xs
xsm
sm
md
lg

“แพร วทานิกา” เสียใจทำกันลง ดูแลลูกน้องทุกคนเหมือนคนในครอบครัว แต่ถูกรวมหัวกันลักทรัพย์ สูญหลายล้าน!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“แพร วทานิกา” ขึ้นสน.หน้าเศร้า แจ้งความอดีตคนสนิทและลูกจ้างลักทรัพย์ สูญหลายล้าน รับเสียความรู้สึก ดูแลลูกน้องเหมือนคนในครอบครัว ต่อจากนี้ไว้ใจใครไม่ได้อีก

เมื่อเวลา 12.00 น. วันนี้ (23 ก.พ.) “แพร วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา”เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง VATANIKA พร้อมทนายความ เดินทางเข้าแจ้งความที่สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีกับพนักงานบริษัทบางส่วนที่ทำการร่วมกันลักลอบนำสินค้าของบริษัทฯ และสินค้าที่ไม่ได้ผลิตจากบริษัทฯ ไปแอบอ้างขายให้แก่ลูกค้าในราคาที่ต่ำกว่าราคาปกติ และไม่ผ่านการเห็นชอบจากบริษัทฯ ทั้งยังหลอกลวงลูกค้าให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว โดยไม่ได้โอนเงินนั้นคืนให้กับทางบริษัทฯ สร้างความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ซึ่งหลังจากที่ได้มอบหลักฐานและให้ปากคำแก่พนักงานสอบสวนแล้ว แพรและทนายความส่วนตัวจึงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

ทนาย : “เรื่องที่เกิดขึ้นคือมีลูกจ้างของบริษัทฯ กระทำความผิดอาญา โดยเรื่องมันเริ่มต้นตั้งแต่เดือนม.ค.ถึงต้นเดือนก.พ.ปีนี้ ทางบริษัทฯ ได้รับแจ้งจากลูกค้าที่ร้องเรียนมาว่า สินค้าที่ได้ซื้อจากบริษัทฯ เป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพทางบริษัทฯ ก็ขอให้ส่งสินค้ามาตรวจดู ก็พบว่าสินค้าไม่ได้ผลิตโดยบริษัทฯ แต่ว่ามีป้ายชื่อของ Vatanika เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทฯ ติดอยู่ หลังจากนั้นก็มีลูกค้าบางรายได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าได้ซื้อสินค้าจากพนักงานของบริษัทฯ ในราคาที่ต่ำกว่าปกติเป็นอย่างมาก และให้มีการโอนเงินเข้าบัญชีของลูกจ้างบริษัทฯ

ทางบริษัทฯ ก็เลยมอบหมายให้ผมมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เราก็ได้ร่วมทำงานกับพนักงานสอบสวน และพบว่าสิ่งเหล่านี้กระทำโดยลูกจ้างของบริษัทฯ จริง จนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ได้ให้ลูกจ้างมาพูดคุย สอบถาม ซึ่งลูกจ้างทุกคนก็ยอมรับด้วยการจำนนต่อหลักฐาน สาระสำคัญที่สุดก็คือหลักฐานการโอนเงินจากลูกค้าเข้ามายังบัญชีของลูกจ้าง แต่ลูกจ้างก็ไม่เคยมีการโอนเงินต่อให้กับบริษัทฯ แต่อย่างใด

สรุปในความผิดที่ทำอยู่ชัดเจนอยู่สองประการ หนึ่งคือนำสินค้าที่ไม่ใช่ของบริษัทฯ ไปขายให้กับลูกค้า สองคือลักลอบเอาสินค้าของบริษัทฯ ออกไปขายในราคาที่ต่ำมาก จนสุดท้ายพอเราตรวจพบก็ได้เรียกมาสอบถาม ผมขอย้ำว่าลูกจ้างทุกคนได้ทำหนังสือยอมรับสารภาพการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาทั้งหมดวันนี้ผมกับคุณแพรมาพบพนักงานสอบสวน เพื่อนำเอกสารเพิ่มเติมเหล่านี้มามอบให้กับพนักงานสอบสวน ซึ่งต่อไปก็จะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน สรุปความเห็นและดำเนินคดีต่อไปครับ ซึ่งลูกจ้างมีหลายคนครับ

ถามว่าแจ้งความกี่คดี ตรงคดีความจะกี่คดีก็แล้วแต่ต้องขออนุญาตไม่พูดถึงนะครับ เพราะมันเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ถ้าพูดไปแล้วอาจจะไปกระทบกับการทำหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ซึ่งเขาต้องทำงานโดยอิสระ”

แพรเสียใจ เสียความรู้สึก ผิดหวัง ไม่คิดว่าจะทำกัน
แพร : “แพรเสียใจนะ เสียความรู้สึก เพราะเราก็คิดว่าเราก็ดูแลลูกน้องค่อนข้างดีและอยู่กันมานาน และบริษัทฯ เราอยู่กันเหมือนครอบครัวด้วย เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็ผิดหวังค่ะ ก็ไม่คิดว่าเขาจะเอาความเชื่อใจ ความให้ใจที่เรามีให้มาตลอด และโอกาสดีๆ มาทำกัน ตอนแรกไม่คิดว่าเป็นเขาค่ะ”
ทนาย : “คือพอทราบเรื่องเราก็ทำการสอบสวน เราไม่ปักใจเชื่อก่อนนะครับ”

แพร : “ที่ได้เตือนมา และที่ได้หลักฐานมาก็เป็นเขานี่แหละค่ะถึงได้เชื่อ เพราะว่าเราเชื่อใจเขา แต่ว่าหลังจากการสืบสวนและหลังจากหลักฐานหลายๆ อย่าง มันเยอะก็เป็นอย่างที่คุณทนายบอก ต้องขอให้เป็นเรื่องของกฎหมาย”

มูลค่าความเสียหายหลายล้าน แจ้งความฐานลักทรัพย์ - ละเมิดต่อนายจ้าง
ทนาย : “ณ ตอนนี้เท่าที่เราตรวจสอบได้ก็จำนวนหลายล้านบาทนะครับ แต่ยังมีลูกค้าทยอยแจ้งความเสียหายเข้ามาเพิ่มเติม เพราะเราเชื่อว่าลูกจ้างคนนี้กระทำการแทนบริษัทฯและโอนเงินเข้ากับลูกจ้างคนนี้”

แพร : “แพรคิดว่าเขาต้องจำนนต่อหลักฐานค่ะ จนเราไม่รู้จะพูดอะไร มันเสียความรู้สึกด้วย และไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น”

ทนาย : “ถามว่าเขาทำทำไม คือส่วนนี้ผมเป็นคนที่ได้สอบถามเขา แต่เขาก็ไม่ยอมตอบว่าเอาเงินไปทำอะไรบ้าง แต่ก็ยอมรับว่าได้กระทำความผิดจริงแค่นั้นครับ”

แพร : “หลังทราบเรื่อง แพรให้คุณทนายเป็นคนคุยค่ะ”

ทนาย : “คือพอหลังจากทราบเรื่องสัปดาห์ที่แล้วที่เรียกมาพูดคุยและแสดงหลักฐานให้ดู เราก็เลยให้ออก และหลังจากนั้นก็ไม่มีการพูดคุยกันอีกเลย

ความเสียหายที่ทางลูกจ้างเขาก่อขึ้นมามีความผิดอยู่สองส่วนนะครับ ส่วนที่หนึ่งคือทางอาญา ก็คือเป็นการกระทำลักทรัพย์ของนายจ้าง ซึ่งโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ส่วนที่สองเป็นส่วนเกี่ยวกับการละเมิดต่อนายจ้าง เอาสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพที่ไม่ได้ผลิตจากบริษัทฯ ไปขายแก่ลูกค้า ซึ่งในขณะที่เขากระทำความผิดเนี่ย เขามีฐานะเป็นลูกจ้างของบริษัทฯ ก็ถือว่าลูกจ้างละเมิดต่อนายจ้างในทางแพ่ง

ซึ่งทางบริษัทฯ ก็มอบหมายให้ผมดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ประการสำคัญคือการเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อภาพพจน์ ภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ต่อแบรนด์ เพราะว่าลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากบริษัท วทานิกา กรุ๊ป เขาก็เชื่อมั่นว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง แต่กลับได้รับสินค้าที่มันแย่ๆ ตรงส่วนนี้พอหลังจากที่เรารู้เหตุการณ์ย้อนขึ้นไปพบว่าเขาทำมา 2-3 ปีแล้ว นี่คือความเสียหายทางด้านชื่อเสียงที่เกิดขึ้น มันใหญ่หลวงมาก ทางผมก็จะจัดการฟ้องในส่วนของค่าเสียหายเหล่านี้ต่อไปครับ”

อีกฝ่ายไม่ได้เคลียร์กับตน แอบอ้างชื่อ ลูกค้าหลายคนได้รับข้อมูลบิดเบือน
แพร : “ไม่มีค่ะ จริงๆ แพรอยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของบริษัทฯ ด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากมีการแอบอ้างชื่อแพร และมีลูกค้าหลายคนที่ได้รับข้อมูลที่บิดเบือน และเราคุยกับลูกค้าแต่ละคน เขาก็พูดกับแต่ละคนไม่เหมือนกันเลย เราเลยรู้สึกว่าเราอยากจะออกมาชี้แจงด้วยตัวเอง และให้กฎหมายเป็นตัวตัดสินของเรื่องนี้”

ทนาย : “คือเรื่องนี้มันเป็นเรื่องทางคดีอาญา และผลกระทบมันมีผลต่อชื่อเสียงออกไปทางสาธารณะ ถ้าเราไม่ดำเนินคดี ลูกค้าก็จะมองว่าบริษัทฯ ไปกระทำการขายสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพหรืออะไรต่างๆ หรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับลูกจ้างคนดังกล่าว การที่เรามาแจ้งความก็เป็นการแสดงถึงความสุจริตใจของบริษัทฯ ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กับลูกจ้างในการกระทำของลูกจ้างทั้งหมดครับ”

แพร : “ถามว่าเขาได้ขอโทษไหม ไม่มีค่ะ”
 
ทนาย : “ความผิดที่เราแจ้งความนี้มันเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ครับ มันต้องเดินไปถึงที่สุดอยู่แล้วครับ”

หลังจากนี้ต้องระวังเรื่องความไว้ใจ
แพร : “สำหรับแพรคิดว่ามันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือมันทำให้เราได้ระวังตัวมากขึ้น และทำระบบบริษัทฯ ให้รอบคอบมากกว่านี้ แต่ที่สำคัญที่สุดเลยมันทำให้เราต้องกลับมาคิดว่าในการที่เราจะให้ใจใครก็ต้องระวังให้ดีกว่านี้ค่ะ

ทนาย : “คือนโยบายที่คุณแพรมอบหมายให้ผม ก็ถ้าพบการกระทำผิดที่บริษัทฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องเลย เราก็คงดำเนินคดีทุกคดีที่มีพยานหลักฐานครับ มีคดีแน่นอนครับ ทั้งอาญาและทางแพ่ง ส่วนพนักงานพ้นสภาพหมดเลยไหม อันนี้ไม่ขอตอบนะครับ มันหมิ่นเหม่ต่อเรื่องกฎหมายครับ”











กำลังโหลดความคิดเห็น...