xs
xsm
sm
md
lg

จาก “สลัมบอมเบย์” ถึง “สลัมด็อกบิลเลียนแนร์” : “อีร์ฟาน ข่าน” ดาราอินเดียที่ดังที่สุดในฮอลลีวูด

เผยแพร่:   โดย: ฟ้าธานี



ในวงการหนังอินเดีย มีนักแสดงจำนวนไม่น้อยที่เติบมาจากครอบครัวนักแสดงชื่อดัง อย่างตระกูล คาร์ปูร์ หรือไม่ก็ตระกูลบาจัน ที่มีสมาชิกในครอบครัวเข้าวงการบันเทิงมากมาย

ดาราบางคนก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยพื้นฐานการมีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนพระเจ้ามอบมาให้ และเทพจะมีสถานีเป็นเหมือนเทพบุตร เทพธิดาในสังคมอินเดีย กลายเป็นคนในฝันของนักดูหนังมากมาย

แต่อาจจะพูดได้ว่า อีร์ฟาน ข่าน ไม่ได้มีคุณสมบัติอะไรแบบนั้นเลย เขาดูเป็นคนธรรมดา ๆ หน้าตาเหมือนชาวอินเดียทั่ว ๆ ไป แต่สุดท้ายดาราหนุ่มคนนี้กลับกลายเป็นดาราชาวอินเดียที่พูดได้ว่าประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติมากที่สุด เมื่อเทียบกับนักแสดงร่วมชาติคนอื่น ๆ ในรอบหลายปีที่ผ่าน

อีร์ฟาน ข่าน เติบโตมาในครอบครัวมุสลิมในรัฐราชสถาน ครอบครัวประกอบกิจการเกี่ยวกับยางรถยนต์ ส่วนตัวของ อีร์ฟาน ข่าน นอกจากจะชอบเล่นกีฬาสุดฮิตของชาวอินเดียอย่างคริกเก็ตแล้ว เขาก็ยังชื่นชอบการแสดงด้วย พอถึงวัยทำงาน อีร์ฟาน ข่าน เริ่มต้นชีวิตของการเป็นผู้ใหญ่ด้วยการเป็นช่างซ่อมแอร์ แต่เขาก็ยังสนใจการแสดงอยู่ต่อไป


ด้วยความชื่นชอบในตัวของพระเอกระดับตำนานอย่าง ราเยส คันนา ทำให้ อีร์ฟาน ข่าน พยายามหาโอกาสที่จะเป็นนักแสดงไปเรื่อย ๆ และสุดท้ายมันก็ประสบความสำเร็จจนได้

จนเขามาประสบความสำเร็จเมื่อได้รับเลือกให้ร่วมแสดงในหนังเรื่อง “สลัม บอมเบย์” หนังที่เล่าเรื่องของชนชั้นล่างในสังคมเมืองมุมไม ผลงานของ ผู้กำกับหญิงที่ต่อมาโด่งดังในระดับโลกอย่าง มิร่า แนร์ หนังประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล ถูกฉายทั่วโลก กลายเป็นหนึ่งในหนังอินเดียที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดตลอดกาล แต่ประเด็นก็คือ ฉากของ อีร์ฟาน ข่าน ถูกตัดออกจากหนังทั้งหมด เขาก็เลยไม่ได้เปิดดาราอย่างที่หวังแต่อย่างใด

หลังจากนั้น อีร์ฟาน ข่าน จึงรับงานแสดงทางโทรทัศน์ และบทสมทบในหนังมาเรื่อย ๆ จนเริ่มจะท้อแล้ว เพราะรับงานแสดงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ดังซะที ชีวิตการเป็นนักแสดงดูไม่ค่อยก้าวหน้า แต่สุดท้ายโอกาสจริง ๆ ของ อีร์ฟาน ข่าน ก็เดินทางมาถึง เมื่อเขาได้รับเลือกให้เล่นหนังอินเตอร์อีกครั้ง ใน Warrior หนังอังกฤษผลงานของ อาซิฟ คาปาเดีย ผู้กำกับชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย โดยหนังมีเนื้อหาเกี่ยวกับนักดาบที่ต้อสู้กับอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย จนกลายเป็นแรงบันดาลให้ ข่าน สู้ต่อในเส้นทางการเป็นนักแสดงด้วย


เขาอาจจะหน้าตาไม่ค่อยอินเทรนต์ของชาวอินเดียเท่าไหร่ อีร์ฟาน ข่าน ก็เลยดังช้าไปหน่อย แต่พอเขาเริ่มสร้างชื่อได้ ข่าน ก็กลายเป็นนักแสดงที่น่าจับตามองทันที

ในปี 2006 ข่าน ได้กลับไปร่วมงานกับ มิร่า แนร์ อีกครั้งใน Namesake หนังที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวชาวอินเดียในอเมริกัน คราวนี้บทของเขาไม่ถูกตัดแล้ว แต่ยังโดดเด่นจนได้ชิงรางวัลต่าง ๆ มากมาย

อีร์ฟาน ข่าน กลายเป็นนักแสดงที่มันจะได้รับเลือกให้รับบทในหนังที่เน้นความสมจริงสมจัง รวมถึงในหนัง Life In A... Metro ที่ว่าด้วยชีวิตของหลากหลายผู้คนในกรุงมุมไบ เป็นหนังที่ไม่ได้เล่าเรื่องแนวเพ้อฝัน แต่มีความสมจริงสมจัง และพูดถึงชีวิตแท้ ๆ ของชาวอินเดียจริง ๆ

หลังสะสมประสบการณ์ และพัฒนาฝีมือในการแสดงอยู่นานหลายสุด ในที่สุดหนังที่ทำให้อาชีพนักแสดงของ อีร์ฟาน ข่าน โด่งดัง และมีงานมากมายในเวลาต่อมา ก็มาถึง นั่นก็คือ Slumdog Millionaire นั่นเอง


หนังอังกฤษพูดอังกฤษ ที่ใช้นักแสดงเชื้อสายอินเดีย เล่าเรื่องเกี่ยวกับเกมโชว์สุดฮิต และชีวิตที่ชะตากรรมพลิกผันของตัวละคร Slumdog Millionaire ไปไกลถึงออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม กับเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ถูกสงสัยว่าแอบโกงในรายการตอบปัญหาทางโทรทัศน์ซึ่งบทตำรวจของ ข่าน ที่ต้องสอบสวนตัวละครเอกถือว่าเป็นบทเด่นอีกบทของเรื่องก็ว่าได้

หลังจากนั้นเขาจึงได้งานในฮอลลีวูดต่อเนื่อง ทั้งใน The Amazing Spider-Man มหาเศรษฐีผู้บ้าดีเดือดใน Jurassic World ที่โผล่มาฉากแรกคนดูก็คงจะเดาได้ทันทีว่าไอ้หมอนี่คงจะตายกับการขับเฮลิคอปเตอร์นี่แน่ ๆ ข่าน กลายเป็นนักแสดงสมทบที่มีผลงานอย่างต่อเนื่องในฮอลลีวูด มีส่วนในหนังฟอร์มใหญ่ ๆ มากมาย

อาจจะเป็นคนเชื้อสายอินเดีย อีร์ฟ่าน ข่าน จึงมักจะได้รับบทประเภท คนรวย, หมอ หรือ นักวิทยาศาสตร์อะไรทำนองนั้นบ่อย ๆ เขาอาจจะมีงานในฮอลลีวูดต่อเนื่อง แต่บทบาทก็ไม่ได้น่าสนใจอย่างที่เคยได้รับมาตอนอยู่ที่อินเดีย

แต่สุดท้ายงานที่คงจะทำให้ อีร์ฟาน ข่าน ถูกจดจำตลอดไป ก็คงจะเป็นหนังรักอินเดียเรื่อง The Lunchbox ที่ทั้งเนื้อหาดี, อาหารน่ากิน และการแสดงก็ยังระดับสุดยอด น่าเสียดายที่ อีร์ฟาน ข่าน ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยโรคติดเชื้อในลำใส่ใหญ่ หลังจากมีข่าวเรื่องอาการป่วยมานานหลายปี เหลือเอาไว้เพียงผลงานที่น่าจดจำมากมาย และคงไม่มีดาราอินเดียคนไหนในช่วงใกล้ ๆ นี้ที่จะประสบความสำเร็จในระดับออลลีวูด เท่ากับหนุ่มวัย 53 ปี คนนี้อีกแล้ว




กำลังโหลดความคิดเห็น...