xs
xsm
sm
md
lg

"เอ พศิน" เผย "เอิงเอย" เคยมีลูกมีผัวมาก่อนเลยเข้าใจกัน! ลั่นไม่ใช่พริตตี้ ขู่ฟ้องให้หมดตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"เอ พศิน" เผยสาวใหม่ "เอิงเอย" เคยผ่านการมีครอบครัว มีลูกมาก่อน ก็เลยเข้าใจกัน ลั่นอายุห่าง 20 ปี อายุตนไล่เลี่ยกับพ่อฝ่ายหญิง ขู่จะฟ้องให้หมดตัว คนกล่าวหาฝ่ายหญิงเป็นพริตตี้ ลั่นศึกษามา 5 เดือนแล้วเท่าเวลาหย่าเมีย



ออกมาเคลียร์หลายรอบแล้วแต่ก็ยังไม่จบ ล่าสุด "เอ พศิน เรืองวุฒิ" ออกมาเปิดเผยเรื่องหย่าขาดกับ "แตงกวา จิราพร" อดีตภรรยาได้ร่วม 5 เดือนแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงหน้าที่พ่อและแม่ "น้องเลโก้" ลูกชายเท่านั้น แถมยังเผยว่าพบรักใหม่กับสาวนอกวงการชื่อ "เอิงเอย" หลังจากหย่าได้ไม่นาน อายุห​่​างกันกว่า 20 ปี แถมเคยแต่งงานและมีลูกแล้ว ซึ่งล่าสุดหนุ่มเอ ได้มาเปิดใจในรายการ คุยแซ่บShow พร้อมให้สัมภาษณ์ว่าอดีตภรรยาจะกลับมาดูแลลูกที่บ้านด้วยกันเหมือนเดิม แต่แยกห้องกันอยู่

“ตอนนี้น้องเลโก้อยู่เพชรบูรณ์ แต่เดี๋ยวผมจะไปรับเขากลับมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ตอนนี้อยู่อนุบาล 2 แล้ว ถามว่าแบ่งการเลี้ยงลูกกับอดีตภรรยายังไง ก็เดี๋ยวเลโก้จะกลับมาอยู่บ้านของเขาเอง ที่ผมดูแลอยู่ตลอดเวลา แตงกวาจะดูแลลูก คุณแม่ของแตงกวาก็จะมาช่วยดูด้วยในช่วงที่แตงกวาไปทำงานครับ จะเรียกว่ากลับมาอยู่บ้านเดียวกันไหม ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่แค่แยกห้องกัน คือตอนนี้หย่าเรียบร้อยแล้ว ประมาณ 5 เดือนอย่างที่แตงกวาบอก”

“เรื่องหย่าก็คือรอบเดียวครับ แก้เคล็ดอันนี้แก้จริง เพราะเขาบอกว่าถ้าจะสร้างวัตถุมงคล ถ้าเราไม่ได้ปฏิบัติเหมือนพระก็จะเจอวิบาก มันเป็นเรื่องของความเชื่อ แต่เราก็ไม่ได้โทษเรื่องวิบากกรรม แต่เราก็แก้เคล็ดไว้ก่อน เพราะว่ามีช่วงหนึ่งที่งานน้อยลง อย่างที่แตงกวาบอก พอหย่าแล้วงานเยอะขึ้นจริง เราให้โอกาสเขาในการเติบโต เพราะว่าเขามีไอเดียเยอะ มีโปรเจกต์เยอะไปหมด อยากจะก้าวไปข้างหน้า เลยทำให้อยู่คนละที่กัน”

บอกเหตุผลที่หย่าเพราะอดีตภรรยาต้องการทำงานเต็มตัว ยอมรับอายุที่ห่างมีผลเรื่องแนวความคิด
"ส่วนเหตุผลที่หย่า แตงกวาได้ชี้แจงไปแล้ว คือเหตุผลเดียวกัน เรื่องของการสอดคล้องในการใช้ชีวิต ผู้หญิงเก่ง เป็นแม่อย่างเดียวมันก็เป็นการตัดโอกาสเขา เขามีความเชื่อว่า เขามีโอกาสก้าวหน้าไปได้ เมื่อมีเงินก็มีความมั่นคง อนาคตของลูกจะปลอดภัย เพราะฉะนั้นเมื่อเขามีความเชื่อมั่นว่าเขามีความก้าวหน้าได้ จะแค่ไหนก็ตาม เราก็ต้องให้อิสระในความคิดของเขา ถามว่าเป็นเพราะมีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องใช่ไหม เรียกว่าเป็นเรื่องของความก้าวหน้าครับ ไม่ใช่เรื่องเงิน”

"อันนี้เป็นความคิดของแตงกวาครับ ผมเคารพในการตัดสินใจของคนในครอบครัวอยู่แล้ว เหมือนกับเขาที่เคารพการตัดสินใจของเรา เราเคยบอกว่าอยู่ไปแบบนี้ ค่อยๆ แสวงหาความก้าวหน้า บังเอิญว่าผมอายุมากแล้ว มุมมองของวัยมันก็ต่างกัน ถามว่าอายุที่ห่างกันมีส่วนไหม คืออายุเราห่างกัน 22 ปี เหมือนพ่อลูกเปล่า มันมีส่วนอยู่แล้ว ต่อให้อายุห่างกัน 1 ปี ถ้าทัศนคติในการใช้ชีวิตต่างกัน ก็ต้องคุยกัน”

"ก็ไม่เฮิร์ต เราเข้าใจ ผมนั่งสมาธิศึกษาธรรมะ เรารู้ว่าจิตใจของคนเรามันเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ในเรื่องของเป้าหมาย คำถามในวันนี้ พรุ่งนี้ผมอาจจะตอบไม่เหมือนเดิมก็ได้ เราก็อดทนรอคอยว่าวันนึง เป็นไปได้ไหมที่ครอบครัวจะกลับมาเหมือนเดิม ถ้าเป้าหมายถูกทำให้สำเร็จแล้ว แต่ตอนนี้ก็แยกบ้านกันอยู่​ครับ บ้านหลักก็คือบ้านของลูก บ้านของครอบครัว ซึ่งตอนนี้ผมก็อยู่ เพราะว่าเป็นบ้านที่เราเก็บวัตถุมงคลไว้ด้วย”

"ที่แตงกวาโพสต์เหมือนทะเลาะกัน ถามว่าทะเลาะกันจริงไหม มันเป็นเรื่องของฟีลลิ่งมากกว่า เคยมีแฟนแล้วเลิกกันไปนานๆ แล้วอยู่ๆ แฟนมีคนคุย มีฟีลลิ่งที่มันนิดนึงไหม มันเป็นเรื่องของธรรมชาติมากกว่า ก็ถูกจับมาปะติดปะต่อกัน ส่วนที่แตงกวาพูดว่าเขาไม่มีอารมณ์ทางเพศ ทำให้เราต้องอดทนถึง 3 เดือน อันนี้เกิดจากการถามคำถามในรายการ ซึ่งบางทีไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง และบางอย่างก็ไม่ใช่เรื่องจริง จริงๆ เขาก็เป็นคุณแม่แล้วก็ทำธุรกิจ เวลาเจอคำถามบางอย่าง ไม่ตอบก็ได้ แล้วคำตอบบางอย่างก็ไม่จริงในเรื่องของเรื่องส่วนตัว แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยว ผมก็ปกติดี”

บอกคบคนใหม่ได้ 5 เดือนพอๆ กับที่หย่าไม่ถือว่าเร็วไป รับห่วงที่อีกฝ่ายเจอข่าวโจมตีเยอะ
"ถามว่าผมมีคนใหม่หลังจากเลิกกันแล้วกี่เดือน คือเราคุยเรื่องเปลี่ยนวิถีชีวิตเป็นปีแล้ว หย่ากันมา 5 เดือน นานไหมครับ คือไม่ได้มูฟออนเร็วนะ แล้วที่แยกกันอยู่ในเรื่องของการทำงานก็ 3 เดือน แล้วเราก็มีการคุยกันตลอดว่าอยากให้ป๊ามีคนที่ดูแลนะ เพราะเราก็อายุมาก แตงกวาเป็นคนพูด แตงกวาเป็นผู้หญิงที่เข้าใจชีวิต และค่อนข้างที่จะใจกว้าง ในขณะที่เราเองคือมีหัวใจเดียวกัน เราก็อยากให้เขามีคนที่ดีดูแล ก็คือต่างคนต่างบอกให้มีคนใหม่ครับ ก็หย่ากันแล้ว คือเราไม่อยากปิดทาง เพราะโอกาสที่เราจะเจอหรือเขาที่จะเจอคนที่ดีกว่าเรามันมี"

"แต่ที่เราเจอคนใหม่ก่อน มันก็ไม่เร็วนะ เจอกันได้ 5 เดือน ขอไม่เรียกว่าคนใหม่ดีกว่า พอมันเจอกระแสสังคมแบบนี้เขามีพ่อแม่ เขามีความคิดเห็นของครอบครัว เขาไม่ใช่บุคคลสาธารณะแบบผม แล้วเจอใครก็ไม่รู้มาตัดสินเขา และตัวตนของเขาก็ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งสถานะตอนนี้ก็เป็นเพื่อนกัน เรียนรู้กัน ไปทำบุญด้วยกัน กับพ่อเขาเวลามีปัญหาเราก็คุยกันตลอด เพราะคุณพ่ออายุไล่ๆ กับผม คุณพ่อเขาเป็นคนนั่งสมาธิ เราคุยกันถูกชะตา เวลาผมจะคบใคร คบเพื่อนทั้งผู้หญิงผู้ชาย ผมจะโปร่งใส ไปวัดก็ไปด้วยกัน"

"อายุห่างกันกี่ปีเหรอ โห ก็น่าจะเยอะเหมือนกันครับ น่าจะประมาณ 20 ปี แต่ถามว่าน้องเขาจะย้ายมาอยู่กับเราไหม ไม่ครับ เขาคงยังไม่ตัดสินใจอะไรในช่วงนี้ เพราะเหมือนตอนนี้ชีวิตโดนกระทบเยอะจากสื่อ ซึ่งผมว่ามันก็ไม่แฟร์นะ เพราะถูกตัดสินจากคนที่ไม่รู้จัก จริงๆ ก็น่าห่วง ก็ให้กำลังใจไป แต่เขาบอกว่าเขามีความสตรองอยู่พอสมควร ถามว่าจะมีผลกระทบกับความสัมพันธ์ไหม ก็อยู่ที่เขานะ ต้องบอกก่อนว่าคนที่จะเข้ามาในชีวิตผมต้องยอมรับอย่างนึงว่าผมเป็นพ่อหม้าย มีลูกชาย ส่วนเขาเป็นคนโสดที่มีครอบครัว ผมเองก็มีเป้าหมายที่ต้องดูแลคือลูกชาย ก็ต้องเข้าใจหน้าที่ของการเป็นพ่อเป็นแม่ด้วย ถ้าเข้าใจในตรงนี้ก็จะไปกันได้ เพราะมีหลายครอบครัวที่พ่อแม่ไปมีครอบครัวใหม่ แต่ก็ยังดูแลลูกได้ดีและอบอุ่นกว่าเดิมด้วย"

บอกถ้าพิสูจน์แล้วว่า "เอิงเอย" ไม่ใช่พริตตี้ คนกล่าวหามีสิทธิโดนพ.ร.บ.คอมบ์ฯ หมดตัวได้เลย
"ถามว่าตอนนี้ผมยังอยู่กับอดีตภรรยาและยังมีลูกด้วย คนใหม่ที่กำลังจะเข้ามาจะรับได้หรือเปล่า ก็ถ้าสมมติทุกอย่างมันดำเนินไปได้อย่างสวยงาม และไม่ได้ถูกแตะต้องด้วยสื่อที่ไม่เป็นธรรม เมื่อก่อนผมอยู่คอนโดใช่ไหม คอนโดก็ยังอยู่ มันจะมีทิศทางของการใช้ชีวิตที่เหมาะสมและลงตัวในที่สุดครับ ส่วนเรื่องที่มีคนบอกว่าเขาเป็นพริตตี้ ตรงนี้ผมคิดว่าถ้าไม่ใช่เรื่องจริง เตรียมตัวไว้เลย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มีอยู่ เรื่องของการปรับ ปรับหมดตัวเลยนะ แล้วสามารถสืบค้นได้ด้วย สิ่งใดก็ตามที่ไม่เป็นความจริง ไม่ชอบธรรม สุดท้ายแล้วจะถูกเปิดเผยออกมาครับ แต่คือเป็นพริตตี้ไม่ผิดนะ พริตตี้คืออาชีพที่สุจริต พริตตี้ในสังคมที่เป็นคนดีเลี้ยงพ่อแม่ได้เยอะแยะ ฉะนั้นคำว่าพริตตี้เราไปดูถูกเขาไม่ได้ แต่ที่เขาไป ปอท. เพื่อดำเนินคดีกับคนที่กล่าวเขาหรือเปล่า อันนี้ผมไม่ทราบครับ เพิ่งเห็นข่าวเมื่อเช้า น้องไม่ได้บอกก่อน แต่เห็นเช็กอินในฟีดเฟซบุ๊ก”

"ถามว่ากลัวคนใหม่กับคนเก่าจะมีปัญหากันไหม กับแตงกวาผมเชื่อว่าไม่มีปัญหาใดๆ เลย เพราะเมื่อเราบอกว่าเป็นเพื่อน เป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน เรายังเป็นพ่อ เป็นแม่ ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องของหน้าที่ แต่เป็นความรักที่มีต่อลูกชาย สุดท้ายเขาจะเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงและสวยงาม เพราะผมก็เติบโตมาจากครอบครัวที่พ่อแม่ที่แยกทางกัน แต่ผมก็มีความสุข มีความอบอุ่น ไม่เคยขาดตรงนี้"

เชื่อรักใหม่ไม่มีปัญหากับลูกชายแน่นอน
"ถามว่าวางแผนจะอธิบายให้ลูกฟังตอนไหน ผมเชื่อในความแข็งแกร่งของลูก เพราะลูกจะมีส่วนผสมของผม อย่างที่ผมเคยเขียนไว้ว่าผมมีความสุขุม ใจเย็น ผมก็ยึดมั่นและเชื่อในความดีที่ผมทำไป ความจริงต่างๆ จะปรากฏในไม่ช้า จะได้เห็นว่าจริงๆ แล้วผมเป็นยังไง คนที่เข้าใจผิดก็ไม่เป็นไร ให้อภัยไป ส่วนความเด็ดเดี่ยวของแตงกวา ความน่ารัก ไปที่ไหนคนก็เมตตาก็มีอยู่ในตัวของลูกชายอยู่แล้ว ฉะนั้นการผสมผสานของสองคนก็จะเกิดความบาลานซ์”

"ถามว่าเปิดตัวคนใหม่ก่อนจะมีผลต่อลูกไหม ไม่มีผลแน่นอน ทุกวันนี้ลูกยังถามว่าป๊ะป๋าพริตนี้อยู่ไหน หนูอยากไปหาพริตตี้ คือเขาพูดเล่นๆ นะครับ เขาชอบผู้หญิงสวย แต่เขายังไม่เคยเจอกันหรอก เขาเห็นพริตตี้ตามงาน เขาถึงถาม แต่ไม่ได้เจ้าชู้ได้ผมนะ (ยิ้ม) แต่คนที่จะเข้ามาใหม่ต้องมีส่วนที่เข้ากับลูกเราได้ อันนี้แน่นอนครับ ผมบอกอยู่แล้วว่าผมมีลูกเป็นศูนย์กลางของหัวใจผม ซึ่งน้องเอิงเอยเขาเข้าใจครับ ผมเป็นคนที่หลายๆ คนติดตามอยู่แล้ว ความเป็นจริงของชีวิตก็อยู่ในโซเชียล ซึ่งเขาก็โอเค”

บอกเพราะ "เอิงเอย" เคยผ่านการมีครอบครัว มีลูกมาเหมือนกัน ทำให้เข้าใจกันง่ายขึ้น
"เขาเองก็เคยแต่งงานมีลูกแล้วเหมือนกันครับ นั่นเป็นอะไรบางอย่างที่ทำให้เราเข้าใจหรือมีวิสัยทัศน์ที่คุยกันได้มากขึ้นถึงตัวตน เพราะผู้หญิงที่ไม่เคยผ่านการมีครอบครัวมาก่อน การที่เราจะคุยกันมันก็ยากนิดนึง ก็คือเราต่างฝ่ายต่างมีลูกแล้วทั้งคู่ครับ ก็ต้องดูปลายทางว่าถ้าไม่ถอยไปซะก่อน ช่วงนี้ต้องใช้สติมากๆ ในการใช้ชีวิต ก็ลองดูว่าเมื่อทุกอย่างกระจ่างและผ่านช่วงนี้ไปได้ เราอาจจะยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่ก็ได้”

"ยืนยันว่าเอิงเอยไม่ใช่มือที่สามแน่นอน ด้วยไทม์ไลน์ ด้วยอะไรก็ตาม ทุกอย่างเกิดขึ้นด้วยความสงบสุข แต่ความเข้าใจผิดทำให้เกิดความวุ่นวายแบบนี้ ถามว่าคาดหวังกับความรักครั้งใหม่ไหม ก็ไม่ว่าความรักครั้งใหม่จะยืนยาวหรือไปได้ไกลแค่ไหนก็ตาม อยากให้รู้ว่าเป้าหมายในชีวิตของผม ไม่ใช่การมีคนใหม่ แต่คือการดูแลลูกให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามาเป็นครอบครัว ต้องเป็นครอบครัวของลูกผมด้วย”






กำลังโหลดความคิดเห็น...