรยาคนแรกของ “ไพโรจน์ ใจสิงห์” ใช้ชีวิตฉันท์สามีภรรยาตั้งแต่อีกฝ่ายยังเป็นครูพละ - ไม่เข้าวงการ รู้ตลอดมีผู้หญิง มีลูกมากี่คน แถมยังช่วยเลี้ยงลูกให้ทุกคนด้วย 3-4 ปีสุดท้ายที่นอนติดเตียงดูแลจนนาทีสุดท้าย

ยังคงอยู่ในบรรยากาศของความอาลัยต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของนักแสดงอาวุโส “ไพโรจน์ ใจสิงห์” ที่สิ้นลมอย่างสงบเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังล้มป่วยมาหลายปี โดยวันนี้ที่ศาลา 1 วัดลาดพร้าว มีพิธีสวดอภิธรรมเป็นคืนที่สอง ซึ่งมีครอบครัวและญาติสนิท รวมถึงคนในวงการบันเทิงที่รักและเคารพนักแสดงอาวุโสผู้ล่วงลับ เดินทางมาร่วมงาน อาทิ ตุ๊ก เดือนเต็ม สาลิตุล, เอ๋ ไพโรจน์ สังวริบุตร, ดี้ ปัทมา ปานทอง, เอ๋ กษมา นิสสัยพันธุ์, โยโกะ ทาคาโน่ นอกจากนี้ยังมีคนดังในวงการส่งพวงหรีดมาร่วมแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก

โดยวันนี้ “แม่น้อย” บุญเลิศ สกุลทอง ซึ่งเป็นภรรยาคนแรกของ ไพโรจน์ ใจสิงห์ ได้เปิดใจว่า แม้จะเลิกรากันไปแล้ว แต่ก็ยังห่วงใยดูแลกันมาตลอดจนถึงลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

“ก็อยู่ด้วยกันตลอด เขาอยู่โรงพยาบาลมาเดือนกว่าแล้วก็ย้ายกลับมาอยู่บ้าน เราก็ไปดูแลเขา พอกลับมาอยู่บ้านก็ดูตลอด ก่อนจะไปก็ดูแลตลอด เป็นคนที่ขับรถรับส่งโรงพยาบาลหาหมอทุกเดือน มีน้องสาว กับหลานมาช่วยพาเขาไป ก็จะทราบอาการเขาดี เราอยู่ทุกช่วงเวลา อยู่ที่บ้านด้วยกัน คอยดูแลกันตลอด”

เผยช่วงเหตุการณ์ก่อนที่ “ไพโรจน์ ใจสิงห์” จะจากไป ซึ่งตนนั้นไม่ได้รู้สึกช็อกอะไรเพราะเตรียมใจไว้แล้ว
“วันนั้นแกถ่ายออกมาเยอะ เราก็สงสัยว่าแกจะต้องเป็นอะไร แล้วแกก็เหนื่อน หอบ เลยพาแกส่งโรงพยาบาล ก็ไปอยู่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกมาเดือนกว่าๆ เราก็ไปเยี่ยมแกตลอด ถามแกว่าโรจน์อยากกลับบ้านไหม เขาก็พยักหน้าแต่เขาไม่พูด ก็บอกงั้นอีก 2 วัน ให้หมอให้ยาฆ่าเชื้อ แล้วจะมารับกลับนะ

วันที่เขาจะไปเขาเหนื่อย เสมหะเขาเยอะ ก็ช่วยกันดูดเสมหะออก เอาเครื่องออกซิเจนใส่ให้แก ก็ดูแลแก แกก็ค่อยๆ ไป พอดึกเราขึ้นนอน เขาอยู่ข้างล่างกับน้องสาว ก็วิ่งขึ้นวิ่งลงกัน พอตอนตี 4 กว่า น้องขึ้นไปเรียกบอกแกเสียแล้ว เราก็รีบวิ่งมาดู แกก็ไม่หายใจแล้ว เราไม่ช็อก ปกติ เราอยู่กันมาจนชินแล้ว เราเตรียมใจไว้แล้ว”

บอก “ไพโรจน์ ใจสิงห์” ไม่ได้สั่งเสียอะไรไว้เลย แต่จะเป็นห่วงลูกๆ
“ไม่ได้คุยค่ะ ถามแกอยากทานอะไรไหม อันนี้อร่อยไหม แกไม่ได้สั่งเสียอะไรไว้ แต่เขาจะห่วงลูกๆ คนบ้านเล็กบ้านน้อย ก็บอกแกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเขานะ ไม่ต้องเป็นห่วงใครแล้ว อยู่บ้านเราก็คุยกันตลอด ตอนที่ยังไม่เข้าโรงพยาบาลก็แซวเล่นอันนั้นไม่อร่อย อันนี้ไม่อร่อย แล้วเอาอะไร เอาเบียร์สักกระป๋องไหม เขาก็หัวเราะ แกก็ยิ้มแย้มเฮฮา เราอยู่กันสนุกสนานในครอบครัว ลูกๆ ก็อยู่กันทุกคน ลูกหลานแซวตากันอยู่ตลอด”

เล่าถึงความรักของตนกับ “ไพโรจน์ ใจสิงห์” คบหาฉันท์สามีภรรยากันมาตั้งแต่เป็นครูพละ ยังไม่เข้าวงการเป็นดารา
ไม่ได้มีอะไรมาก คบกับเขามาตั้งแต่สมัยเป็นครูพละอยู่ที่โรงเรียนสารวิทยา มามีลูกคนโต 5 ขวบ แล้วมานกนี่ขวบกว่า เขาถึงจะได้เข้าวงการการแสดง อยู่กันตั้งแต่สมัยอยู่บ้านบางลำพู อยู่กับญาติพี่น้องเขา เราอยู่กับเขามาตลอดเป็นครอบครัวใหญ่ ญาติพี่น้องเขารักเราทุกคน

เขาเป็นคนดี อารมณ์เย็น แต่ก็อย่างว่าเข้าวงการมาก็มีคนชอบเยอะ คนติดเยอะ มันก็เรื่องของเขา ใหม่ๆ มันก็มีบ้าง อยู่ๆ ไปก็ทำใจ สบาย ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ลูกก็โตๆ กันแล้ว ก็ปล่อยเขา เราไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้ เราใจกว้าง ลูกเขาทุกคนเขาก็เอามาฝากแม่หมด มาฝากเลี้ยง ฝากดูแล แม่ก็ยินดี หุงหาข้าวให้ทานทุกอย่าง

รับรู้มาตลอดว่า “ไพโรจน์ ใจสิงห์” คบผู้หญิงคนอื่นด้วย จน 3-4 ปีที่ผ่านมาตนได้พากลับมาอยู่ด้วยกัน
“รู้ค่ะ รับรู้ทุกคน ก็ช่างเขา เราไปห้ามเขาไม่ได้ ก็ต้องไปเรื่อยๆ เขาไปอยู่บ้านสุดท้าย แล้วหลังๆ เขาไม่ค่อยสบาย บ้านสุดท้ายเขาก็ดูแลบ้างอะไรบ้างอย่างละนิดๆ หน่อยๆ ก็ไปเห็นสภาพแก ลูกเราก็บอกว่าแม่หนูอยากจะไปขอพ่อกลับมาอยู่บ้าน แต่เขากลัวแม่ว่า เดี๋ยวแม่จะลำบาก เราก็บอกว่าไม่เป็นไร เอาพ่อกลับมาเลย เอามาอยู่กับเราเลย ไม่ต้องให้พ่อไปอยู่ไหน แกก็มาติดเตียงตลอด แกติดเตียงมา 3-4 ปี ก็นั่นแหละที่แกอยู่กับเรา เราก็ดูแลแกมาตลอด”

3-4 ปีสุดท้ายที่อยู่ด้วยกัน แม้ไม่มีการบอกรักแต่ก็รู้กัน
“เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เขาก็รู้ ไม่ต้องไปพูดอะไรกับเขาหรอก มีแต่คนแซวเขาว่ากลับมาตายรังเหรอ เราก็บอกอย่าไปว่า อย่าไปพูด ช่างเขา บางทีเพื่อนๆ จะชอบแซว เราก็บอกอย่าไปยุ่งกับเขา เขากลับมาก็ให้เขาสบายใจ โรจน์เขาก็ไม่อะไร เขาเป็นคนอารมณ์ดี อารมณ์เย็น ยังไงก็ได้ ก็ขอให้เขาไปสู่สุคติ ไม่ต้องห่วงอะไร เราก็จะใส่บาตรให้เขาทุกวัน”













กำลังโหลดความคิดเห็น...