xs
xsm
sm
md
lg

ไม่มีพรสวรรค์ "โทนี่" ขออย่าคาดหวัง ขึ้นคอนเสิร์ตครั้งแรก แม้เป็นลูกศิลปิน เผยความจริง เป็นลูกที่ขัดกับพ่อ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"โทนี่" วอนอย่าคาดหวังเรื่องร้องเพลงแม้จะเป็นลูกศิลปิน ไม่มีพรสวรรค์และพรแสวง ไม่เคยร้องให้จบเพลง "แก้ว" ยังบอกอย่าฝืน แต่อยากคืนกำไรแฟนคลับ สารภาพแบบลูกผู้ชาย คุยกับพ่อไม่รู้เรื่อง ขัดกันตลอด จนวันสุดท้ายของชีวิต ถึงได้รู้ว่าพ่อรักตนมาก และเข้าหาตนไม่เป็น เหวอทุกครั้งที่เห็นภาพความทรงจำเก่าๆ ไม่อยากคิดถึง กลัวพ่อมาหา

แม้จะมีพี่เป็นนักร้อง มีแม่เป็นถึงศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง แต่เรื่องการร้องเพลงสำหรับ "โทนี่ รากแก่น" เป็นเรื่องที่หืดขึ้นคออยู่ไม่น้อย แต่ล่าสุดเจ้าตัวตกปากรับคำขึ้นคอนเสิร์ตเป็นครั้งแรกใน “MY BOYFRIENDS CONCERT” เผยที่ผ่านมาปฏิเสธตลอดเพราะกลัว แต่ครั้งนี้จะเป็นครั้งหนึ่่งในชีวิตที่อยากทำ และไม่อยากให้คาดหวังแม้เป็นลูกศิลปิน เพราะไม่มีพรสวรรค์เรื่องนี้

"คือก่อนหน้านี้ก็จะปฏิเสธตลอดครับ เพราะว่าเรากลัวมาก ทำตัวไม่ถูก อย่างเล่นละครเวทีเคยเล่น แต่ละครเวทีเขามีบทบาทมาให้ อะไรที่มีบทบาทมาให้ เราทำได้ แต่ถ้าเกิดให้เป็นตัวเองเลย เราไม่ค่อยมั่นใจ ว่าเราจะเอ็นเตอร์เทนคนได้ขนาดนั้น แต่รอบนี้ทำ เพราะเห็นว่าสเกลงานค่อนข้างหน้าสนุกมากๆ แล้วอีกอย่างคือถ้าไม่ทำตอนนี้ ก็ไม่รู้จะทำตอนไหนแล้ว เพื่อนเยอะด้วย คือเราไม่ต้องร้อง 10 เพลง แค่มีเข้ามาแจมบ้างนิดหน่อย"

"ในพาร์ทของเรา จริงๆ อยากบอกนะ แต่ไม่รู้บอกได้แค่ไหน กลัวหลุด แต่ก็จะมีความเป็นเรามากที่สุด เขาค่อนข้างเปิดอิสระให้เราได้เลือก ให้เราได้ช่วยดีไซน์ด้วย เพลงก็จะช่วยๆ กันครับดูครับ ว่าแนวนี้ๆ นะ"

รับได้ความอาร์ตจากแม่ แต่ไม่อยากให้คาดหวังเรื่องร้องเพลง แม้จะเป็นลูกศิลปิน
"อย่าคาดหวังครับ(หัวเราะ) อย่าได้คาดหวัง คืออาจจะได้ความอาร์ตจากแม่มา แต่ว่าถ้าเกิดเรื่องการร้อง บอกเลยอย่าเพิ่งคาดหวัง แต่จะฝึกซ้อมให้ดีที่สุดแล้วกัน"

ไม่มีพรสวรรค์และพรแสวง ถือโอกาสนี้ตอบแทนแฟนคลับ
"จริงๆ ไม่มี บอกได้เลยว่าไม่มี ไม่มีพรแสวงด้วย (หัวเราะ) มีแต่ความอยากทำครับ ความรู้สึกเราคือครั้งหนึ่งในชีวิต เราก็อยากจะทำอะไรแบบนี้ แล้วก็รู้สึกเหมือนกับตั้งแต่เราเข้าวงการมา เรายังไม่เคยมีโอกาสได้ทำแฟนมีตเลย ก็เลยขอแจมไปด้วยแล้วกัน ถือโอกาสนี้ได้ตอบแทนแฟนๆ ของเราที่เขาตามมานานมากแล้ว ได้เอ็นเตอร์เทนเขา ได้โชว์อะไรให้เขาดู"

พี่-แม่-แฟนคอยสอน แต่ไม่เคยร้องให้จบเพลง
“ก็มีนะครับ อย่างแก้ว (จริญญา จริญญา ศิริมงคลสกุล) เราจะเห็นภาพเขาเป็นเฟย์ฟางแก้ว เป็นสายป๊อป แต่เวลาเขาร้องเพลงจริงๆ เขาก็คือนักร้อง เสียงเป็นอีกเลเวลหนึ่งของนักร้องคาราโอเกะอย่างเราเลย ผมรู้สึกว่านักร้องคงสนุกมากนะ ที่พอเราอยากจะร้องเพลงอะไรก็ร้องได้ ขึ้นเสียงสูงแค่ไหนก็ได้ พอเราบอกว่าจะเล่นคอนเสิร์ต เขาบอกอย่าฝืนเลย ไม่ใช่ทางเรา ล้อเล่นๆ (หัวเราะ)"

"เราไม่เคยร้อง คือเขาเป็นนักร้องไงครับ เราก็จะเขินนักร้อง ถ้าเกิดร้องเพลงพอได้ แต่ถ้าร้องให้นักร้องฟัง เราก็จะเขิน แต่ถ้าไปวานอีเวนต์แล้วเขาให้ร้อง เราก็ร้องบ้าง แต่ไม่เคยร้องจบเพลงเลยนะ ผมสารภาพเลย ลืมเนื้อบ้าง ร้องไม่ถึงบ้าง ก็โยนไมค์ให้แฟนๆ ช่วยร้องครับ ไม่เคยร้องเต็มเพลงเลย สักครั้งในชีวิตครับ ครั้งนี้ก็จะมีโอกาสให้ผมได้ฝึกซ้อมครับ ก็จะฝึกให้มากที่สุด เท่าที่มีเวลาครับ"

หมดเวลาเที่ยว ถึงเวลาทำงาน
"ก็เที่ยวไม่ได้แล้วแหละผมว่า ละครก็ต้องถ่าย คนมองว่าไม่ทำงานแล้ว เที่ยวอย่างเดียว ก็อยากอยู่เหมือนกัน(หัวเราะ) แต่ก็ไม่ได้ จริงๆ ทริปนี้เราขอกองละครไว้ 1 เดือนด้วยซ้ำ แต่กองเขาก็บอกว่าไม่ได้นะ โทนี่กับแก้วเนี่ย คือถ่ายด้วยกันด้วยนะ ไปทั้งคู่ก็ไม่รู้จะถ่ายอะไรเหมือนกันนะ เราก็เลยถ้าอย่างนั้นขอ 15 วันแล้วกัน"

"ทริปนี้ก็สนุกมากครับ คือเหมือนกับเราไปเจอในสิ่งที่เราไม่คาดคิดครับ คือพายุ ที่ไอซ์แลนด์คือจะต้องมีความสวยงามของธรรมชาติที่ดีมาก แต่เราเข้าไปในจังหวะที่พายุเข้าวันเดียวกันกับที่เราไปถึงเลย แล้วก็อยู่ยาวเลย 15 วัน คือเจอฝนทุกวัน ผิดแผนมากๆ หลายๆ ที่ที่เราวางแผนไว้ว่าจะไปถ่ายรูปกัน ก็ไม่ได้ไป คือลมมันแรง ไม่เคยเจอลมแรงขนาดนี้มาก่อน มันแรงมากจริงๆ นะ เหมือนประเทศเขามันไม่มีต้นไม้มากั้นลมอะไรเลย เป็นแค่เนินเขา มันก็พาลมมาเต็มที่ ขับรถยังส่ายเลยครับ เราก็ปรับแผนตามวันเลยครับ เราก็เรียนรู้ว่าเราอยู่กับสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเกิดเจออะไรที่แย่กว่านี้ เราก็คงชิลแล้ว"

"ก็คือด้วยความที่เรามีเป้าหมาย มีสถานที่ที่เราคิดไว้แล้วว่าเราจะไปถ่ายรูป ดังนั้นที่ไหนที่เราสามารถไปได้เราก็ไป หรือที่ไหนที่เราเจอฝนตกหนักมากๆ เราก็ต้องหาชุดที่มันช่วยกันฝนได้มากที่สุดมาใส่ ตรงไหนที่ไม่สามารถแบกอุปกรณ์หรือแบกกล้องเข้าไปได้เราก็ใช้มือถือถ่ายแทน"

มุุ่งมั่นฝ่าพายุ เป้าหมายเดียวกัน
"ใช่ครับ ก็อย่างที่บอกเป้าหมายหลักของเรามันคือเป้าหมายเดียวกัน อีกอย่างเราเองก็รู้สึกด้วยว่าพายุหรือฝนที่เราเจอ มันไม่ได้รุนแรงอะไรขนาดนั้น เพราะถ้าหากเราแต่งตัวให้มันรัดกุมมากพอมันก็น่าจะโอเค"

ไม่ถึงขนาดฝ่าอุปสรรคพิสูจน์รักแท้ แต่ได้รู้จักกันมากขึ้น
"โห...ไม่ขนาดนั้นครับ จริงๆ มันก็คือการใช้ชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งนี่แหละ เหมือนเราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น จากการที่เราได้อยู่ในสถานที่ หรืออยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ แต่ถามว่าเราได้รู้จักกันและกันมากขึ้นไหม ก็ด้วยนะครับ (หัวเราะ) เพราะเราเองก็ทะเลาะกันบ่อยเวลาที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่สุดท้ายเมื่อความรู้สึกตรงนั้นมันจบลง และเราฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้ตัวว่าเราผิด เราก็ขอโทษนะครับ"

เผยสภาพจิตใจทุกคนหลังสูญเสียคุณพ่อดีขึ้น ไม่ได้เข้มแข็ง แต่ทำความเข้าใจ
"ดีขึ้นมากครับ เพราะหลังจากที่เราได้ลอยอังคาร เราก็รู้สึกว่าคุณพ่อท่านน่าจะได้ไปในสถานที่ที่ดีขึ้นมากๆ เพราะตอนที่ท่านอยู่ ช่วงนั้นมันก็ทำให้เราเครียดมากๆ เช่นกัน เพราะมันก็มีหลายๆ เหตุการณ์ ที่ท่านดูเหมือนจะดีขึ้นทแต่อยู่ดีๆ ท่านก็แย่ลง จริงๆ คุณพ่อท่านเป็นคนสู้นะครับ แต่มันก็มีบางโมเมนต์เหมือนกันที่ท่านแสดงออกว่าท่านไม่ไหวแล้ว"

"เราก็ไม่ได้ต้องเข้มแข็งอะไรนะ แต่เราพยายามทำความเข้าใจมากกว่า รวมถึงทำให้คุณพ่อเข้าใจด้วยเช่นกันว่าท่านอยู่เลเวลไหน และเราก็พยายามจะบอกกับท่านตลอดว่าสิ่งที่ท่านทำได้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือการอย่าเพิ่งไปคิดอะไรมาก พ่อไม่ต้องไปคิดเรื่องบ้าน ไม่ต้องไปคิดจุกจิกโน่นนั่นนี่ แค่ให้ท่านคอยสังเกตลมหายใจของตัวเองก็พอ คือให้ท่านอยู่กับความเป็นจริงให้ได้มากที่สุด แค่นั้นเลยครับที่เราทำได้"

"หลังจากนั้นพ่อท่านจากไปแล้ว ผมถึงแม้จะเป็นน้องคนเล็กก็จริง แต่ผมก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งของครอบครัว ดังนั้นช่วงที่ผ่านมาผมจึงพยายามที่จะตั้งสติตัวเองให้ได้มากที่สุด"

แม่เข้มแข็งที่สุดในครอบครัว
"สำหรับตัวคุณแม่เอง ด้วยความที่ท่านเป็นคนที่เข้าใจธรรมะมากๆ เข้าใจธรรมชาติของทุกสิ่งอย่าง เข้าใจความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ท่านจึงดูเหมือนจะเป็นคนที่เข้มแข็งที่สุดในครอบครัวเราด้วยซ้ำ ส่วนพี่สาวอีกสองคน เขาก็อาจจะมีเรื่องของความรู้สึกเยอะหน่อย แต่เราทุกคนก็ช่วยกันดูแลซึ่งกันและกันครับ ไม่ได้มีใครไปทำหน้าที่ดูแลใครเป็นพิเศษ"

เหวอทุกครั้งที่เห็นภาพความทรงจำเก่าๆ แต่ไม่อยากคิดถึง กลัวมาหา
"ทุกวันนี้ก็นึกถึงภาพเก่าๆ บ้างครับ อย่างบางครั้งเวลาที่ผมเลื่อนไปเจอภาพที่ถ่ายเอาไว้ในพิธีศพ หรือภาพที่ผมเคยโพสต์ลงบนอินสตาแกรมในช่วงที่ท่านยังมีชีวิต มันก็รู้สึกครับ รู้สึกคิดถึงท่านมากๆ ท่านเป็นพ่อที่น่ารัก ท่านชอบมีมุกตลก มีเรื่องขำๆ มาเล่าให้ฟัง ซึ่งวันนี้พอผมรู้ว่าผมไม่มีท่านอยู่ด้วยแล้ว มันก็รู้สึกเหวออยู่เหมือนกัน คือไม่มีท่านอยู่กับเราแล้วจริงๆ เหรอ แต่ก็ไม่อยากจะคิดถึงท่านมาก เพราะกลัวว่าเดี๋ยวท่านจะมาหา พ่อไม่เคยเข้าฝัน ไม่มี เหมือนท่านรู้ว่าผมค่อนข้างกลัวเรื่องพวกนี้"

รับคุยกับพ่อไม่ค่อยรู้เรื่อง ขัดกันตลอด แต่วันที่พ่อเปิดใจ ถึงได้รู้ว่าพ่อรักตนมาก และเข้าหาตนไม่เป็น
"ตอนนี้เราก็ดูแลกันและกัน เพราะคุณพ่อท่านได้สอนเราไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ และนั่นก็คือในเวลาที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ทำไมเราถึงไม่ให้เวลาท่าน เพราะที่ผ่านมาท่านมักจะอยู่ตลอดว่าพาพ่อไปกินข้าวโน่นนี่นั่น แต่ผมเองก็จะบอกกับท่านว่าผมติดงาน ผมติดโน่นนี่นั่นนะพ่อ จนกระทั่งในวันที่พ่อเริ่มป่วย ผมจึงเริ่มมีโอกาสได้ไปหาพ่อมากขึ้น และเริ่มเห็นว่าพ่อเป็นพ่อที่น่ารัก พ่อไม่ได้เป็นเหมือนที่เราคิดไว้ในตอนแรก เพราะเมื่อก่อนเราสองคนมักจะคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไหร่ เหมือนเรามักจะขัดกันตลอด"

"แต่พอถึงวันที่พ่อเริ่มเปิดใจกับผมมากขึ้น จนผมรู้ความจริงว่าสิ่งเดียวที่พ่อคิดก็คือพ่อรักลูก แต่พ่อเข้าหาลูกไม่เป็น ดังนั้นผมจึงรู้สึกได้ในตอนนั้นว่าถ้าหากพ่อหายผมจะพาพ่อไปที่นั่นที่นี่ แต่สุดท้ายผมก็ไม่สามารถพาพ่อไปเที่ยวได้ เพราะพ่อไม่ไหวแล้ว ฉะนั้นตอนนี้เราก็เหลือแค่แม่กับญาติคนอื่นๆ ที่เขาดูแลเรามา ซึ่งพ่อเป็นคนสอนสิ่งนี้ให้กับผมครับ ตอนนี้ถ้าหากคุณแม่ชวนไปเที่ยวที่ไหนก็จะไปกับท่านให้ได้มากที่สุด"





กำลังโหลดความคิดเห็น...